บทที่ 5 สายใยแห่งรัก (2)
แม้จะรู้ว่าผิดที่ไม่คิดห้ามใจจนพลาดพลั้งตั้งครรภ์...หากแต่ให้คิดทำลายชีวิตที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ หล่อนก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน
เมื่อยอมจำนน จึงมองเขาด้วยแววตาเว้าวอนขอให้เห็นใจคนแพ้พ่าย สื่อให้รู้ว่าอย่ามายุ่งกันอีกเลย
"พี่จอมควรปล่อยดาวไปเสียที อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ"
ในขณะที่น้ำตาของหล่อนคลอขัง เขากลับยกยิ้มมุมปากราวตกอยู่คนละห้วงอารมณ์
ปล่อยผ่านคำร้องขอนั้น ให้สูญสลายหายไปใน
อากาศ โดยไม่เข้าโสตประสาทแต่อย่างใด
"ในขณะที่รู้ว่าไม่สบาย แต่เธอก็ยังจะไป จะออกไปไหน ไปหาชู้รักของเธอใช่ไหม!"
ป่วยการที่จะอธิบาย แน่นอน...เขาต้องไม่ฟัง หล่อนจึงคิดว่าการเงียบคือทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่นั่นกลับทำให้เขายิ่งไม่หยุด กรงอุ้งมือขยุ้มลงบนไหล่แบบบางทั้งสองข้าง ออกแรงบีบเคล้นราวกับคาดคั้นให้เหยื่อยอมเปิดปากสารภาพความจริง
"ตอบมาสิ พูด! ทำไมถึงไม่พูดฮึว่าจะไปไหน!"
เสียงตะคอกเล็ดลอดไรฟันเกือบกระซิบ เขาเขย่าร่างที่ยืนนิ่งไปมาเพื่อหาคำตอบที่พึงพอใจ
“ดาวจะไปหางานทำเพื่อช่วยเหลือทางบ้าน พอใจรึยังคะ!"
คนฟังหรี่ตามองคล้ายไม่เชื่อ...และเสียงหนึ่งที่ดังแว่วมาเข้าหู ก็ทำให้เขาหันรีหันขวาง ทำเสียงจิ๊จ๊ะอยู่ในลำคอคล้ายไม่สบอารมณ์
เหมือนระฆังช่วยชีวิต บุษบากรได้ยินเสียงพี่สาวดังอยู่ไม่ไกล และนั่นทำให้เขารีบปล่อยมือ
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จอมทัพยอมล่าถอยแล้วเดิน
หนีไปก่อนที่คคนางค์จะผ่านมาเห็น...ชัดเจนแล้วว่าเขาแคร์ใครมากกว่ากัน แต่นั่นก็สมเหตุสมผล เพราะคคนางค์คือเมียแต่ง คือคนที่เขาตัดสินใจร่วมชีวิต แม้หล่อนจะเป็นคนที่มาก่อนก็ตาม
ก้อนหินที่ว่าแข็งยังแปรผันเปลี่ยนรูปได้ นับประสาอะไรกับใจคน
บุษบากรมองตามแผ่นหลังกว้างจนหายลับไปกับซอกมุมของบ้าน เป็นอีกครั้งที่ความทรมานมาทักทายจนน้ำตารินไหล หล่อนไม่เข้าใจตัวเอง...ผู้ชายคนนี้มีดีอะไร หล่อนถึงรักเขาหัวปักหัวปำ
หรือมันคือความผูกพันอันแสนยาวนาน คือสิ่งเดียวที่รั้งใจให้ผูกติด แม้วันนี้เขาจะแปรเปลี่ยนจากพี่ชายที่แสนดีมาเป็นปีศาจร้ายใจยักษ์มารก็ตาม
"นัดครั้งหน้าดูในใบนัดได้เลยนะคะ"
บุษบากรยิ้มให้พยาบาล รับใบนัดและยาบำรุงมาใส่กระเป๋า รอยยิ้มปลื้มปริ่มเคลือบฉาบอยู่บนใบหน้ายามเดินมาตามทางที่พาไปสู่นอกตัวอาคาร จากผลการตรวจซ้ำและจากปากของแพทย์ ยืนยันว่าหล่อนตั้งครรภ์ร้อยเปอร์เซ็นต์
มือข้างถนัดยกขึ้นทาบลงบนหน้าท้องที่ยังคงแบนราบ...ในความดีใจ...ก่อเกิดความรู้สึกกลุ้มใจตามมา
รอยยิ้มพลันจางหายหลังจากดีใจได้ไม่นาน รู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิวขึ้นมากะทันหัน เมื่อความจริงแล่นมาจุกอก หล่อนท้องไม่มีพ่อเหมือนคนอื่นเขา มันคือความอัปยศอดสูของวงค์ตระกูล จะบากหน้าไปบอกใครได้ว่าตอนนี้กำลังตั้งครรภ์
พาร่างกายที่อ่อนแรงทรุดนั่งลงบนม้านั่งริมทางเดินในโรงพยาบาลเพื่อตั้งสติ เป็นอีกครั้งที่หยาดน้ำตาคลอขังขอบตาร้อนผ่าว ความรู้สึกหลายอย่างตีกันยุ่งเหยิงประเดประดัง กับสองทางเลือกที่แทบไม่ต่างกัน
ระหว่างเก็บเอาไว้และเดินเข้าหาผู้ใหญ่เพื่อสารภาพความจริง กับตัดสินใจทำลายทิ้งแล้วเริ่มเดินหน้าทำงานสร้างชีวิตใหม่ หาเงินมาจุนเจือทางบ้าน หล่อนกำลังชั่งน้ำหนัก ทางไหนที่ควรจะไป ความคิดในหัวรุมเร้าจนเกิดเป็นเสียงอื้ออึงหูตาพร่ามัว มันสับสนจนจวนจะสติแตกอยู่รอมร่อ
หรือทางที่สาม...ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง สะพานลอยนั้นอยู่ไม่ไกล แค่เดินออกไปแล้วกระโดดลงมา จบสิ้นซึ่ง
ปัญหาไม่ต้องจมอยู่ความทรมานอีกต่อไป
เมื่อใจถูกบีบคั้นหนัก หล่อนจึงหลั่งน้ำตาออกมาอย่างสุดกลั้น สองมือยกขึ้นปิดหน้าแล้วสะอื้นร่ำไห้ ท่าม กลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา
อา...เหนื่อยเหลือเกิน กับการสู้ไปบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยขวากหนามเพียงลำพัง...
