บทที่ 8 จบชีวิต
ตอน จบชีวิต
"นุ่น อย่านะวางปืนลงก่อน!" ญาดาไม่ได้สนใจเสียงห้ามของปองกานต์เลยสักนิด
"อย่าตามมานะ ถ้าตามมาฉันจะตายที่นี่ ถ้าไม่อยากเก็บศพฉันในบ้านหลังนี้ก็อย่าตามมา ฉันจะไปตายให้ไกลๆ จากที่นี่" ว่าแล้วก็เดินไปทางประตูและเล็งปืนเข้ามาหาตัวเองตลอด ณ ตอนนี้หัวใจของปองกานต์มันเต้นแรงมาก แม้จะเคยคิดอยู่ว่าอยากให้ญาดาตายๆ ไปซะ แต่พอมันกำลังจะเกิดขึ้นจริงเขากลับอยู่เฉยๆ ไม่ได้
"ว๊าย! นุ่นแกจะทำอะไร!" คุณหญิงกับคนใช้ช็อกกันมากเมื่อได้มาเห็นภาพที่ญาดาเดินออกมาพร้อมกับเอาปืนจ่อที่ขมับของตัวเอง
"ฮือๆ คุณหญิงไม่ต้องมาสนใจหนูค่ะ ปล่อยให้คนแบบหนูตายๆ ไปซะดีกว่าที่จะต้องมามีชีวิตแบบนี้ ฮือๆๆ" ญาดาบ่อน้ำตาแตกอีกแล้ว ยิ่งคิดถึงชีวิตที่ไม่มีใครต้องการ ชีวิตที่ไร้ค่าของตัวเอง มันยิ่งทำให้เธออยากจะระเบิดกระโหลกตัวเองให้ตายไปเลยในตอนนี้ แต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ต้องไม่ใช่ในบ้านของผู้มีพระคุณ เธอไม่อยากให้ทุกคนต้องมากลัววิญญาณที่เต็มด้วยความบัดซบอย่างเธอ
"นุ่นเธอตั้งสติดีๆ นะ เรื่องเมื่วานฉันขอโทษ ยังไงฉันก็ไม่อยากให้เธอตายนะ ใจเย็นๆ" พูดแล้วก็ค่อยๆ เดินตามเธอมา
"นุ่น แกตายไม่ได้นะ แกไม่ได้ผิดอะไร ฉันขอโทษที่เอาความโกรธเกลียดที่มีต่อแม่แกมาลงตัวแก ฉันขอโทษ ต่อไปนี้ฉันจะดูแลแกกับลูกอย่างดี แกอย่าคิดสั้นนะนุ่น" มันสายไปแล้วเธอนอนคิด นอนไตร่ตรองมาทั้งคืนและก็ได้พบว่าวิธีนี้มันเป็นวิธีที่ดีที่ืสุด ที่จะทำให้เธอหลุดออกจากวงจรบัดซบนี้ได้
"ไม่ต้องขอโทษนุ่นหรอกค่ะ นุ่นผิดเองที่ปฏิเสธแม่ไม่ได้ นุ่นผิดเองที่อยากได้เขาเป็นแม่ นุ่นต่างหากที่ต้องขอโทษ นุ่นขอโทษนะคะ คุณหญิง คุณปาล์ม ปล่อยให้นุ่นตายไปเถอะค่ะ เผื่ออะไรหลายๆ อย่างมันจะดีขึ้น คุณน้ำตาลอาจจะให้อภัยคุณปาล์มก็ได้ถ้าเกิดนุ่นไม่อยู่แล้ว ฮึก..." ว่าแล้ววิ่งลงบันไดไป แต่ปองกานต์ก็ไม่ได้ฟังเขาวิ่งตามมาติดๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังตามหลังมาญาดาจึงหันไปมอง ทั้งที่เดินลงไปอีกไม่กี่ขึ้นก็จะถึงพื้นแล้ว แต่เป็นเพราะว่ามัวแต่หันไปมองปองกานต์โดยที่ไม่ทันระวัง ดังนั้นเธอจึงพลาดท่าตกบันไดลงไป ปืนที่ถือมาก็หลุดออกจากมือไปด้วย พร้อมกับร่างเล็กบางที่ล่วงหล่นลงบนพื้นพรมอย่างแรง
"นุ่น!" ทุกคนเรียกชื่อเธอเสียงดังลั่น ก่อนที่ปองกานต์จะรีบเข้าไปประคองร่างบางขึ้นมาจากพื้น
"แม่ครับ ใครก็ได้ เอากุญแจรถมาให้หน่อย ด่วนเลย!"
"นุ่น! ฉันจะเป็นลม"
"คุณหญิง!" ท่านตกใจกับภาพตรงหน้าจนหน้ามืด แจงจึงรีบประคองคุณหญิงไว้
"คุณแม่! แจงฉันฝากดูแลคุณแม่ด้วยนะ!"
"ค่ะๆ คุณปาล์มรีบพาคุณนุ่นไปหาหมอเถอะ เดี๋ยวทางนี้หนูดูแลเอง"
"นี่ค่ะคุณปาล์มกุญแจ" ปองกานต์รีบรับกุญแจรถมาจากคนใช้อีกคน ก่อนจะอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก แต่สิ่งที่ทำให้เขาผงะไปชั่วครู่ก็คือเลือดที่ไหลออกมาตามเรียวขาของเธอ
"อะ...โอ๊ย คุณปาล์ม ยิงนุ่นทีเถอะคะ นะ...นุ่นไม่อยากอยู่แล้ว นุ่นอยากตาย..." ร้องขอเขาด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด จนแทบจะพูดออกมาไม่ไหว เธอเจ็บไปหมดทั้งตัวเจ็บจนไม่สามารถขยับตัวได้เลย
"เธอจะบ้าหรือไง! อยากจะตายอะไรนักหนาฮะ! ชีวิตคนเรามันมีค่ามากนะ บางคนเขาไม่อยากตายแต่ก็ต้องตาย เธอไม่รักตัวเองบ้างเลยหรือไง กว่าจะโตมาได้ขนาดนี้ก็ผ่านอะไรมาได้ตั้งเยอะ เพิ่งจะมาอยากตายอะไรตอนนี้" ต่อว่าเธอทั้งที่กำลังอุ้มเดินไปขึ้นรถ ญาดาไม่มีแรงจะเถียงหล่อนจึงหลับซุกใบหน้าไปที่อกกำยำของเขา และนั่นก็ยิงทำให้ชายหนุ่มต้องรีบเร่งฝีเท้าเดินไปที่รถโดยเร็ว
ตอนนี้ใจของเขามันอยู่ไม่เป็นสุข มันว้าวุ่นกระวนกระวายไปหมด กลัวที่สุด กลัวว่าญาดาจะเป็นอะไรไป กลัวว่าเธอจะตาย เป็นห่วงลูกที่อยู่ในท้อง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็เกลียดเธอยังกับอะไรดี แต่ทำไมพอรู้ว่าเธอทุกข์ใจจนเกือบจะจบชีวิตตัวเองเขาก็ทนยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ได้
@บ่อนพนันของบุษบา
ครืดๆ ในขณะที่เธอกำลังสนุกอยู่กับการเล่นไพ่ แต่อยู่ๆ เสียงเรียกเข้าจากมือถือเครื่องหรู เครื่องใหม่ ที่เพิ่งไปซื้อมาเมื่อวานก็ดังขึ้น
"ใครมันมาขัดกูวะเนี่ย พวกมึงเล่นกันไปก่อนกูขอไปรับโทรศัพท์แป๊บ" พูดกับพวกขาไพ่ ก่อนจะเดินไปรับโทรศัพท์ข้างนอก และเธอก็รู้สึกได้ว่าเบอร์ที่โทร.มามันคุ้นๆ
"ฮัลโหล..."
"ฮัลโหลน้าบัว นี่แจงเองนะจ๊ะ น้าบัวทำใจดีๆ แล้วฟังแจงก่อนนะจ๊ะ พี่นุ่นตกบันไดจ้ะ น้าบัว ตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล..."
"ฮะ! อีนุ่นตกบันไดเหรอ!" พอได้ยินดังนั้นหล่อนก็อยู่เฉยๆ ไม่ได้ รีบปิดบ่อนและโบกรถแท๊กซี่ไปยังโรงพยาบาลที่แจงบอกทันที ตกใจมากเสียจนลืมไปเลยว่าก่อนหน้านี้โกหกอะไรไว้
@โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
"เอ่อ...เชิญญาติคุณญาดาไปที่ห้องพักของหมอด้วยครับ" พอคุณหมอที่ออกมาจากห้องผ่าตัดพูดจบ สองแม่ลูกที่เป็นห่วงญาดากับเด็กในท้องมากๆ จนพากันนั่งคอตกหน้าดำคร่ำเคลียดก็รีบเดินตามคุณหมอไปทันที
"ตอนนี้คุณญาดาพ้นขีดอันตรายแล้วนะครับ อวัยวะภายในไม่ได้รับการกระทบกระเทือน แต่ว่า...กระดูกหน้าแข้งของเธอหักทั้งสองข้าง และเอ่อ...เด็กในท้องก็เสียชีวิต หมอต้องขอแสดงความเสียใจด้วยจริงๆ ครับ" สองแม่ลูกช็อกกับสิ่งที่ได้ยินกันทั้งคู่ ญาดาขาหักสองข้างลูกในท้องก็เสียชีวิตไปแล้ว อะไรมันจะน่าเศร้าใจขนาดนี้ ปองกานต์พูดอะไรไม่ออกนอกจากมีสีหน้าที่แสดงออกได้ถึงความเศร้าใจมากที่สุด ส่วนคุณหญิงก็ถึงขั้นน้ำตาตกเมื่อได้ยินว่าญาดาขาหักทั้งสองข้าง หลานในท้องก็เสียชีวิตไปแล้วด้วย
"และอีกอย่าง หมอคงต้องให้คุณหมอแผนกจิตรเวชมาตรวจสอบด้านสุขภาพจิตของเธอด้วย นั่นก็เป็นเพราะว่าก่อนที่หมอจะวางยาสลบคุณญาดาได้ฝืนขึ้นมา เธอขอให้หมอฆ่าเธอครับ ที่เธอตกบันไดจนขาหักนี่คงจะไม่ใช่แค่อุบัติเหตุใช่มั้ยครับ..."
"ครับ เธอตั้งใจจะฆ่าตัวตาย" ปองกานต์เป็นคนตอบท่าทางของเขาดูมืดมนและหดหู่จนทำให้ผู้เป็นแม่ร้องไห้หนักกว่าเดิม
"หมอเดาว่าเธออาจจะมีอาการป่วยทางจิต ยังไงหมอขอให้พวกคุณดูแลเธออย่างใกล้ชิดด้วยนะครับ ถ้าเธอมีอาการป่วยทางจิตจริงๆ ตอนตื่นมาเธอก็อาจจะคิดสั้นอีก" หัวใจของสองแม่ลูกมีแต่ความมืดมนและความเจ็บปวดจนสาหัส แม้ร่างกายจะแข็งแรงดีอยู่แต่หัวใจของทั้งสองนั้นปวดร้าวจนแทบจะพากันล้มทั้งยืน
"เอ่อ...แล้วเธอจะสามารถกลับมาเดินได้เหมือนเดิมมั้ยครับ" แต่เขาก็ยังไม่ลืมที่จะถามคำถามสำคัญ
"กลับมาเดินได้แน่นอนครับ แต่ต้องทำกายภาพบำบัดเป็นประจำแล้วก็อาจจะใช้เวลาสัก 1-2 ปีกว่าจะกลับมาเดินหรือวิ่งได้ตามปกติ"
"ขอบคุณครับคุณหมอ"
หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็เดินออกมาจากห้องคุณหมอด้วยท่าทีหมดแรง
"ฮึก...แม่ผิดเองปาล์ม แม่ขอโทษนะลูก ที่ทำให้เรื่องต้องเป็นแบบนี้ ที่ลูกแแกต้องมาตายก็เพราะแม่ ที่นุ่นมันคิดสั้น ก็เพราะแม่ใจร้ายอคติไม่เข้าท่า ทำร้ายมันทางคำพูดตลอด แม่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้มันคิดสั้น...ฮือๆ" รู้สึกผิดขึ้นมาทันทีนั่นก็เพราะรู้ตัวดีว่าสิ่งที่ตัวเองแสดงออกมาทั้งท่าทีรังเกียจที่มีต่อญาดา มันเป็นการทำร้ายหัวใจมนุษย์คนหนึ่งได้เป็นอย่างดี ท่านรู้แต่เพราะตอนนั้นอารมณ์ทิฐิมันเยอะมาก เยอะจนยับยั้งความใจร้ายของตัวเองไม่ได้ พอมาสำนึกได้มันก็สายไปแล้ว เสียหลานคนแรกของตระกูลไป ทำให้ญาดาเดินไม่ได้ เจ็บปวดและรู้สึกผิดเสียใจร้องไห้ไม่หยุด
"ไม่หรอกครับ สาเหตุที่แท้จริงมันคือผมต่างหาก ถ้าผมให้เงินเธอไปตั้งแต่แรกมันก็จบแล้ว แต่ผม..." พูดจบแล้วก็เอามือปิดหน้าทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มีหยาดน้ำตาคลอออกมาจากดวงตา เสียลูกไปแล้ว ญาดาก็ขาหัก กว่าจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้ก็ต้องใช้เวลาอย่างต่ำเป็นปี ที่มากไปกว่านั้นก็คือเธอมีแนวโน้มที่จะป่วยทางจิต ถ้าให้เขาเดาโรคป่วยทางจิตที่ทำให้คนๆ นึง มีความคิดอยากจะฆ่าตัวตายแบบนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น 'โรคซึมเศร้า'
เพราะว่าคุณหญิงนั้นเคยเอ็นดู เคยรักญาดามากๆ และท่านก็รู้ดีว่าญาดาไม่ได้ทำเรื่องร้ายกาจจับลูกชายของเขาเป็นสามี แต่ก็เพราะเกลียดแม่ก็เลยพาลทำให้เกลียดลูกไปด้วย ส่วนปองกานต์ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ได้มีใจพิศวาสอะไรกับญาดาเลย เธอไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ก็เพราะเป็นคนมีคุณธรรมและมีสามันสำนึกมากพอ จึงทนดูคนๆ หนึ่งตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ เขาอาจจะเป็นคนรักแรงเกลียแรงเหมือนแม่แต่พอเอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากให้เธอกับลูกตายไปอย่างที่เคยคิด ถ้าเขาเลวจริงก็คงจะบีบขอเธอตายคามือไปตั้งแต่เมื่อวานหรือไม่ก็บอกให้เธอไปทำแท้งตั้งนานแล้ว แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ลง...
