บทที่ 8 เพื่อนร่วมทาง
หน้าตาเข้มคมคายเสริมความดุดันด้วยเรียวหนวดเหนือริมฝีปากหยักได้รูป คือสิ่งแรกที่เธอสะดุดตา
ความสมาร์ทของรูปร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างรวมถึงบุคลิกที่มีความเป็นผู้นำพึ่งพาได้ คือความเย้ายวนใจ
ทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้นายจ้าง ความรู้สึกอบอุ่นและโหยหาแปลกๆ มักจะเกิดขึ้นกับเธอ
ความรู้สึกที่เธอมีต่อนายจ้างวัยมากกว่ารอบครึ่งค่อนข้างแปลก
เธอรู้ว่าเขาเป็นพ่อที่ดีมากๆ อย่างที่น่าจะได้รับเหรียญรางวัลพ่อดีเด่นนั่นเลย แต่ก็ไม่ได้อยากได้เขามาเป็นพ่อ ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขาออกจะห่างไกลความรู้สึกของลูกมีต่อพ่อ
ถึงปรารถนาจะได้รับความเอาใจใส่ อยากได้ความอบอุ่นจากเขา ก็เป็นความปรารถนาที่ต่างออกไป
เธออยากให้เขาทั้งกอดและจูบเธอ มอบความตื่นเต้น ปลุกความตื่นเร้าที่เต็มไปด้วยความดื่มด่ำเร่าร้อนลึกซึ้งแก่เธอ
ผู้ชายวัยเท่าเขาคงไม่ได้มีความชำนาญแต่เฉพาะในงานที่ทำอยู่ ประสบการณ์ด้านอื่นๆ ก็คงเชี่ยวชาญไม่แพ้กัน เป็นไปได้ว่าเขาจะเป็นนักรักที่ช่ำชองพอๆ กับความสามารถในการบริหารธุรกิจในฐานะประธานบริษัท
แค่นึกถึงมือหนาสีน้ำตาลลูบไล้ในลักษณะเล้าโลมเรือนกายเปล่าเปลือยเธออย่างผู้ชำนาญการ เธอก็เกิดอาการวาบหวามส่วนลึก แทบจะเสียดจุกแน่นในช้องท้องตามด้วยความเสียวซ่านยังจุดซ่อนเร้นกลางกายสาว
“คุณจิรางค์... คุณจิรางค์คะ”
หญิงสาววัยสามสิบเจ็ดสะดุ้ง
“เอ่อ คุณทิว่าอะไรนะคะ ดิฉันไม่ทันฟัง”
ถามตะกุกตะกัก เกรงเหลือเกินว่าตนจะแสดงพิรุธให้หญิงสาววัยอ่อนกว่ารู้กำลังคิดสิ่งใดอยู่
“นั่นแน่! ฝันถึงใครอยู่เอ่ย หรือว่ากำลังฝันถึงนัดสำคัญเย็นนี้คะ” ทิราภาทำเสียงล้อ
“นัดสำคัญ? อ๋อ ไม่มีหรอกค่ะ”
ปฏิเสธยิ้มๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแก้มที่ร้อนวูบวาบจะไม่ก่ออาการหน้าแดงออกนอกหน้า
“ทิทราบว่าคุณจิรางค์ยังโสด แต่จะให้เชื่อหรือคะว่ายังไม่มีคนรู้ใจ”
“เพราะดิฉันก็อายุมากแล้วใช่มั้ยคะ” ถามยิ้มๆ
“แหม...ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ ทิแค่เห็นว่าคุณจิรางค์ออกสวย ถ้าไม่รู้อยู่ก่อนทิคงคิดว่าคุณจิรางค์เกิดก่อนทิไม่กี่ปี แล้วจะให้เชื่อหรือคะว่ายังไม่มีหนุ่มในดวงใจ”
“ก็ยังไม่มีจริงๆ นี่คะ”
ทิราภาทำหน้าสงสัย แต่ไม่กล้าถามต่อเพราะกลัวจะเป็นการละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวผู้อื่นจนน่าเกลียด
“เอาเถอะค่ะ จะพยายามเชื่อ ทิไปก่อนนะคะ รบกวนคุณจิรางค์นานละ”
จิรางค์ไม่ได้ทักท้วงที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ให้คำตอบจากประโยคคำถามที่เธอถามออกไปก่อนตกอยู่ในภาวะใจลอย
ทิราภาเองก็ดูจะลืมไปว่าตนยังไม่ได้ตอบคำถามเลขาหน้าห้องของบิดา แต่ไม่ลืมเรื่องที่เพิ่งรู้มา
นึกไม่ออกจริงๆ ว่าบิดาไปรู้จักมักคุ้นรัฐมนตรีกลาโหมตั้งแต่เมื่อไหร่ ติดต่อกันในเรื่องใด
หากเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม หรือพาณิชย์ กระทั่งรัฐมนตรีต่างประเทศ จะไม่แปลกใจเลย แต่นี่เป็นกระทรวงที่ทำงานเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติเป็นหลัก
<>
“กัปตันเตือนแล้วนะคุณ รัดเข็มขัดได้แล้ว เครื่องกำลังจะลง”
“บ้าจริง! ตกใจหมด”
มองตาเขียวประกอบคำพูดเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบ้าๆ ที่เกิดขึ้น เมื่อใบหน้าคมสันของคนนั่งข้างชะโงกเข้ามาพูดใกล้ จนเธอสัมผัสในลมหายใจอุ่นของเขาได้อย่างถนัดถนี่ กระทั่งฆานประสาททำพิษยามรับรู้ถึงกลิ่นกายชาย
กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นเนื้อแท้ของชายชาตรีกับกลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวด อาจผสมกลิ่นโคโลญจน์ผู้ชายลอยเข้าจมูก ส่งผลต่อระบบการเต้นของหัวใจ
“ใจลอยถึงไหน ผมพูดแค่นี้ถึงกับตกใจ”
“จะพูดไกลๆ หน่อยไม่ได้หรือไง มันเรื่องอะไรถึงต้องมาพูดข้างหูฉันด้วยล่ะ”
“กลัวไม่ได้ยิน เห็นนั่งตาลอย”
“หูไม่ได้หนวกจะได้ไม่ได้ยิน”
“ขนาดว่าได้ยิน ผมพูดด้วยเบาๆ ยังสะดุ้งโหยง คิดถึงแฟนอยู่หรือครับ แต่เอ... ผมก็ทำงานที่รัตนกิจฯ กว่าสองเดือนมาแล้วไม่เห็นได้ยินว่าลูกสาวท่านประธานมีแฟนแล้วเลยนี่ครับ”
“จะมีหรือไม่มีทำไมฉันต้องป่าประกาศด้วยล่ะ”
ทำเสียงขวางเข้าใส่
“นั่นสินะ ผมลืมไปว่าคุณหนูทิราภาชอบความเป็นส่วนตัวมากกว่าอวดตัวในเรื่องแบบนี้”
ดวงตาคู่งามตวัดผ่านหน้าเจ้าของเสียงห้าวมีกังวานทุ้มนุ่มหู ด้วยความหมั่นไส้ท่าทีราวกับจะเข้าใจอุปนิสัยของเธอ ระคนเคืองใจที่ดูเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยหากว่าเธอจะมีแฟนแล้ว
เอ๊อ! แล้วเธอหวังจะให้เขารู้สึกอะไรล่ะ
ผิดหวังเมื่อรู้ว่าเธอมีคนรักแล้วอย่างนั้นหรือ?
บ้าจริง! ยายทิ คิดอะไรของเธอเนี่ย?
ภานนท์หัวเราะหึๆ มองใบหน้าสดแอร่ม ปลายคางมนเชิดน้อยๆ ด้วยสายตาที่...
แน่นอน ถ้าคนถูกมองจะปรายตามองมาสักนิดก็คงถึงกับชะงักงัน
ขณะเดินทางออกจากสนามบิน โทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ส่งเสียงดัง เขากดรับทันที
ภานนท์ชำเลืองมองคนข้างๆ พบว่าเจ้าหล่อนมองมาอย่างใคร่รู้
‘คุณพ่อของคุณ’ เขาทำปากพูดโดยไม่ออกเสียง เพื่อบอกให้รู้ว่าใครโทรมา โทรศัพท์ยังแนบข้างแก้ม
ทิราภาไม่รู้ว่าบิดาพูดอะไร แต่เห็นว่าคิ้วเข้มเหนือดวงตาสีน้ำเงินจัดเริ่มมุ่นเข้าหากัน
