บทที่ 3 ตอนที่ 3 หลักฐานมัดตัว
ตอนที่ 3 หลักฐานมัดตัว
“อ้าว... คุณ! คุณ!”
ภานุร้องเรียกพลางขมวดคิ้วมุ่น เมื่อร่างเล็กในอ้อมแขนที่เพิ่งยื่นเงินหมื่นให้เขาหยกๆ กลับทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งตัว ดวงตากลมโตปิดสนิท ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอเป็นสัญญาณว่าเธอได้เข้าสู่ห้วงนิทราเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ไปเรียบร้อยแล้ว
“บทจะหลับก็หลับง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอวะ ยัยตัวแสบ”
มาเฟียหนุ่มเอ่ยบ่นพึมพำ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้มกว้างอย่างนึกขำ ภานุก้มลงช้อนเธออุ้มแนบอก อ้อมแขนแกร่งยกตัวเธอขึ้นลอยได้อย่างง่ายดาย กลิ่นหอมปนกลิ่นไวน์ชั้นดีโชยเข้าจมูกจนเขาต้องลอบสูดหายใจเข้าลึกๆ
ภานุอุ้มคนตัวเล็กเดินกลับไปที่ห้องของทันที
ประตูห้องเปิดออกด้วยระบบคีย์การ์ดอัตโนมัติ ภานุก้าวข้ามความมืดตรงไปยังห้องนอนใหญ่ แสงไฟจากตึกสูงภายนอกสาดส่องเข้ามาทางกระจกบานยักษ์พอให้เห็นทัศนียภาพลางๆ เขาประคองร่างเล็กวางลงบนเตียงนุ่มไซส์คิงเบดอย่างเบามือที่สุดเท่าที่มาเฟียมือหนักอย่างเขาจะทำได้
“อืม... อย่ากวนสิ” มินตราครางพึมพำในลำคอ พลิกตัวหนีหมอนขนนก
“อยู่นิ่งๆ สิคุณ ผมกำลังจะผละตัวออกแล้ว”
ภานุเอ่ยพูดเสียงทุ้มต่ำ จังหวะที่เขากำลังจะยืดตัวขึ้นและถอยห่างจากเตียงนอน...
หมับ!
มือเรียวเล็กของมินตรากลับพุ่งขึ้นมาคว้าคอเสื้อสูทของเขาไว้แน่น ดวงตาเฉี่ยวรีปรือขึ้นมองท่ามกลางความสลัว แววตาของเธอฉายแววดื้อรั้นอย่างคนเมาที่ยังอยากเอาชนะ
“จะหนีไปไหน...” มินตรากระซิบเสียงแหบพร่า
“ผมไม่ได้หนี...”
ยังไม่ทันที่ภานุจะพูดจบประโยค มินตราก็ใช้แรงทั้งหมดที่มีดึงรั้งคอเสื้อสูทของชายหนุ่มลงมาอย่างแรง จนใบหน้าคมคายถลาลงไปหา ร่างหนาต้องรีบใช้ข้อศอกยันฟูกเตียงไว้เพื่อไม่ให้ทับตัวเธอ
และโดยไม่ให้เขาได้ตั้งตัว ริมฝีปากบางของมินตราก็พุ่งเข้าประกบจูบริมฝีปากหยักของภานุอีกครั้ง!
“อื้อ...”
ภานุครางในลำคอด้วยความคาดไม่ถึง รสจูบครั้งนี้ไม่มีปี่มีขลุ่ย มันดุดัน ทว่าก็สะเปะสะปะตามแรงอารมณ์ของคนเมา มินตราขยับกลีบปากบดเบียดนัวเนีย รสหวานของไวน์แดงแลกเปลี่ยนกันผ่านสัมผัสร้อนแรงจนอุณหภูมิในห้องพุ่งสูงขึ้นทันตา
เพียงไม่กี่วินาที มินตราก็เป็นฝ่ายผละริมฝีปากออกก่อนอย่างรวดเร็ว เธอหอบหายใจสะท้าน หน้าแดงซ่าน จ้องหน้าเขาเขม็ง
“คุณตกลง... ที่จะมาเป็นแฟนฉันแล้วนะ” มินตราเอ่ยทวงสัญญา น้ำเสียงยานคลาดทว่าเด็ดขาด
ภานุมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเจ้าเล่ห์ “ครับ... ผมตกลง”
“ดีมาก... ห้ามบิดพริ้ว ห้ามเบี้ยวสัญญา...” มินตราพึมพำ ตาจะปิดมิปิดแหล่
ภานุเห็นท่าไม่ดี ขืนปล่อยให้ยัยตัวแสบนี่หลับไป พรุ่งนี้เช้าตื่นมาต้องโวยวายทำเป็นจำอะไรไม่ได้ชัวร์ๆ ตามสไตล์คนหยิ่งอีโก้จัด มาเฟียใต้ผู้ไม่เคยยอมเสียเปรียบใครจึงรีบใช้มือข้างที่ว่างควักโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกงทันที
คลิก!
เขากดเปิดโหมดบันทึกวิดีโอ หันหน้ากล้องมาทางเขาสองคนที่อยู่ในสภาพล่อแหลมบนเตียงกว้าง
“เดี๋ยวครับคุณผู้ว่าจ้าง เพื่อความโปร่งใส... รบกวนพูดทวนเงื่อนไขสัญญาอีกรอบซิครับ” ภานุเอ่ยพูดเสียงกวนประสาท จี้หน้ากล้องไปใกล้ใบหน้าหวาน
มินตราปัดมือไปมาอย่างรำคาญตา “อื้อ... ถ่ายทำไมเนี่ย”
“ถ่ายไว้เป็นหลักฐานไงครับ พูดมาเร็ว... คุณจ้างผมเท่าไหร่? จ้างทำอะไร?”
มินตราสู้แสงกล้อง จ้องเข้าไปในเลนส์แล้วเชิดหน้าขึ้น “ฉัน... มินตรา! จ้างนาย... ไอ้คนหล่อในลิฟต์ ให้มาแกล้งเป็นแฟนหลอกแม่ฉัน... มัดจำไปแล้วหมื่นนึง... พรุ่งนี้เริ่มงาน! เข้าใจไหม!”
“แล้วถ้าคุณตื่นมาสะบัดตูดหนี ทำเป็นจำไม่ได้ล่ะ?” ภานุหลอกล่อต่อ
“ไม่มีทาง! คนอย่างมินตรา... คำไหนคำนั้น! ถ้านายทำดี... มีโบนัสให้อีกเพียบ!”
“โอเค... ถือว่าหลักฐานครบถ้วน” ภานุหัวเราะหึในลำคออย่างผู้ชนะ เขากำลังจะเอื้อมมือไปกดปิดวิดีโอ
ทว่าดวงตากลมโตที่ปรือปรอยของมินตร้ากลับเลื่อนมาสบตาเขาอีกครั้ง ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนอน มีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนที่สอดประสานกัน ภานุจ้องมองริมฝีปากบางที่เจือรอยลิปสติกสีแดงระเรื่อที่เพิ่งปล้นจูบเขาไปสองหน... ความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อนมันแล่นพล่านจนกักเก็บไว้ไม่อยู่
“ในเมื่อสัญญาเสร็จสิ้น...” ภานุกระซิบเสียงพร่า “งั้นขอเซ็นรับรองสัญญาหน่อยแล้วกัน”
“อื้อ... อ๊ะ...”
ภานุกดปิดวิดีโอมือถือแล้วโยนมันทิ้งไปบนฟูกอย่างไม่ไยดี ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาตระกองกอดร่างเล็กไว้ แขนแกร่งรวบเอวบางให้ขยับเข้ามาแนบชิด ก่อนจะกดริมฝีปากหนาลงทับถมริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม
ทว่าจูบครั้งนี้... กลับแตกต่างจากสองครั้งแรกโดยสิ้นเชิง
มันไม่ใช่จูบที่เกิดจากความเมาประชดประชันของมินตรา และไม่ใช่จูบที่เกิดจากความนึกสนุกของภานุ แต่มันเป็นจูบที่เต็มไปด้วยความลึกซึ้ง เนิ่นนาน และทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นหนาแทรกซอนเข้าไปชิมความหวานภายในโพรงปากนุ่มอย่างช่ำชอง กวาดต้อนและหยอกเย้าจนคนตัวเล็กครางอื้ออึงในลำคอ
“อืม... คุณ...” มินตราประท้วงเบาๆ มือเล็กเปลี่ยนจากกุมคอเสื้อมาเป็นทุบแผงอกแกร่งพัลวันเพราะกำลังจะหมดลมหายใจ
แต่ภานุกลับไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เขาเปลี่ยนองศาเพลี่ยงพล้ำ บดจูบซ้ำๆ อย่างโหยหา มือหนาลูบไล้ไปตามเรือนร่างนุ่มนิ่มผ่านเนื้อผ้าเดรสเกาะอกสีแดงเพลิง ความนุ่มหยุ่นและความหอมหวานของยัยตัวแสบกำลังทำให้สติของมาเฟียใหญ่กระเจิดกระเจิง
ความร้อนแรงของรสจูบปลุกเร้าอารมณ์ดิบในกายหนา จนทั้งคู่เผลอใจไปกับสัมผัสวาบหวาม มินตราที่เมามายกลับแอ่นอกเข้าหาอ้อมกอดแกร่งตามสัญชาตญาณ เสียงครางกระเส่าหลุดรอดออกมาจากลำคอระหง ยิ่งจุดไฟในตัวภานุให้ลุกโชน
ชายหนุ่มจูบซับลงมาที่ซอกคอขาวกรุ่น สูดกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธออย่างเอาแต่ใจ
“คุณ... มันบ้า...” มินตราพึมพำ เสียงสั่นเครือ สองมือขยุ้มผมหนาของเขาแน่น
“อืม... ผมบ้าไปแล้ว ยัยตัวแสบ” ภานุกระซิบตอบชิดใบหูเล็ก ก่อนจะก้มลงไปมอบจูบอันแสนยาวนานอีกครั้งและอีกครั้ง...
ค่ำคืนอันยาวนานดำเนินไปภายใต้แสงไฟสลัวของกรุงเทพมหานคร ความเข้าใจผิดและผลประโยชน์ในตอนแรก บัดนี้กลับถูกแปรเปลี่ยนเป็นความสัมพันธ์ที่เร่าร้อนจนยากจะถอนตัว
แสงแดดเช้าวันรุ่งขึ้นสาดส่องทะลุม่านหน้าต่างเข้ามา
“โอ๊ย... ปวดหัวชะมัด”
มินตราครางออกมาเบาๆ มือเรียวยกขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบๆ เพราะอาการแฮงก์โอเวอร์ระดับสิบ เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตาให้เข้ากับความสว่าง ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าสัมผัสของเตียงนอนและผ้าห่มมันช่างนุ่มสบายเกินกว่าห้องพักมาตรฐานทั่วไปที่เธอเคยอยู่
แถมกลิ่นน้ำหอมผู้ชายสไตล์สปอร์ตแอนด์ลักชัวรี่นี่มันอะไรกัน...
มินตราชะงัก รีบหันขวับไปมองด้านข้างทันที
และนั่นทำให้เธอแทบจะกรีดร้องออกมาดังๆ!
ร่างสูงใหญ่ของหนุ่มหล่อแปลกหน้าในลิฟต์เมื่อคืนนอนตะแคงข้างหันมาทางเธอ ชายหนุ่มไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นหนาและรอยสักจางๆ สุดเท่ ใบหน้าคมคายยามหลับใหลดูหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทว่าที่มุมปากของเขากลับมีรอยยิ้มจางๆ ราวกับกำลังฝันดี
มินตรารีบก้มลงมองตัวเองใต้ผ้าห่ม... โชคดีที่เดรสเกาะอกสีแดงยังอยู่ครบ แม้จะยับยู่ยี่ไปบ้าง แต่ความทรงจำเมื่อคืนชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็เริ่มแล่นกลับเข้ามาในสมอง
ลิฟต์... จูบ... เงินหมื่น... แฟนกำมะลอ... แล้วก็... ฉากจูบมาราธอนบนเตียงนั่น!
“กรี๊ดดด! ไม่จริง!” มินตราเอามืออุดปากตัวเอง หน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบระเบิด “นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย!”
“เสียงดังแต่เช้าเลยนะครับ... คุณผู้ว่าจ้าง”
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบเสน่ห์ของคนข้างกายดังขึ้น ภานุลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกริบคู่จับจ้องมาที่เธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์กวนประสาท ชายหนุ่มลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่คิดจะหาอะไรมาปิดบังแผงอกล่ำบึ้กของตัวเองเลยสักนิด
“นาย! ไอ้คนฉวยโอกาส! นายพาฉันมาที่นี่ทำไม!” มินตราชี้นิ้วใส่หน้าเขา ตัวสั่นด้วยความโกรธและอาย
ภานุเลิกคิ้วสูง ทำหน้าซื่อตาใส “อ้าวคุณ... พูดให้มันดีๆ หน่อย ใครฉวยโอกาสกันแน่ เมื่อคืนใครพุ่งมาจูบผมในลิฟต์ แถมยังลากผมขึ้นมาบนห้อง ยื่นเงินหมื่นบังคับให้ผมเป็นแฟนกำมะลออีกล่ะ?”
“ฉัน... ฉันไม่ได้ทำ!” มินตราปากแข็ง สะบัดหน้าหนี “ฉันเมา! ฉันจำไม่ได้! สัญญาอะไรนั่นถือเป็นโมฆะ!”
“หึ... คิดไว้ไม่มีผิดว่าคุณต้องเล่นมุกนี้” ภานุหัวเราะหึ เอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่บนฟูกขึ้นมาเปิด “งั้นดูนี่หน่อยเป็นไงครับ จะได้ฟื้นความจำ”
ชายหนุ่มกดเปิดคลิปวิดีโอเมื่อคืน แล้วยื่นหน้าจอไปตรงหน้ามินตรา
เสียงแหลมๆ ของมินตราเวอร์ชันเมาดิบดังลั่นออกมาจากลำโพงโทรศัพท์: “ฉัน... มินตรา! จ้างนาย... ไอ้คนหล่อในลิฟต์ ให้มาแกล้งเป็นแฟนหลอกแม่ฉัน... มัดจำไปแล้วหมื่นนึง... พรุ่งนี้เริ่มงาน! เข้าใจไหม! คนอย่างมินตรา... คำไหนคำนั้น! ถ้านายทำดี... มีโบนัสให้อีกเพียบ!”
มินตราอ้าปากค้าง หน้าถอดสีทันทีที่ได้เห็นหลักฐานชิ้นโบแดง “นะ... นายแอบอัดคลิปเหรอ!”
“ไม่ได้แอบครับ อัดต่อหน้าต่อตาเลยต่างหาก” ภานุยิ้มกวนประสาท พลิกมือถือกลับมาเก็บไว้กับตัว “หลักฐานมัดตัวขนาดนี้ จะยอมรับได้หรือยังครับ คุณมินตรา?”
“นายรู้ชื่อฉันได้ยังไง!” มินตราตาโต
“ก็ในคลิปคุณเพิ่งป่าวประกาศเองว่าชื่อมินตรา” ภานุโกหกหน้าตาย (ทั้งที่จริงๆ เขารู้จักเธอตั้งแต่ก่อนนัดเดตแล้ว) “เอาเป็นว่า... เงินหมื่นนึงมัดจำเมื่อคืน ผมเก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว สัญญาจ้างมีผลสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์”
มินตรากัดฟันกรอด รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเดินตกหลุมพรางของหมาป่าเจ้าเล่ห์ “ฉันเพิ่มเงินให้เป็นสองหมื่น! ลบคลิปนั้นทิ้งซะ แล้วแยกย้ายกันไป!”
“เสียใจด้วยครับ พอดีผมเป็นคนมีจรรยาบรรณในวิชาชีพ... รับเงินมาแล้ว ต้องทำงานให้คุ้มค่าจ้าง” ภานุขยับกายเข้ามาใกล้ จนมินตราต้องถอยร่นไปจนชิดหัวเตียง ชายหนุ่มโน้มหน้าลงมากระซิบเสียงเบา “อีกอย่าง... รสจูบมัดจำเมื่อคืน มันก็ ‘คุ้มค่า’ จนผมอยากทำงานนี้ใจจะขาดแล้วด้วยสิ”
“ไอ้... ไอ้ลามก!” มินตราหน้าแดงก่ำ ผลักอกเขาออกสุดแรง “ถอยออกไปเลยนะ!”
“เอาล่ะ เลิกเล่นได้แล้ว” ภานุเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นนิดหน่อย แต่แววตาร้ายลึกยังคงอยู่ “วันนี้คุณมีนัดเปิดตัวแฟนกำมะลอกับแม่คุณใช่ไหมล่ะ? แต่งตัวซะ... เดี๋ยวผมจะทำหน้าที่ ‘ลูกจ้างที่ดี’ พาคุณไปพบคุณแม่เอง”
มินตรามองผู้ชายตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสน ทั้งโกรธ ทั้งอาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคลิปในมือเขามันเป็นหลักฐานชั้นดีที่ถ้าหลุดไปถึงหูคุณนายจันทร์ส่อง เธอได้โดนยึดงบสปาเฟสสองแน่ๆ
“ก็ได้!” มินตราสะบัดเสียงใส่ “แต่นายต้องฟังคำสั่งฉัน ห้ามพูดอะไรนอกเหนือจากแผน เข้าใจไหม!”
“ครับผม... คุณผู้ว่าจ้าง” ภานุยกมือขึ้นทำท่ารับทราบขำๆ
โดยที่มินตราไม่มีวันรู้เลยว่า... แฟนกำมะลอถังแตกที่เธอจ้างมาด้วยเงินหมื่น แท้จริงแล้วคือมาเฟียใหญ่หมื่นล้านที่เป็นคู่เดตตัวจริง และเธอกำลังเดินเข้าสู่อาณาจักรบ่วงรักที่เขาเตรียมไว้รัดตัวเธอจนไม่มีวันดิ้นหลุด!
