บทที่ 5 ตอนที่ 5 ไหลไปตามน้ำ

ตอนที่ 5 ไหลไปตามน้ำ

“ว่าไงนะแม่! แม่จะให้เขามาทำงานที่นี่เหรอ” คนตัวเล็กหน้าเหวอทันที ที่แม่ไม่ได้ไล่เขาหนี ทว่ากลับจะให้เขาเข้ามาทำงานที่บ้านอีก

“ทำไม? ไม่ได้เหรอ แม่จะสั่งระงับงบสปาเฟสสองของแกเดี๋ยวนี้เลย”

หญิงสาวหันไปมองภานุตาปริบๆ ในใจคิดว่าเขาต้องปฏิเสธแน่ๆ ใครจะอยากมาลำบากโดนแม่เธอโขกสับ อีกอย่างเธอก็ตั้งใจจะจบเรื่องนี้ แค่อยากเอาแฟนมาเย้ยแม่เฉยๆ แล้วให้จบๆ กันไป ให้แม่ไม่ต้องจับคู่เดตให้กับเธออีก

ทว่า... ผิดคาด

“ตกลงครับคุณแม่ เพื่อที่รัก... ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ หรือทำงานหนักแค่ไหน ผมก็ยอมครับ!” ภานุเอ่ยตอบตกลง ด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ทว่าแววตาเขาเจ้าเล่ห์สุดๆ

มินตราอ้าปากค้าง รู้สึกเหมือนกำลังเอาเนื้อเข้าปากเสือ สัญญาหลอกๆ เงินหมื่นเดียว ทำไมตอนนี้มันถึงได้กลายเป็นบ่วงรัดคอเธอจนดิ้นไม่หลุดแบบนี้

“ดีมาก งั้นเริ่มงานพรุ่งนี้เช้าเลย” คุณนายจันทร์ส่องเอ่ยพูด ก่อนที่จะหันไปเอ่ยพูดกับผู้เป็นสามีต่อ “คุณ เราไปเดินเล่นในสวนกัน ปล่อยให้คู่รักเขาเคลียร์กันเองเถอะ”

คุณนายจันทร์ส่องหัวเราะชอบใจ เดินควงแขนสามีออกไปทันที ทันทีที่พ่อกับแม่เดินพ้นประตูห้องโถงไป มินตราก็สะบัดตัวออกจากอ้อมกอดของภานุทันที เธอหันมาถลึงตาใส่เขาอย่างโมโห

“นี่คุณ! ใครสั่งให้คุณไปตกลงรับคำแม่ฉัน แล้วเมื่อกี้... ใครสั่งให้คุณจูบฉันจริงจังขนาดนั้น!”

ชายหนุ่มหัวเราะอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กหนึ่งก้าว พร้อมก้มลงกระซิบข้างใบหูเล็ก

“ก็เมื่อกี้คุณเป็นคนเริ่มจูบผมก่อนเองนะ ผมเป็นลูกจ้างที่ดี ก็ต้องบริการให้ถึงอกถึงใจสิครับ ส่วนเรื่องงานในรีสอร์ต ไม่ต้องห่วงหรอกครับคุณผู้ว่าจ้าง”

“ผมจะตั้งใจทำงานปรนนิบัติคุณ ทั้งในเวลางานและนอกเวลางานให้คุ้มค่าจ้างอย่างแน่นอนครับ”

“ไอ้บ้า! ไอ้คนหน้าไม่อาย” มินตราเอ่ยด่าเขาเสียงดังลั่น ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู

เธอเดินถอยหลังหนีเขา สะบัดหน้าเชิดใส่อย่างกระฟัดกระเฟียด ก่อนจะหมุนตัวเดินกระทืบเท้าขึ้นบันไดไปยังชั้นบนของบ้านทันที เสียงปังของประตูห้องที่ปิดลงคือกรงขังอารมณ์ดื้อรั้นของมินตรา

ภานุมองตามแผ่นหลังของหญิงสาว พลางหัวเราะในลำคอ สายตาคมเข้มเปลี่ยนเป็นนึกสนุก ชายหนุ่มยกมือขึ้นลูบริมฝีปากตัวเองเบาๆ สัมผัสนุ่มกลิ่นหอมยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากหนา ชวนให้ใจสั่นไม่หาย

“ปากดีชะมัด ยัยตัวแสบ” มาเฟียหนุ่มพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

หมุนตัวเดินออกจากห้องโถงกลางบ้านทันที เดินตรงดิ่งไปยังสวนร่มรื่นด้านหลังรีสอร์ต ทันทีที่เขาเดินพ้นพุ่มไม้ไป ภานุก็เห็นคุณนายจันทร์ส่องและคุณทวีศักดิ์กำลังนั่งจิบน้ำชา รอคอยการมาของเขาอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม

“อ้าว!~ ตาภาม” คุณนายจันทร์ส่องรีบวางแก้วชา ร้องทักเสียงใส “แม่นึกว่าแกโดนยัยมินตีหัวสลบไปแล้วซะอีก”

“ระดับผมแล้ว ไม่มีทางพลาดหรอกครับคุณน้า... เอ๊ย! คุณแม่” ภานุยิ้มกว้าง เดินเข้าไปทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามทันที

“เรียกแม่นั่นแหละดีแล้วตาภาม” คุณนายจันทร์ส่องหัวเราะชอบอกชอบใจ “แล้วนี่มันยังไงกัน ไหนแกเล่ามาให้แม่ฟังซิ”

“นั่นสิ... พ่อล่ะหัวใจจะวาย จู่ๆ ยัยมินก็ลากแกมาจูบโชว์หน้าพ่อหน้าแม่แบบนั้น ดื้อไม่มีใครเกินจริงๆ ไอ้ลูกคนนี้”

ภานุยกมือขึ้นเกาขมับ หัวเราะแห้งๆ ทันทีที่นึกถึงเรื่องของเมื่อคืน

“ผมต้องขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะครับ สำหรับเรื่องเมื่อกี้ พอดีสถานการณ์มันบังคับ เรื่องของเรื่องคือ คุณมินตราเธอตั้งใจจะเบี้ยวนัดเดตเมื่อคืนครับ”

“แม่เดาไว้ไม่มีผิด” คุณนายจันทร์ส่องทุบโต๊ะ “ยัยตัวดี! มันตั้งใจไปสายชัวร์ๆ”

“ครับ เธอมาสายไปเกือบชั่วโมง ผมเลยนึกสนุกอยากดัดหลังด้วยการสั่งยกเลิกโต๊ะตัดหน้า” ภานุเล่ารายละเอียดเป็นฉากๆ “เธอคงเสียหน้ามาก เลยนั่งดื่มย้อมใจจนเมาแอ๋อยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ พอตอนกลับเธอเดินมาเจอผมในลิฟต์ ด้วยความเมาบวกกับความโกรธที่โดนผมหักหน้า โดยที่เธอไม่รู้ว่าเป็นผม เธอเลยพุ่งเข้ามา... จูบผมครับ”

“ฮะ!!” คุณนายจันทร์ส่องตาโตอ้าปากค้าง “ลูกสาวฉัน... จูบผู้ชายก่อนเหรอเนี่ย”

“ใช่ครับ แถมยังควักเงินออกมาจ้างผมให้มาแกล้งเป็นแฟนหลอกคุณแม่ เพื่อที่เธอจะได้ไม่ต้องโดนจับคู่เดตอีก” ภานุหัวเราะเบาๆ “เธอบอกว่าเกลียดไอ้มาเฟียบ้าอำนาจคนนั้น ไม่อยากแต่งงานด้วย”

คุณทวีศักดิ์ได้ยินก็หลุดขำก๊ากออกมาทันที ไม่คิดว่าลูกสาวจะเจ้าคิดเจ้าแผนการอะไรขนาดนี้

“โอ๊ย! ยัยมินเอ๊ยยัยมิน... เกลียดเขาแต่ไปคว้าเขามาจูบ แถมยังควักเงินไปจ้างเขามาหลอกพ่อแม่ว่าเป็นแฟนอีก สมองลูกสาวพ่อทำด้วยอะไรเนี่ย”

“แล้วแกก็บ้าจี้ตกลงรับเงินนั่นมาเนี่ยนะตาภาม” คุณนายจันทร์ส่องเอ่ยถามยิ้มๆ

“รับสิครับ เงินตั้งหมื่นหนึ่ง อีกอย่าง ผมเห็นว่าเธอดูแสบๆ ดีกครับ เลยแกล้งสวมบทบาทเป็นหนุ่มหล่อถังแตก ไหลไปตามน้ำตามแผนของเธอไปก่อน” ภานุขยิบตาอย่างเจ้าเล่ห์ “ผมอยากรู้เหมือนกันว่า ถ้าเธอรู้ความจริงทีหลังว่าหนุ่มถังแตกคนนี้คือมาเฟียคู่เดตตัวจริง เธอทำหน้ายังไง”

“ร้ายกาจ! แกนี่มันถอดแบบความเจ้าเล่ห์มาจากพ่อแกไม่มีผิดเลยตาภาม สมน้ำหน้ายัยมินมัน อยากดื้อนัก เจอซ้อนแผนแบบนี้สะใจแม่ชะมัด แม่ก็อยากจะรู้ว่าลูกสาวของแม่คนนี้จะหลอกแม่ได้นานแค่ไหนกัน”

“แล้วเรื่องที่แม่ให้มาทำงานในรีสอร์ตล่ะ แกยอมตกลงได้ยังไง โรงแรมใหญ่โตทางใต้ใครจะดูแล” คุณทวีศักดิ์เอ่ยถามด้วยความสงสัย

“งานที่โน่นผมสั่งงานผ่านลูกน้องได้ครับคุณพ่อ” ภานุเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย “อีกอย่าง... ผมอยากอยู่ใกล้ๆ มินตราด้วยครับ ยัยตัวแสบปากแข็งอีโก้เยอะแบบนั้น ขืนปล่อยให้คลาดสายตา มีหวังเธอคงหาทางชิ่งหนีผมไปก่อนแน่”

คุณนายจันทร์ส่องมองหน้าภานุแล้วยิ้มอย่างรู้ทัน

“แหม~~~ ติดใจลูกสาวแม่เข้าแล้วล่ะสิ จูบเมื่อกี้ดูจริงจังไม่เบานะจ๊ะ”

“เธอน่าสนใจดีครับ เอาเป็นว่า เรื่องนี้คุณพ่อคุณแม่แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไปนะครับ ปล่อยให้เธอคิดว่าเธอเป็นคนคุมเกมอยู่” ภานุหน้าเปลี่ยนสีนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

“ได้เลย! แม่กับพ่อจะเล่นละครฉากใหญ่นี้ร่วมกับแกเอง” คุณนายจันทร์ส่องยิ้มกริ่ม “แม่จะแกล้งสั่งโขกสับแกให้ยัยมินเห็น ดูซิว่ายัยมินมันจะใจอ่อนยอมปกป้องแฟนกำมะลอคนนี้ไหม”

“ขอบคุณครับคุณแม่ งั้นผมขอตัวไปเตรียมรับมือเจ้านายคนใหม่ก่อนนะครับ ดูท่าทางพรุ่งนี้เช้าผมคงโดนใช้งานหนักแน่” ภานุยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้มหัวลาผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างสุภาพ

“โชคดีนะตาภาม อย่าเพิ่งยอมแพ้ลูกสาวพ่อล่ะ” คุณทวีศักดิ์ตะโกนไล่หลังขำๆ

ภานุเดินยิ้มกวนประสาทกลับเข้าไปในบ้านใหญ่ทันที เกมนี้เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนจ้างและควบคุมทุกอย่าง แต่ในความเป็นจริง มาเฟียใหญ่อย่างเขาต่างหากที่เป็นคนถือไพ่เหนือกว่าและกำลังล่อลวงให้เธอเดินเข้ามาทีละก้าว ทีละก้าว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป