บทที่ 8 กรงสวาท (3)
มุมพักผ่อนที่อยู่ชั้นสองของตัวบ้าน เป็นมุมหนังสือที่ภารดีชอบพาตัวเองมาหลบอยู่ตรงนี้เมื่อยามเคร่งเครียด...และเช่นเคย วิสกี้เหลือก้นแก้วถูกกรอกลงคอ ก่อนที่มันจะ
ถูกเติมลงไปในแก้วใบเดิมอีกครั้ง
คคนางค์ยืนมองอยู่นานแล้ว หล่อนเดินเข้าไปอย่างเงียบ ๆ ไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ มารดา
"ดื่มอีกแล้วนะคะคุณแม่ รักเห็นนั่งดื่มมานานแล้ว"
"เรื่องของฉัน ก็คนมันเครียดจะให้นั่งจิบกาแฟรึไง"
ภารดีไม่สนใจ ยกแก้วใบเดิมมาจิบน้ำสีอำพันลงคออีกครั้ง
"พอเถอะค่ะ ไปนอนได้แล้ว"
คคนางค์ยื่นมือไปคว้าแก้วเหล้า หากแต่กลับถูกอีกฝ่ายกระชากกลับ ตวัดมองด้วยแววตาขุ่นขวาง
"ไม่ให้ฉันดื่มแล้วแกจะช่วยยังไงฮึ! ทำอะไรเข้าสิเพื่อไม่ให้บริษัทต้องเจ๊ง หรือว่าคิดจะหายใจทิ้งไปวัน ๆ โดยไม่ช่วยอะไร"
"คุณแม่..."
"แกลอยตัวแล้วนี่ ได้ผัวรวย ในขณะที่แกมีเงินใช้อย่างสุขสบาย แต่คนทางบ้านกำลังจะอดตาย!"
คคนางค์นิ่งอึ้งเถียงไม่ออก เพราะตั้งแต่แต่งงานกับจอมทัพหล่อนก็ยังไม่คิดถึงเรื่องทำงาน...ได้เงินจากเขาแล้วเหตุใดต้องไปทำงานให้เหนื่อย ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าสถานะการเงินทางบ้านกำลังรอมร่อ จวนเจียนจะถูกยึดทรัพย์จากธนาคาร ลืมตระหนักไปว่าที่อาการป่วยของบิดาเป็น ๆ หาย ๆ ก็เพราะความเครียดที่ประเดประดัง
"แล้วคุณแม่จะให้รักช่วยยังไงคะ"
ภารดีเหลือบตามองลูกสาว ถอนหายใจหน่วงหนัก หล่อนกำลังกลุ้มใจ มีลูกสาวสองคนแต่ก็ไม่มีใครได้เรื่องเลยสักคน
"เป็นผัวเมียกัน จะไม่ลองคุยกับเขาเลยเหรอ เคยมั้ยที่จะพูดกับเขาว่าจะไม่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยหรือไง"
"แต่มันก็เป็นสิทธิ์ของเขา เงินของเขา รักไม่มีสิทธิ์ขนาดนั้น"
"เวรกรรมของฉัน มีลูกแต่ก็ไม่ได้เรื่อง ทั้งแก แล้วก็ยายดาว!"
"หยุดเลยนะคะ อย่าเอารักไปเปรียบกับยายดาว!"
อยู่ดี ๆ ก็อารมณ์เสีย คคนางค์เดินหนีไปเสียดื้อ ๆ หล่อนเก็บคำมารดามาคิด แต่ยอมรับว่าไม่กล้าที่จะเอ่ยปาก ขนาดเจ้าตัวยังไม่ยอมเอ่ยปากเรื่องนี้ มีหรือที่จะกล้าออดอ้อนให้เขาเอาเงินมาใช้หนี้ธนาคารแทนทางบ้านพ่อตาแม่ยาย
ยังมีความจริงอีกเรื่องที่มารดาไม่รู้ หล่อนต้องอยู่อย่างขื่นขม เมื่อสัมพันธ์ทางกายที่ควรจะเกิดขึ้น ที่ผ่านมามันก็แค่การนอนร่วมเตียงกันเท่านั้น
มันคือสาเหตุที่ทำให้ยิ่งเกลียดชังบุษบากร จุดเริ่มต้นนั้นมาจากความอิจฉาในวัยเด็ก อิจฉาที่จอมทัพมักพาอีกฝ่ายไปเที่ยวอยู่เสมอ นั่นทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะ และหล่อนจะต้องชนะ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่ถือว่าเป็นชัยชนะแบบขาดลอย เชื่อว่าหากมีโซ่สวาทคล้องใจสักคน ลูกจะช่วยรั้งใจให้เขาอยู่กับหล่อนตลอดไป หมดโอกาสที่ใครจะมาแทรกกลางได้
ที่ชั้นล่างตรงบาร์เครื่องดื่ม...จอมทัพฝังตัวเองอยู่ตรงนี้มานานแล้วตั้งแต่กลับมาถึง เขาช่างทำตัวเป็นผัวที่แปลกประหลาด แทนที่จะรีบกลับขึ้นห้องไปนอนกอดเมีย แต่กลับมานั่งดื่มอย่างเอาเป็นเอาตายเพียงเพื่อให้ลืมใครบางคน
'เพียงดาว เกลียดเธอจริง ๆ'
เกลียดยิ่งนัก...เขาระบายความเกลียดชังด้วยการกลืนน้ำขม ๆ ลงคอราวมันเป็นน้ำเปล่า อึกแล้วอึกเล่าที่ดื่ม
ลงไป จนร่างกายเริ่มฟ้อง เขาดื่มหนักเกินไปแล้ว
คคนางค์เห็นแล้วกับภาพนั้น หล่อนเดินลงมาข้าง ล่างหวังจะมานั่งรอเมื่อเห็นว่าเขายังไม่กลับบ้าน ไม่คิดเลยว่าเขาจะกลับนานแล้ว เดาเอาจากวิสกี้ในขวดที่พร่องลงไปไม่น้อย
โทร.ไปไม่รับ โทร.กลับไม่เคย ที่แท้ก็แอบมานั่งดื่มราวกับกลุ้มใจจนต้องใช้น้ำเมาช่วยบรรเทา
หล่อนเดินไปหยุดยืนอยู่ข้าง ๆ คนที่ทำราวกับกลุ้ม ใจนักหนา มือนุ่มแตะลงบนบ่ากว้าง อยากให้เขาเลิกดื่มเพราะอากาศกลางคืนนั้นหนาวเข้ากระดูก ดื่มเหล้าหน้าหนาวให้ระวังหลับไม่ตื่น ไม่อยากให้เขากลายเป็นคนในข่าว ยังไม่อยากเป็นม่ายก่อนวัยอันควร
"พอเถอะค่ะ พรุ่งนี้ต้องทำงานไม่ใช่เหรอคะ"
หล่อนถือวิสาสะ หยิบขวดเหล้าไปเก็บใส่ตู้...ท่ามกลางแววตาปรือฉ่ำที่มองตาม
"อะ...อะไรคะ?"
หล่อนก้มลงมองตัวเอง...แววตาของเขาแปลก ๆ เมื่อยามถูกจับจ้อง มันทำให้หล่อนร้อนวูบวาบอย่างประหลาด
"ทำไม...เธอยังไม่นอน"
"รอพี่จอมค่ะ นึกว่ายังไม่กลับก็เลยลงมา"
เหล้าที่เหลือถูกกรอกลงคอ เขามองคนตรงหน้าที่ไม่เคยเหลียวแล...ไม่อาจปฏิเสธ คือความเหมือนที่แทบแยกไม่ออก หากแต่เป็นความเหมือนที่แตกต่าง ทำให้คน ๆ หนึ่งเลือกที่จะรัก มันมีบางอย่างที่ไม่เหมือนกัน บุษบากรมีแต่คคนางค์ไม่มี
สติที่ไม่เต็มร้อยทำให้เกิดภาพซ้อน เหมือนเงาสะท้อนใครบางคนซ่อนอยู่ในนั้น...คคนางค์ตกใจ เมื่อจู่ ๆ เขาก็ลุกพรวดขึ้นแล้วดันร่างของหล่อนจนชนเข้ากับเคาน์เตอร์บาร์ อุ้งมือแกร่งขยุ้มลงบนปลายคางเรียว
"จองหอง อวดดี!"
ไม่รู้เขาหมายถึงใคร แววตาคู่สวยกรอกไปมากับท่า ทีดุดันกราดเกรี้ยว หากแต่ผู้ชายตรงหน้าคือคนที่นอนร่วมเตียงกันทุกวัน หล่อนจึงรู้สึกตื่นเต้นมากกว่ากลัวจนต้องหนีอย่างลนลาน
"ถามอีกครั้ง...เธอรักพี่หรือเปล่า"
ฝ่ามือร้อนทาบลงบนสองข้างแก้ม สัมผัสลูบไล้นั้นมาพร้อมแววตากรุ่นกระแสปรารถนา...เขาจะถามใครได้นอกจากตัวเธอ นั่นคือความคิดของคคนางค์
"ระ รักค่ะ รักมานานแล้วด้วย"
"พี่ก็รักเธอ..."
“พี่จอม..."
ความร้อนรุ่มบดขยี้ลงบนกลีบปากนุ่มราวโหยหา แรงบดเคล้ายั่วเย้าดุดัน สัมผัสร้อนเร่าหวามหวานพาให้สองแขนเรียวเคลื่อนคล้องเกี่ยวลำคอแกร่ง เขย่งปลายเท้าแหงนเงยหน้ารอรับสัมผัสที่ใจปรารถนา...จูบ...ที่พาโลดแล่นไปบนเส้นทางแห่งรักที่ถวิลหาทุกลมหายใจ
