บทที่ 7 ตอนที่ 5: ข้ออ้างกับคำลวง
ตอนที่ 5: ข้ออ้างกับคำลวง
"พี่โย ทำหน้าบูดอยู่ได้ เดี๋ยวไม่สวยนะคะ"
เมเปิลร้องทักพลางส่งรอยยิ้มสดใสมาให้ เมื่อคนตัวสูงกว่าเอาแต่นั่งกัดหลอดทำหน้าบูดอยู่นานสองนานแล้ว ท่ามกลางบรรยากาศในโรงอาหารของคณะที่ผู้คนจอแจ ทว่ารุ่นพี่สาวกลับจมอยู่กับความขุ่นมัวในใจจนไม่รับรู้สิ่งรอบข้าง
"ไม่สวยก็ช่างสิคะ ก็คนมันหงุดหงิดนี่"
"เรื่องอาจารย์สิบทิศหรือคะ"
"อืม คนอะไรเข้มงวดเกิ๊น เหม่อนิดหน่อยก็ไม่ได้"
เธอพูดพร้อมกับกระแทกหลอดใส่แก้วน้ำแข็งซ้ำๆ อย่างหงุดหงิดเพื่อระบายอารมณ์ฉุนเฉียว สายตาคู่สวยตวัดมองน้ำแข็งในแก้วราวกับมันเป็นตัวแทนของศัลยแพทย์หนุ่มใหญ่จอมดุคนนั้น
"พี่โย ไม่ชอบอาจารย์สิบทิศหรือคะ"
เมเปิลถามขึ้นหน้าตาใสซื่อแววตาเป็นประกายราบเรียบเดาความรู้สึกยาก ในขณะที่คนถูกถามกอดอกถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อไล่ความอึดอัด
"ไม่ใช่ว่าไม่ชอบ พี่แค่หงุดหงิดที่อาจารย์เข้มงวดเกินไปเท่านั้นเอง"
"ก็คณะนี้มันต้องเข้มแบบนี้แหละค่ะ"
โยเกิร์ตพยักหน้ารับคำของแฟนสาวรุ่นน้องอย่างแกน ๆ เพราะรู้ดีถึงความรับผิดชอบในสายอาชีพนี้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นเหมือนเพิ่งนึกได้เมื่อสังเกตเห็นท่าทางกุลีกุจอของคนรัก
"แล้วที่เมบอกว่าตอนบ่ายมีธุระด่วน มีอะไรเหรอ ให้พี่ช่วยไหม"
"คือ อาจารย์สิบทิศเรียกพบค่ะ เพราะว่ารายงานของเมมีปัญหา"
ได้ยินชื่อนี้อีกครั้งโยเกิร์ตก็หน้ามุ่ยลงกว่าเก่าอีก คิ้วสวยขมวดม้วนเข้าหากันทันทีด้วยความขัดใจ
"อะไรกัน! นี่พี่เพิ่งโดนดุไป ต้องมาอดชิลกับแฟนเพราะว่าอาจารย์จอมเฮี้ยบนั่นอีกหรือนี่ โอ๊ย! จะบ้าตาย!"
เมเปิลแอบยิ้มขำกับท่าทีของเธอก่อนจะลุกขึ้นเตรียมหมุนกายออกไปจากโต๊ะม้านั่งเพื่อมุ่งหน้าไปยังห้องพักอาจารย์ โดยที่มีโยเกิร์ตเอ่ยย้ำขึ้นตามหลังด้วยความระคนเป็นห่วง
"สู้ๆ นะ ระวังอาจารย์นั่นกระโดดขบหัวเอาด้วยล่ะ"
"คิก คิก พี่โยก็พูดเหมือนอาจารย์เป็นกระต่ายเลยนะคะ"
โยเกิร์ตหรือยลดายกยิ้มให้พลางคิดในใจว่ากระต่ายที่ไหนเป็นแบบนั้น กระต่ายยักษ์หน้าตายสิไม่ว่า แต่เธอก็ไม่พูดออกไปทั้งยังย้ำเตือนคนตัวเล็กอีกด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เจอกันที่ห้องนะ"
ฝ่ายนั้นรับคำหนักแน่นก่อนจะผละหนีไปพร้อมรอยยิ้มหวานน่ารัก ร่างบอบบางก้าวเดินจากไปทิ้งให้รุ่นพี่สาวมองตามด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกหลากหลาย
ในเวลาต่อมา ณ มุมหนึ่งที่ร้านอาหารใกล้กันกับคอนโดของสองสาว บรรยากาศรอบกายเริ่มสลัวรางลงตามกาลเวลา แลเห็นโยเกิร์ตนั่งเท้าคางกับโต๊ะด้วยหน้าตาที่บูดบึ้งกว่าช่วงกลางวันหลายเท่า นิ้วมือข้างหนึ่งเคาะไปกับโต๊ะด้วยท่าทีหงุดหงิดสลับกับยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาซ้ำ ๆ แล้วหันไปมองฝั่งประตูทางเข้าราวกำลังรอใครบางคนอยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ
เธอทำแบบนั้นอยู่ราวเกือบชั่วโมง ความอดทนที่มีเริ่มร่อยหรอลงไปทุกที จนกระทั่งคนที่รอคอยอยู่ก็เข้าในร้านมาด้วยท่าทีรีบร้อน หน้าตาตื่นตระหนก ทว่าท่าทางเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาสักเท่าไหร่ เรียวแขนเนียนยกขึ้นกอดกับอกตัวเองแน่นเพื่อสร้างกำแพงความห่างเหิน แล้วทำเมินรอแฟนสาวที่กำลังรี่เข้ามาหาอย่างพินอบพิเทา
"พี่โย"
ทันทีที่เมเปิลร้องเรียกชื่อเธอด้วยกระแสเสียงออดอ้อน คนพี่กว่าก็ผุดลุกขึ้นเต็มความสูงขยับกายอย่างรวดเร็วแล้วทำทีเป็นคว้ากระเป๋าเข้าไหล่เตรียมจะเดินหนีหนีหน้าทันทีโดยไม่ฟังความ
"จะไปไหนคะ เรายังไม่ได้ทานข้าวกันเลยนะ"
เมเปิลร้องบอกเอาใจพลางเอื้อมมือไปดันไหล่คนในอาการงอนให้นั่งลงตำแหน่งเดิมอย่างประเล้าประโลม หวังให้ร่างสูงระหงยอมลดทิฐิลงบ้าง
"พี่อิ่มแล้วค่ะ รอมาเป็นชั่วโมง รอจนจุกแล้วเนี่ย"
"โธ่ พี่โยขา เมขอโทษ ก็เฮียมาร์คเรียกไปพบที่บริษัทด่วนนี่คะ แล้วนี่เฮียให้แต๊ะเอียหนูมาด้วยค่ะ"
เมเปิลเล่าถึงความจำเป็นโดยอ้างถึงพี่ชายร่วมสายเลือดเพื่อให้น้ำหนักของคำโกหกดูแนบเนียน พร้อมกับชูซองแดงๆ ในมือให้คนรักดูเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ใจ แต่คนงอนก็ยังไม่ยอมหายอยู่ดี หัวใจของโยเกิร์ตมันหนักอึ้งเกินกว่าจะยอมให้อภัยง่าย ๆ จึงตอบรับประโยคยาวเหยียดของเธอด้วยคำสั้นๆ ว่า
"ค่ะ"
"พี่จะไม่หายโกรธเมจริงเหรอคะ"
แฟนเด็กเอ่ยเสียงออดอ้อนพร้อมทำตาปริบๆ อย่างน่ารักงดงามดั่งตุ๊กตาไฮโซเพื่อต้อนให้รุ่นพี่สาวใจอ่อน จนคนถูกอ้อนทำได้เพียงถอนหายใจหนักออกมาเพื่อสะกดกั้นความรู้สึกสับสนระคนน้อยใจที่แล่นริ้วขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ
