บทที่ 2 ตอนที่ 2 เหตุเกิดเพราะเมา
ตอนที่ 2 เหตุเกิดเพราะเมา
#เวลา 19.45 น.
ร่างเล็กในชุดเดรสเกาะอกสีแดงขับผิวขาวให้ดูเด่นสว่างขึ้นไปอีกเท่าตัว ร่างเล็กเดินเข้ามาในโซนห้องอาหาร มินตราเชิดหน้าสวยมั่นใจเต็มที่ แม้ในใจจะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ที่มาสายไปเกือบสี่สิบห้านาทีเพราะเธอตั้งใจที่จะมาสายเอง เธอก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า... ถ้าเธอเป็นแบบนี้แล้ว ฝ่ายนั่นยังอยากจะเชื่อมสัมพันธ์อีกหรือเปล่า
ทว่าพอเดินมาถึงโต๊ะวีไอพีที่ระบุไว้ เธอกลับพบแต่ความว่างเปล่า ไม่มีแม้กระทั่งป้ายจอง ไม่มีแม้กระทั่งฝ่ายชายที่แม่นัดเอาไว้ให้
“ขอโทษนะคะ... โต๊ะนี้ไม่ได้จองไว้ในชื่อคุณนายจันทร์ส่อง หรือคุณภานุเหรอคะ?” มินตราหันไปเอ่ยถามพนักงานเสิร์ฟที่เดินผ่านไปผ่านมาแถวนั้นทันที
“เอ่อ... สักครู่นะคะคุณผู้หญิง” พนักงานเอ่ยพูดน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนที่จะรีบเช็กรายชื่อการจองทันที “อ๋อ... โต๊ะนี้คุณภานุสั่งยกเลิกไปเมื่อสิบห้านาทีก่อนแล้วค่ะ”
“ว่าไงนะ!” มินตราตาโต เสียงแหลมขึ้นทันทีที่ได้ยินว่า ฝ่ายนั่นยกเลิกการจองโต๊ะ
หน้าสวยร้อนผ่าวด้วยความอับอายและโกรธจัด ยิ่งหันไปเห็นสายตาของแขกโต๊ะข้างๆ ที่มองมา มินตรายิ่งรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่กลางห้องอาหาร เขากล้าดียังไงมายกเลิกแบบนี้ รอนิดรอหน่อยไม่ได้เลยหรือยังไง
“ไอ้คนบ้า! กล้าดียังไงมายกเลิกโต๊ะตัดหน้าฉัน!” มินตรากำหมัดแน่น “คิดว่ารวยแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ ฝากไว้ก่อนเถอะ!”
ด้วยความที่เธอรู้สึกว่าเสียหน้าประกอบกับความเครียดสะสม ทำให้ร่างเล็กสะบัดบ๊อบเดินตรงดิ่งไปที่เคาน์เตอร์บาร์ทันที
“บาร์เทนเดอร์! ขอไวน์แดงที่แรงที่สุดมาซิ! เอามาเป็นขวดเลย”
#บนชั้นลอย
ชายหนุ่มนั่งมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่ม พลางจับตามอง ‘ยัยตัวแสบ’ ที่กำลังยกแก้วไวน์ดื่มราวกับน้ำเปล่า มีหวังคืนนี้คงคอพับอยู่ที่ห้องอาหารแน่
“หึ! บทจะแรงก็น่าสนใจดีนี่” ภานุหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจับจ้องเรือนร่างเซ็กซี่ในชุดสีแดงไม่วางตา
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง จากสาวมั่นสุดเชิดในตอนแรก ตอนนี้มินตรานั่งหน้าแดงก่ำ แกว่งแก้วไวน์ในมือไปมา ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุดซ้ำไปซ้ำมา คนตัวเล็กรู้ตัวว่าขืนอยู่ต่อต้องอ้วกพุ่งแน่ๆ เธอควักบัตรส่งให้บาร์เทนเดอร์แบบเบลอๆ ก่อนที่จะพยุงทรงตัวแทบไม่อยู่ เดินโซซัดโซเซตรงไปยังลิฟต์เพื่อกลับห้องพักของโรงแรมที่แม่จองไว้ให้
จังหวะเดียวกัน ภานุที่เห็นว่าไม่มีสนุกแล้ว จึงเดินลงจากชั้นลอยเพื่อจะเข้าลิฟต์กลับไปพักผ่อนเช่นกัน
ชายหนุ่มเดินเข้าลิฟต์ไป และก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดลง ก็มีมือเรียวเล็กพุ่งเข้ามาขวางไว้ ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างเล็กในชุดสีแดงที่เข้ามาภายในลิฟต์ กลิ่นไวน์หอมฟุ้งโชยเข้าจมูกมาเฟียหนุ่มทันที
มินตรายืนพิงผนังลิฟต์ ตาปรือ มองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ แบบไม่ชัดโฟกัส แต่สิ่งแรกที่สมองที่มึนเมาของเธอรับรู้คือ...
ผู้ชายคนนี้ หล่อมาก!
โครงหน้าคม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึก และดวงตาคมเข้มที่กำลังมองตรงมาที่เธอนิ่งๆ มันช่างกระตุ้นต่อมอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านของเธอเหลือเกิน
“มองอะไรคะ... หน้าฉันเหมือนแม่คุณเหรอ?” มินตราเอ่ยปากหาเรื่อง เสียงยานเพราะความเมา
ภานุเลิกคิ้วสูง นึกขำในใจ ยัยนี่เมาจนปากกล้าขนาดนี้เลยเหรอ ไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยจริงๆ
“คุณควรจะไปอ้วกในห้องน้ำมากกว่าในลิฟต์นะ” ภานุเอ่ยพูดน้ำเสียงเรียบนิ่ง จ้องมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงก่ำอยู่ตอนนี้
“นี่! ปากดี!” เธอก้าวเข้าไปหาเขาหนึ่งก้าว แต่เพราะส้นสูงบวกกับความเมา ทำให้เธอเสียหลักถลาเข้าหาแผงอกกว้างของชายหนุ่มเต็มแรง
หมับ!
ภานุรับร่างเล็กไว้ตามสัญชาตญาณ กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นไวน์ชั้นดีทำให้หัวใจมาเฟียหนุ่มกระตุกไปแว็บหนึ่ง ตัวเธอนุ่มและหอมกว่าที่เขาคิดไว้มาก
“ปล่อยนะ ไอ้คนบ้า!” มินตราเงยหน้าขึ้น สบตาคมกริบในระยะห่างกันแค่คืบ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดกัน
ความเมาบวกความประชดประชันในใจทำให้สติสัมปชัญญะของมินตราปลิวหายไปจนหมด เธอมองริมฝีปากหยักของเขาแล้วนึกถึงไอ้มาเฟียคู่เดตที่หักหน้าเธอ
ในเมื่อไอ้มาเฟียนั่นไม่เอาฉัน... ฉันจะคว้าผู้ชายหล่อๆ ในลิฟต์นี่แหละไปเย้ยแม่แทน!
“นาย...” คนตัวเล็กจ้องมองที่ริมฝีปากหนาของชายหนุ่ม “หล่อดีนี่~~”
“คุณจะทำอะไร...” ภานุยังพูดไม่ทันจบคำ
หญิงสาวก็เอื้อมมือไปคว้าคอเสื้อสูทของเขา กระชากลงมาอย่างแรง พร้อมกับเขย่งปลายเท้า พุ่งริมฝีปากบางของเธอเข้าประกบจูบริมฝีปากหนาของเขาทันที
ชายหนุ่มดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจทันที มาเฟียอย่างเขาที่เป็นผู้คุมเกมทุกอย่าง... ทว่ากลับโดนยัยนี่ที่เมาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร จูบซะแล้ว
ริมฝีปากของเธอนุ่มและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ บดเบียดลงมาอย่างรุนแรงตามอารมณ์ มินตราครางเครือในลำคอ ลิ้นเล็กๆ แอบแตะชิมความหวานแบบสะเปะสะปะตามความเมา ภานุที่ตอนแรกจะผลักออกกลับหยุดชะงักลง
รสจูบที่ไร้เดียงสาของยัยตัวแสบกำลังทำให้ไฟในตัวเขาจุดติด ชายหนุ่มเริ่มจูบตอบ ลิ้นหนารุกไล่ต้อนจนมินตราครางประท้วงเพราะหายใจไม่ทัน
เพียงครู่เดียว ประตูลิฟต์ก็ถูกเปิดออก มินตราผละออกจากริมฝีปากเขา หายใจหอบเหนื่อย ใบหน้าหวานตอนนี้แดงซ่าน ทว่าดวงตายังฉายแววโหยหาอย่างบอกไม่ถูก มือเรียวเล็กยกมือขึ้นเช็ดปาก ก่อนจะชี้นิ้วใส่หน้าชายหนุ่มตรงหน้าทันที
“ฉันจ้างนาย!!”
“หืม?” เขาเลิกคิ้วสูง เช็ดมุมปากตัวเองที่มีรอยลิปสติกสีแดงติดอยู่ “จ้างอะไร?”
“จ้างมาแกล้งเป็นแฟนหลอกแม่ฉันหน่อย! แม่ฉันอยากให้แต่งงานกับไอ้คนบ้าอำนาจใจจะขาด ฉันเกลียดมัน!” มินตราควักกระเป๋าเงินแบรนด์เนมออกมา เปิดออกแล้วดึงธนบัตรใบละพันเป็นฟ่อนส่งให้เขา “คิดเท่าไหร่ว่ามา เอาไปก่อนมัดจำหมื่นหนึ่ง... ทำงานดีมีโบนัส!”
คนตัวโตมองเงินหมื่นในมือสลับกับใบหน้าสวยคมที่เชิดขึ้นอย่างถือดี... เขารวยเป็นหมื่นล้าน แต่ยัยนี่เอาเงินหมื่นมาจ้างเขาเป็นแฟนกำมะลอเพื่อหลอกแม่ โดยไม่รู้เลยว่า ไอ้คนบ้าที่เธอเกลียดนักเกลียดหนา ก็คือผู้ชายที่เธอเพิ่งจูบไปเมื่อกี้นี้เอง
ความเจ้าเล่ห์และนึกสนุกฉายชัดขึ้นมานัยน์ตาของภานุทันที เกมนี้... ดูน่าสนุกดีนี่
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ เก็บเงินฟ่อนนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อสูทอย่างหน้าตาเฉย ก่อนจะก้มลงกระซิบข้างหูสาวทันที
“หมื่นหนึ่ง... มัดจำน้อยไปหน่อยนะคุณ แต่งานนี้... ผมตกลงครับ คุณผู้ว่าจ้าง”
“ดี! พรุ่งนี้เช้า... เจอกันนะคะ” มินตรายิ้มพึงพอใจอย่างคนชนะ ก่อนที่จะล้มฟุบลงไปกับพื้นทันที
