บทที่ 9 กรงสวาท (4)
เขาทำเหมือนตรงนี้คือห้องนอนแสนอบอุ่น...ร่างอิ่มถูกโยนลงบนเดย์เบดราวกับมันคือเตียงนอนในห้องกว้าง...หัวใจสาวเต้นเร่าเมื่อร่างหนักโถมกายทาบทับ กระแสปรารถนาแรงกล้า ยามสองมือร้อนฟอนเฟ้นเคล้นคลึงสองเต้าอวบอิ่มเต่งตึงสู้มือ
อา...มันคือสัมผัสหวามหวานที่ทำให้หล่อนทอดกายอย่างยอมจำนน ลิ้นร้อนที่รุกรานลากไล้เนื้อนุ่ม หล่อนไม่อาจทานไหว เสียงหวานครางฮืออยู่ในลำคอ ปล่อยกายและใจดำดิ่ง ให้เขาพาโลดแล่นไปบนเส้นทางสายพิศวาสที่พร่างพรมด้วยกลีบดอกไม้หอมละมุน
ตื่นเต้นเหลือเกินกับทุกวินาทีที่เคลื่อนผ่าน...เมื่อยาม
หลอมรวมเป็นหนึ่ง ท่ามกลางความสุขล้ำกับสัมผัสแนบเนื้อลึกซึ้ง คล้ายกับได้ยินเสียงครางเบา ๆ อยู่ในลำคอ เขาพร่ำเพ้อหาใครบางคน
"โอววว...เพียงดาว..."
กรงอุ้งมือขยุ้มลงบนแผ่นหลังกว้าง กดปลายเล็บฝังลงหนัก ๆ หวังดึงสติคนที่กำลังดื่มด่ำกับความสุขล้ำจากกายสาว หากแต่นั่นไม่อาจหยุดเขาได้ แรงขยับหน่วงหนักที่สร้างสัมผัสรัญจวนใจ ในห้วงอารมณ์แห่งรัก ใจของหล่อนกลับเจ็บปวดไปพร้อมกัน
เหมือนที่ระบาย...เขาเห็นหล่อนเป็นแค่ตัวแทนของใครอีกคน เป็นดังเงา...ตอกย้ำความจริงที่ว่าเขายังไม่ลืม...
ในห้องพักผ่อนที่อยู่ติดกับสวนเขียวรื่นข้างบ้าน... วรพลมักพาตัวเองมานอนอยู่ในนี้ เมื่อยามที่อาการป่วยกำเริบขึ้นมา เขาเชื่อว่าสีเขียวรื่นของเหล่าพรรณไม้จะช่วยบำบัดอาการเครียดให้ทุเลาลง
ยามเช้าที่อากาศหนาวเย็น บุษบากรตื่นแต่เช้าตรู่เมื่อรู้ข่าวจากแม่บ้านว่าบิดาไม่สบาย หล่อนเข้าไปช่วยแม่บ้านในครัว ด้วยสภาพเศรษฐกิจในบ้านเลยเหลืออุไรไว้แค่คนเดียว ส่วนงานทำความสะอาดใหญ่ ๆ นั้นจ้างเป็นรายวัน ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด
ข้าวต้มปลาหอมฉุยกรุ่นไอควันลอยวนเหนือปากถ้วยไซส์กลาง น้ำจิ้มเต้าเจี้ยวในถ้วยใบน้อยวางเคียงกันมาในถาด แถมด้วยน้ำผักผลไม้คั้นแบบแยกกากสีแดงอมชมพูในแก้วทรงสูง...บุษบากรถือเดินตรงไปยังมุมโปรดของบิดา และก่อนจะเข้าห้องที่มีแผ่นกระจกใสกางกั้น หล่อนต้องปั้นหน้ายิ้มสดใสเพื่อให้กำลังใจคนป่วย
"ทานข้าวเช้านะคะคุณพ่อ จะได้ทานยา"
"อ้าว ตื่นแล้วเหรอเพียงดาว"
วรพลลดหนังสือพิมพ์ในมือลง เขาอยู่ในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง มือขยับจับแว่นสายตาให้เข้าที่
"วันนี้มีข้าวต้มปลาค่ะ ขิงมีประโยชน์ช่วยขับลม น้ำผักผลไม้คั้นสด ๆ คุณพ่อควรดื่มให้หมดภายในครึ่งชั่วโมงนะคะ"
หล่อนลากเก้าอี้ไปข้างเดย์เบด สองมือประคองถ้วยข้าวต้มมาถือไว้ ใช้ช้อนคนไปมาเพื่อไล่ความร้อน ก่อนตักเพื่อที่จะป้อนให้คนป่วยอย่างเอาใจ
"ดาวป้อนให้นะคะ"
หญิงสาวคลี่ยิ้มอ่อนแววตาทอประกาย วรพลมองลูกสาวคนเล็กอย่างเอ็นดู คือนิสัยที่ไม่เคยเปลี่ยนกับความอ่อนโยนที่หล่อนมี...หล่อนคือคนที่เขารักและห่วงมากกว่าใคร และบุษบากรก็สนิทกับเขามากกว่าคคนางค์
เช้านี้ดูเหมือนอาหารจะอร่อยเป็นพิเศษ เมื่อวรพลนั้นยอมให้ลูกสาวป้อนข้าวต้มจนหมดถ้วย ตามมาด้วยน้ำผักผลไม้อีกหนึ่งแก้ว...สองพ่อลูกนั่งคุยเรื่องทั่วไปท่ามกลางเสียงหัวเราะ จนกระทั่งวกมาเรื่องงาน
บุษบากรคว้ามือหยาบกร้านจากการผ่านประสบ การณ์อย่างโชกโชนมากุมเอาไว้ ก่อนบีบกระชับเบา ๆ เพื่อสร้างกำลังใจ
"ปล่อยวางนะคะคุณพ่อ ยื้อเอาไว้ไม่ไหวก็ปล่อย ให้ทุกอย่างเป็นไปตามทาง ดาวจะทำงานหาเลี้ยงคุณพ่อเอง"
"พ่ออาจถูกฟ้องล้มละลาย เราจะไม่เหลืออะไรเลย แล้วจะไม่ให้เครียดได้อย่างไร มันหมายถึงว่าพ่อไม่ได้เรื่อง พาครอบครัวมาร่วมลำบากด้วยกัน"
"อย่าคิดแบบนั้นสิคะ คุณพ่อลำบากเพื่อพวกเรามาตั้งเท่าไหร่ เงินทองเป็นของนอกกาย หากยังมีลมหายใจก็ยังไม่หมดหวัง เงินน่ะหาใหม่ได้ แต่ถ้าคุณพ่อเป็นอะไรขึ้น
มา ดาวคงอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณพ่อ"
"ดาว..."
"ปล่อยวางนะคะ รักษาสุขภาพเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายคุณพ่อไม่ต้องห่วงนะคะ ตอนนี้ดาวได้งานทำแล้ว ดาวจะรับผิดชอบตรงส่วนนี้เองค่ะ"
