บทที่ 6 กรงสวาท
Chapter 4
กรงสวาท
เวลาผ่านไปนับเดือน หลังจากไปตระเวนสมัครงานทิ้งไว้หลาย ๆ บริษัท บุษบากรก็ยังไม่ได้งานทำ คุณสมบัติอื่นนั้นผ่านหมด ได้เข้าไปถึงรอบสอบสัมภาษณ์ แต่เมื่อผลตรวจสุขภาพฟ้องว่าหล่อนกำลังตั้งครรภ์ ก็ไม่มีที่ไหนรับเข้าทำงานสักแห่งเดียว
มันคือธุรกิจ ไม่มีใครเห็นใจปัญหาชีวิตของคนไม่รู้จัก จนหล่อนเริ่มจะท้อกับชีวิต แต่เมื่อนึกถึงอนาคตกับอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ หล่อนจึงบอกตัวเองทุกวัน ต้องมีสักวันที่โอกาสจะเป็นของเธอบ้าง
เป็นอีกวันที่บุษบากรไม่อยากกลับเข้าบ้าน อยากหลบหน้าจอมทัพ หล่อนจึงนัดเพื่อนที่คบมาตั้งแต่สมัยเรียนเพื่อมาหาอะไรทาน...ชัยกร และแน่นอน เขาตอบรับคำชวนทันที เพราะเขาเองก็มีเรื่องราวมากมายอยากเล่าสู่กันฟัง
ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าใจกลางกรุง เวลาช่วงค่ำลูกค้าค่อนข้างหนาตาเพราะเป็นช่วงเวลาเลิกงาน...เสียงสนทนาที่มาพร้อมกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ดังแข่งอยู่กับเสียงลูกค้าโต๊ะอื่น ๆ ในร้าน ไม่มีใครสนใจใคร เพราะเป็นช่วงเวลาผ่อนคลายของทุกคน
ภายใต้รอยยิ้ม บุษบากรลอบถอนหายใจ...และนี่คือเหตุผลที่ชวนชัยกรมาทานข้าว
"ดาวถามอะไรหน่อยสิ ตอนนี้คุณแม่ของกรณ์ยังเปิดร้านขายขนมอยู่หรือเปล่า"
"ยังเปิดอยู่ ว่าง ๆ ก็ไปนั่งเล่นที่ร้านสิ ไปกินขนมฝีมือคุณแม่"
"แล้ว...คุณแม่อยากมีลูกจ้างเพิ่มมั้ยกรณ์"
ชัยกรชะงักมือที่กำลังตักอาหารเข้าปาก เขามองหน้าคนถามอย่างสงสัย
"ถามแบบนี้ จะไปสมัครเป็นลูกจ้างเหรอ"
ชายหนุ่มแซวเล่น ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะจริงจัง
“ใช่ ดาวอยากไปทำงานที่ร้านขนม บอกคุณแม่ให้หน่อยได้ไหม ทำอะไรก็ได้ ขอแค่ได้เงิน"
"ดาว..."
เขาสบกับแววตายาวรีที่มองมาอย่างขอความเห็นใจ สัมผัสได้ ใบหน้าของหล่อนดูเศร้าลงไปจากวันวาน เหมือนคนไร้ซึ่งความสุขในชีวิต...เขาไม่อยากคิด หรือเป็นเพราะผู้ชายคนนั้น คนที่หนีไปแต่งงานทั้งที่ตอนแรกเขาคิดว่าบุษบากรกับจอมทัพมีความรู้สึกที่พิเศษต่อกัน
เขาไม่รู้ลึกไปกว่านั้นเรื่องสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะความเข้าใจผิดเรื่องของเขากับบุษบากรหรือไม่ ก็เลยทำให้จอมทัพหันไปแต่งงานกับพี่สาวของหล่อนแทน
"งานมีเยอะแยะ เกียรตินิยมแบบดาว ใคร ๆ ก็น่าจะอยากได้ตัวไปร่วมงาน แต่จะมาเป็นลูกจ้างร้านขนมเล็ก ๆ เนี่ยนะ"
บุษบากรยิ้มเฝื่อน ยามนี้หล่อนเข้าตาจนแล้วจริง ๆ
คิดเอาไว้ หากได้งานทำแล้วมีรายได้เข้ามา หล่อนจะออกไปอยู่ข้างนอก แต่ตอนนี้คงต้องจำทน อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกับจอมทัพไปก่อน
"เอ่อ...พอดียังไม่อยากทำงานแบบจริงจังน่ะ อยากหาประสบการณ์ก่อน แล้วก็อยากทำงานร้านขนมมานานแล้ว เผื่อจะได้เทคนิคดี ๆ เอาไว้เผื่อเปิดร้านบ้างไง"
ชัยกรไม่เข้าใจความคิดนั้น หากแต่เขาไม่อยากก้าวก่ายชีวิตของเพื่อนมากนัก เขาจึงพยักหน้ารับตามคำร้องขอ
"เดี๋ยวกรณ์จะถามคุณแม่ให้นะ"
"ขอบใจนะ"
หล่อนคลี่ยิ้มอย่างโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง อย่างน้อยก็เป็นคนรู้จักกัน มารดาของเขาคงพูดไม่ยาก หากชัยกรจะฝากหล่อนให้ทำงาน ได้แต่หวังเอาไว้ลึก ๆ
หากแต่ก็ยิ้มอยู่ได้ไม่นาน...เหมือนเขามีคนคอยรายงานความเคลื่อนไหว เมื่อจู่ ๆ คนที่ไม่อยากเจอก็โผล่มายืนอยู่ข้างโต๊ะ
