บทที่ 11 อ้อมกอด

ตอน อ้อมกอด

3 วันต่อมา

ญาดาได้รับการดูแลและรักษาอย่างดีจากแพทย์และพยาบาล เธอลำบากมากเจ็บไปทั้งตัวขาก็ขยับไม่ได้เลย วันแรกที่รู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้หญิงสาวนั้นร้องไห้หนักมาก ร้องจนเหนื่อยและนอนหลับไปเอง แม้แต่คุณพยาบาลพิเศษที่ถูกจ้างให้ดูแลเธออย่างใกล้ชิดยังอดหญิงสาวสงสารไม่ได้ ขนาดคนธรรมดาที่ไม่มีอาการป่วยทางจิตหากตื่นมาแล้วรู้ว่าตัวเองจะเดินไม่ได้เป็นเวลานานขนาดนี้ก็คงจะโศรกเศร้าเสียใจกันมาก แล้วคนที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างญาดาล่ะหล่อนจะหดหู่ใจขนาดไหน ไม่มีใครนึกออกเลยว่าอารมณ์ที่เศร้าเสียใจจนแทบอยากจะตายๆ จากโลกนี้ไปซะมันเป็นยังไง นั่นก็เพราะคนรอบข้างของเธอไม่เคยโศกเศร้าหนักจนแตะถึงอารมณ์นั้น คงมีเพียงแต่ตัวญาดาเองเท่านั้นที่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองดี

"ทานข้าวเถอะค่ะคุณนุ่น" พอได้เวลาทานอาหารคุณพยาบาลก็ยกถาดอาหารมาให้เธอ ญาดาไม่ยอมพูดหรือคุยกับใครเลยสักคน ถึงพูดเธอก็พูดแต่คำว่า 'ค่ะ' หรือขานรับอย่างเดียว ยิ่งสร้างความหนักใจให้กับสามพ่อแม่ลูกยิ่งนัก สาเหตุนั้นมันก็เป็นเพราะหัวใจของเธอ ใจที่หดหู่ ห่อเหี่ยว ใจที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ ในเมื่อตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ การที่ไม่มีใครมอบความรักให้ ก่อนหน้านี้ก็คิดสั้นจนฆ่าตัวตาย หนำซ้ำยังเป็นโรคซึมเศร้าอยู่แล้ว พอฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองเสียลูกไป ขาหักทั้งสองข้าง ที่มีผลต่อความรู้สึกที่สุดก็คงจะเป็นคำว่า 'เกลียด' จากคนที่เธอรัก คำพูดของบุษบาในวันนั้นมันส่งผลร้ายแรงเกินคาด ป่วยกายหากรักษาอย่างจริงจังรับรองว่ามันต้องหายได้ในสักวันอยู่แล้ว แต่อาป่วยทางใจถ้าเจ้าตัวไม่ให้ความร่วมมือก็ยากนักที่จะหาย

คุณหมอประจำเคสต้องการให้ญาดาไปพบจิตเวชหลังจากที่อาการเธอดีขึ้นแล้ว แต่อาการทางใจก็ต้องดีขึ้นด้วยเพราะมิฉะนั้นผู้ป่วยก็จะไม่ให้ความร่วมมือ คุณหมอจึงกำชับให้สามพ่อลูกดีกับญาดาให้มากกว่าเดิม พยายามทำให้เธอสดใสขึ้นมาให้ได้เพื่อตัวเธอเอง ซึ่งทั้งสามคนก็ดีกับเธอทุกอย่างแต่เธอก็ยังไม่ดีขึ้นมาเลยสักนิด นั่นก็เป็นเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวต้องการแล้วในตอนนี้ เธอต้องการจะหายๆ ไปจากโลกนี้เสียมากกว่า

"อ้าว...คุณหญิงมณีสวัสดีค่ะ" คุณพยาบาล นิด พยาบาลพิเศษที่ถูกจ้างให้มาดูแลญาดายกมือไหว้สวัสดีคุณผู้หญิงที่เดินทางมาหาญาดาพร้อมกับ ป้าศรี แม่บ้านของคฤหาสน์อศัวการกุล

"สวัสดีค่ะคุณนิด นี่กำลังจะทานมื้อเที่ยงกันเหรอค่ะ ดีนะคะที่ฉันมาทัน คุณนิดไปพักผ่อนหาข้าวหาน้ำทานเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ฉันกับแม่บ้านจะดูแลเอง"

"ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณหญิง" พยาบาลนิดจึงไปพักผ่อนหาข้าวเที่ยงทานตามที่คุณหญิงบอก

" มากินข้าวเที่ยงกันดีกว่านุ่น วันนี้ฉันทำอะไรมาให้แกกินเยอะเลย อาหารบำรุงสุขภาพทั้งนั้น" คุณหญิงและป้าศรีนำอาหารออกมาจากปิ่นโตอย่างอารมณ์ดี ถึงแม้อาการและท่าทางที่ญาดาแสดงออกมามันออกจะดูหดหู่ แต่เพราะท่านไม่อยากให้หญิงสาวจมปลักอยู่กับวังวนความหดหู่นี้อีกต่อไป จึงต้องทำตัวร่าเริงเข้าไว้

"วันนี้คุณหญิงท่านลงมือทำอาหารเองเลยนะคะคุณนุ่น นานๆ ทีท่านจะทำนะคะเนี่ย" ป้าศรีเองก็ทำตัวร่าเริงให้เต็มที่แบบที่คุณหญิงสั่ง

กับข้าวมากมายถูกจัดขึ้นบนโต๊ะเข็นอาหารและทั้งสองก็ช่วยกันเข็นมาหาญาดา หลังจากนั้นช่วยกันประคองให้หญิงสาวลุกขึ้นมานั่ง

"กินสักหน่อยนะนุ่น แค่นิดเดียวก็ยังดี ฉันกับตาปาล์มแล้วก็คุณชาติยังอยากให้แกมีชีวิตอยู่ต่อนะ พวกเราจะดูแลแกเองฉันสัญญา" ทุกอย่างที่คุณหญิงพูดมามันเป็นความจริง พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาญาดาก็หลุดออกจาภวังค์ซึมเศร้าของตัวเองทันที เพราะมันเป็นเรื่องที่เธอไม่ต้องการ

"แต่หนูไม่ต้องการค่ะคุณหญิง ทำไม ไม่ให้หนูตายๆ ไปสักทีล่ะคะ ลูกก็ตายไปแล้ว แม่ของหนูเขาก็เกลียดหนูฝังใจขนาดนี้ หนูจะอยู่ไปเพื่ออะไร ฮึกๆ" พอนึกถึงเรื่องแม่ทีไรน้ำตาก็ไหลทุกที

"อยู่เพื่อตัวแกเองไงล่ะนุ่น แกไม่อยากมีความสุข ไม่อยากเรียนต่อ ไม่อยากทำงาน ไม่อยากใช้ชีวิตตามใจของแกหรือไง ชีวิตที่แกกำหนดได้เอง ชีวิตที่แกไม่ต้องทำตามใจใคร แกไม่ต้องห่วงนะเรื่องนังบัว ต่อไปนี้มันจะมาทำอะไรแกไม่ได้อีกแล้ว"

"แม่ไปไหนเหรอคะ"

"ฉันขอแกจากมัน 2ล้านขอแกมาเป็นลูกสะใภ้ ตอนนี้แกเป็นเมียตาปาล์มแล้ว และตาปาล์มมันก็ยอมรับแกเป็นเมีย เริ่มต้นชีวิตใหม่นะนุ่น เราจะดูแลแกจนกว่าจะหายดี แล้วหลังจากนั้นเราจะปล่อยให้แกไปมีชีวิตตามที่แกต้องการ ระหว่างนี้แกก็อยู่ในฐานะเมียตาปาล์มไปก่อน" ญาดาอึ้งกิมกี่จนพูดอะไรไม่ออกไปชั่วครู่ สามวันก่อนเธอไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไปจึงไม่รู้ว่าตอนนี้มันได้เกิดเรื่องน่าประหลาดใจขึ้นกับตัวเอง อยู่ๆ ก็กลายเป็นสะใภ้ของบ้านอศัวการกุล หนำซ้ำคุณหญิงยังรับปากว่าจะดูและเธอจนกว่าจะหายดี ไหนจะเรื่องที่ปองกานต์ยอมรับเธอเป็นภรรยาอีก

"อะไรกันคะ แค่หนูตกบันไดขาหัก ลูกตาย ทำไมพวกคุณหญิงถึงต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ทำไมต้องเมตตานุ่นทั้งที่ก็ไม่ได้ต้องการหนู"

"ใครบอกว่าพวกเราไม่ต้องการแกล่ะ ถ้าไม่ต้องการฉันจะยอมเสียเงินไปทำไม ฉันเมตตาแกก็เพราะต้องการแก อยากช่วยเหลือ อยากเห็นแกมีชีวิตที่ดี เชื่อฉันนะนุ่นพวกเราจะดูแลแกเอง แกทำใจให้สบายเถอะนะ"

"ฮือ..." หญิงสาวพูดอะไรไม่ออกนอกจากนั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ สำหรับคนที่ไม่รู้ไม่เห็นอะไรมาก่อนก็คงจะคิดกันว่า ผู้หญิงคนนี้อ่อนแอ น่ารำคาญ ขี้แยเอาแต่ร้องไห้อย่างเดีวย แต่สำหรับคุณหญิงและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างเธอ ทุกคนกลับคิดว่าเธอแข็งแกร่ง แข็งแกร่งมาก อดทนกับโรคซึมเศร้ามาได้ตั้ง 4 ปี ก่อนหน้านี้เธออาจจะไม่เคยคิดถึงเรื่องความตายเลย ที่คราวนี้เกิดอยากจะฆ่าตัวตายก็คงจะหมดความอดทนแล้วจริงๆ ยิ่งรู้แบบนี้ก็มีแต่คนสงสาร คงจะมีแต่แม่เลี้ยงใจร้ายอย่างบุษบาคนเดียวที่ทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย

"ไม่ร้องนะนุ่น เข็มแข็งเอาไว้ ฉันชอบแกมากนะ แต่เพราะฉันเข้าใจผิด ฉันไม่รู้ ฉันปล่อยให้อคติมันบดบังหัวใจ เลยทำไม่ดีีกับแกไว้หลายครั้ง ฉันขอโทษ" คุณหญิงน้อมตัวลงกอดปลอบญาดาอย่างอ่อน ท่านกอดเธอทั้งน้ำตาทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิด ยิ่งคิดถึงคำด่า สายรังเกียจที่เคยส่งให้ญาดา ท่านก็ยิ่งเสียใจ

"ฮือๆ หนูผิดเองมากกว่า ที่อ่อนแอที่ป้องกันตัวไม่เป็น ถ้าหนูแข็งแกร่ง เรื่องมันก็คงไม่เป็นแบบนี้" เธอยังคงโทษตัวเองแม้จะเป็นฝ่ายถูกกระทำก็ตาม

"คุณหญิงคะ คุณนุ่นคะ อย่าร้องไห้กันเลยนะคะ ทานข้าวกันดีกว่าค่ะ" ป้าศรีหยิบกระดาษทิชชู่ส่งให้คุณหญิงทั้งที่ตัวเองก็อดน้ำตาซึมกับภาพตรงหน้าไม่ได้

คุณหญิงรับกระดาษทิชชู่มาจากมือป้าศรีก่อนจะใช้มันซับน้ำตาให้ญาดาอย่างอ่อนโยน เช็ดน้ำตาให้เธอก่อนที่จะเช็ดตัวเองเสียอีก ญาดาซาบซึ้งในความใจดีของคุณหญิงยิ่งนัก เมื่อก่อนคุณหญิงก็ดีกับเธอแบบนี้ เป็นเธอซะเองที่ดันอ่อนแอยอมเป็นเครื่องมือหาเงินให้บุษบา จนทำให้บ้านอศัวการกุลต้องเดือดร้อน

หลังจากหยุดร้องไห้หญิงสาวก็ทานอาหารได้มากกว่าทุกมื้อ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้เธอทานอาหารได้เยอะขึ้นทั้งที่ก่อนหน้าทานเยอะสุดก็ 3 คำเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะความรัก ความเมตตา ที่คุณผู้หญิงถ่ายทอดให้ทางอ้อมกอดแสนอบอุ่นของท่าน จึงทำให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าคนนี้รู้สึกใจชื้นขึ้นมามาก

พอท้องอิ่มก็ทำให้ง่วง ญาดาจึงหลังลงหลังจกที่ทานอาหาร

"โอ้โห...วันนี้ทานเยอะนะคะเนี่ย ข้าวเกือบหมดจานเลย ทั้งที่ปกติทานน้อยมากๆ ดีแล้วล่ะค่ะ คุณหญิงได้ทำอะไรหรือเปล่าคะคุณนุ่นถึงดีขึ้นได้" ปกติพยาบาลนิดก็ทำหน้าที่ดีมาก พยายามทำทุกวิธีทางให้ญาดาร่าเริง แต่เธอก็ไม่ดีขึ้นมาเลย

"ก็พูดคุยกันนิดหน่อยน่ะคะ แล้วฉันก็กอดเขา" คุณหญิงตอบไปตามตรง

"เพราะกอดนี่เอง ถ้าอย่างนั้นคุณหญิงต้องกอดคุณนุ่นบ่อยๆ แล้วก็ดีกับเธอมากๆ นะคะ เพราะคุณนุ่นน่ะเขาคิดว่าตัวเองเป็นคนไร้ค่าที่ไม่มีใครรัก พอได้รับความอบอุ่นก็จะดีขึ้นมาตามระดับ ยาอะไรก็รักษาโรคซึมเศร้าไม่ได้ดีเท่ากับความรักและความเอาใจใส่หรอกค่ะ" คุณพยาบาลแนะนำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"ค่ะ คุณนิด"

'ถ้ากอดแล้วทำให้ดีขึ้น แล้วแบบนี้ตาปาล์มจะกล้ากอดมั้ยนะ' คุณหญิงคิดเล่นๆ ท่านไม่ได้คิดว่าลูกชายจะกล้ากอดญาดา ดีไม่ดีญาดาก็อาจจะไม่ให้กอดเพราะทั้งสองไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่กันตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้นถ้าหากสองคนนี้กอดกันได้ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันอีกเรื่องหนึ่งเลย...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป