บทที่ 8 ตอนที่ 8 นอกสายตา

ตอนที่ 8 นอกสายตา

มินตรามองหน้าภานุที่แสร้งทำสีหน้างุนงงได้เนียนกริบ ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานกวนประสาทกลับมาให้เธออย่างเป็นต่อ ทว่ามินตรากลับทำเพียงแค่ถอนหายใจยาวๆ พลางเบือนสายตากลับไปหาคุณนายจันทร์ส่องและคุณทวีศักดิ์ โดยไม่คิดจะเค้นถามอะไรต่ออีกแม้แต่คำเดียว

“แกไม่คิดจะถามอะไรตาภามต่อหน่อยเหรอ?” คุณนายจันทร์ส่องเอ่ยถามขึ้นอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นลูกสาวทำท่าทีนิ่งเฉยผิดคาด

“ไม่ล่ะค่ะแม่” มินตราตอบเสียงเรียบ “เขาจะรู้จักหรือไม่รู้จัก มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับชีวิตมินอยู่แล้ว อีกอย่าง... ประธานThe Grand Andaman อะไรนั่น จะยกที่ดินให้มินด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างเขาเถอะค่ะ ในเมื่อโอนมาเป็นชื่อมินแล้ว มินก็แค่รับไว้ ส่วนปัญหารีสอร์ตจบได้ก็ดีแล้วค่ะ”

ภานุที่ยืนรอปะทะคารมอยู่ถึงกับชะงักไปเล็กน้อย เลิกคิ้วมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ ยัยตัวแสบดื้อรั้นคนเมื่อกี้หายไปไหน ทำไมจู่ๆ ถึงเมินกันหน้าตาเฉยแบบนี้

“คุณไม่สงสัยจริงเหรอ? ว่าประธานคนนั้นเขาอาจจะแอบชอบคุณอยู่ก็ได้นะ ถึงได้ทุ่มเทขนาดนี้” ภานุเดินเข้ามาใกล้ ก้มลงมองใบหน้าหวาน

มินตราปรายตากลับมามองภานุด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นเต้นหรือสงสัยใดๆ ก่อนจะเหยียดยิ้มบางๆ

“ฉันจะไปสนใจทำไมคะ” มินตราเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ประธานอะไรนั่นจะชอบฉันหรือไม่ชอบ มันก็เรื่องของเขา อีกอย่างนะ... คนระดับนั้นคงแค่อยากโชว์รวยหรืออยากเล่นเกมสนุกๆ ตามประสาคนมีเงินนั่นแหละ ไม่เห็นมีอะไรให้น่าตื่นเต้นสักนิด”

“เล่นเกมงั้นเหรอ” ภานุพึมพำในลำคอ คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันด้วยความขัดใจ รู้สึกเหมือนกำลังโดนคุณหนูตัวแสบตบหน้าเข้าอย่างจัง

“ใช่ค่ะ” มินตราหันไปพูดกับพ่อและแม่ต่อ “แม่คะ พ่อคะ มินขอตัวไปตรวจเช็กความเรียบร้อยที่ห้องครัวก่อนนะคะ คณะทัวร์VIP ใกล้จะได้เวลาทานอาหารแล้ว”

“อ๋อ... จ้ะๆ ไปเถอะลูก” คุณนายจันทร์ส่องรีบพยักหน้ารับ พลางลอบมองภานุที่ตอนนี้รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปกลายเป็นสีหน้าเคร่งขรึม

มินตราหมุนตัวเตรียมจะเดินแยกออกไป แต่ภานุกลับก้าวไปดักหน้าเธอไว้ทันที ชายหนุ่มส่งสายตาคมเข้มจ้องมองเธออย่างไม่ยอมแพ้

“หลบทางด้วยค่ะคุณภาม” มินตราเอ่ยเสียงนิ่ง “นี่มันเวลาทำงานของฉัน”

“คุณจะไม่ลองเดาหน่อยเหรอครับ ว่าประธานคนนั้นเขาหน้าตาเป็นยังไง?” ภานุลองเชิงต่อ หวังจะเห็นอาการอยากรู้อยากเห็นจากเธอสักนิด “เผื่อเขาอาจจะอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณคิดก็ได้นะ”

“ไม่จำเป็นค่ะ” มินตราตอบทันควัน “จะหน้าตาเหมือนหมีหรือเหมือนมาเฟียขี้รวยที่ไหนก็ช่างเขาเถอะค่ะ ฉันไม่ได้อยากรู้ และไม่ได้สนใจด้วย”

“คุณมินตรา...”

“และที่สำคัญนะคะคุณภาม” มินตราขยับเข้าไปใกล้ ยื่นหน้าเข้าไปกระซิบเสียงเข้มให้ได้ยินกันแค่สองคน “คุณอย่าลืมหน้าที่ของตัวเองด้วย คุณเป็นแค่แฟนกำมะลอ ที่ฉันจ้างมา เรื่องของพวกไฮโซระดับหมื่นล้านมันไกลตัวเราสองคนมาก นายไม่ต้องไปสนใจเรื่องของประธานอะไรนั่นหรอก เอาเวลาไปดูแลลูกค้าให้ดีจะดีกว่านะ”

พูดจบมินตราก็เบี่ยงตัวเดินผ่านภานุไปอย่างไม่แยแส ทิ้งให้มาเฟียหนุ่มยืนถอนหายใจออกมาดังๆ อยู่กลางสวน

คุณนายจันทร์ส่องและคุณทวีศักดิ์เดินเข้ามาหาภานุทันที คุณนายจันทร์ส่องตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ด้วยความเห็นใจปนขำเล็กน้อย

“เป็นไงล่ะตาภาม... แม่บอกแล้วว่ายัยมินมันหัวแข็ง โดนเมินเต็มๆ เลยสิเรา”

ภานุหัวเราะแห้งๆ พลางยกมือขึ้นลูบท้ายทอยตัวเอง

“แสบจริงๆ เลยครับ ผมอุตส่าห์เตรียมแผนไว้ตั้งเยอะ กะว่าจะให้เธอตกใจและซักไซ้ผมสักหน่อย แต่ดันโดนเมินใส่ซะงั้น”

“ยัยมินน่ะ เป็นคนไม่ชอบวุ่นวายกับเรื่องของพวกคนรวยหรอก” คุณทวีศักดิ์เอ่ยยิ้มๆ “ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่ดูซับซ้อน ยัยนั่นจะตัดทิ้งทันที ชนิดที่ไม่เอามาใส่หัวเลยล่ะ”

“แต่แบบนี้มันก็ยิ่งน่าสนใจดีนะครับ” ภานุยิ้มร้าย สายตาคมเข้มมองตามแผ่นหลังบางของมินตราที่เดินหายเข้าไปในครัว “เล่นตัวเก่ง เมินเก่งแบบนี้... ผมยิ่งอยากรู้เลยว่า ถ้าวันไหนเธอรู้ความจริงขึ้นมา เธอจะยังทำหน้าเย็นชาแบบนี้ใส่อยู่อีกไหม”

#เวลา 19.30 น.

#ห้องอาหารรีสอร์ต

บรรยากาศอาหารมื้อค่ำดำเนินไปอย่างราบรื่น หญิงสาวเดินดูแลความเรียบร้อยตามโต๊ะต่างๆ ด้วยรอยยิ้มสดใส โดยมีภานุในคอยเดินตามหลังอยู่ไม่ห่าง คอยเสิร์ฟน้ำและดูแลเธอราวกับบอดี้การ์ดส่วนตัว

“น้ำส้มครับแฟน” ภานุยื่นแก้วน้ำส้มให้เธอขณะที่เธอนั่งพักอยู่ที่โต๊ะมุมห้อง

“ขอบใจ” มินตราจิบน้ำส้มไปนิดหน่อย ก่อนจะมองหน้าเขา “แผลตรงมุมปากเป็นยังไงบ้าง ยาที่ฉันทาให้ไปโอเคไหม”

“โอเคมากครับ... ยาดีจริงๆ” ภานุยิ้มกวน “โดยเฉพาะโบนัสตอนท้าย ทำให้อาการเจ็บหายเป็นปลิดทิ้งเลยครับ”

“คุณภาม!” มินตราแยกเคี้ยวใส่ “พูดจาเลอะเทอะอีกแล้วนะ เดี๋ยวฉันสั่งหักเงินจริงๆ ซะหรอก”

“หักไปเลยครับ หมื่นนึงผมยกให้คุณฟรีๆ ยังได้เลย” ภานุขยับเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างถือวิสาสะ “ว่าแต่คุณเถอะ... พักผ่อนบ้างหรือยัง นั่งทำงานทั้งวัน หน้าซีดหมดแล้วนะ”

“ฉันเป็นเจ้าของรีสอร์ต ก็ต้องทำงานสิคะ” มินตราถอนหายใจเบาๆ “แต่ก็นะ... พอปัญหาเรื่องที่ดินตรงทางเข้ามันจบลงได้ ฉันก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอกเหมือนกัน”

ภานุจ้องมองใบหน้าหวานที่ดูผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มอมยิ้มเบาๆ

“เห็นคุณอารมณ์ดีขึ้น ผมก็ดีใจด้วยครับ”

“อืม... ก็ต้องขอบคุณประธานอะไรนั่นแหละนะ แม้ฉันจะไม่รู้ว่าเขาทำไปเพื่ออะไรก็ตาม” มินตราพึมพำ

“แล้ว... ถ้าสมมติว่าประธานคนนั้น เขามายืนอยู่ตรงหน้าคุณตอนนี้ คุณอยากจะพูดอะไรกับเขาไหม?” ภานุถามขึ้นด้วยความอยากรู้

มินตรานิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยักไหล่

“ฉันก็คงจะบอกเขาว่า... ขอบคุณนะคะสำหรับที่ดิน แต่ทีหลังไม่ต้องทุ่มเงินทำเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ก็ได้ มันเว่อร์ไปหน่อยมั้งคะ”

“ฮ่าๆ เว่อร์ไปหน่อยเหรอครับ? คุณนี่มัน... ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนที่ผมเคยเจอจริงๆ” ภานุถึงกับหลุดขำออกมาเสียงดัง

“ทำไมคะ? ผู้หญิงคนอื่นเขาคงจะกรี๊ดกร๊าด แล้วยอมวิ่งเข้าหามาเฟียหมื่นล้านคนนั้นรึไง” มินตราเชิดหน้าถาม

“ก็น่าจะประมาณนั้นมั้ง ใครๆ ก็อยากสบาย อยากได้คนมีอำนาจมาคุ้มครองทั้งนั้นแหละ”

“แต่ไม่ใช่ฉันแน่ๆ ค่ะ” มินตราสบตาเขานิ่ง “ฉันชอบชีวิตที่สงบเรียบง่าย ชอบทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง และที่สำคัญ... ฉันชอบคนที่ซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่มีความลับซ่อนอยู่ข้างหลัง”

คำพูดของมินตราทำเอาภานุชะงักไปทันที ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนมีเข็มเล็กๆ สะกิดเข้าที่หัวใจ... ความซื่อสัตย์ จริงใจ งั้นเหรอ?

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะคะคุณภาม?” มินตราถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นชายหนุ่มเงียบไป

“เปล่า” ภานุปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่งยิ้มหวานให้เธอ “ผมแค่กำลังคิดว่า... คนจริงใจแบบผมเนี่ย คงผ่านเกณฑ์ของคุณแน่ๆ เลยใช่ไหมครับ”

“หลงตัวเองอีกละ!” มินตราหัวเราะขำ “คุณเนี่ยนะจริงใจ วันๆ มีแต่เรื่องฉวยโอกาสกับพูดจาลามกใส่ฉันเนี่ยนะ!”

“เอ้า! ฉวยโอกาสกับคนน่ารัก มันเป็นเรื่องธรรมชาตินี่ครับ” ภานุยื่นหน้าเข้ามาใกล้ พลางยักคิ้วกวนๆ

“ออกไปเลยนะคุณภาม! ไปช่วยพนักงานยกจานในครัวเลยไป!” มินตราหน้าแดงก่ำ ชี้นิ้วไล่เขาอย่างหมั่นไส้

“ครับๆ ไปแล้วครับคุณเจ้านาย” ภานุหัวเราะชอบใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “คืนนี้พักผ่อนเยอะๆ นะครับคุณแฟน... ฝันถึงผมด้วยนะ”

“ไม่มีทางฝันถึงคุณหรอก!” มินตราตะโกนไล่หลังไป แต่ริมฝีปากบางกลับคลี่ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

ภานุเดินหลบออกมาที่สวนด้านนอก สายตาคมเข้มมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ชายหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมากดสายหาลูกน้องคนสนิทอีกครั้ง

(ครับนาย มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ) เสียงเอกดังขึ้นตามสาย

“เรื่องเปลี่ยนตัวประธานบริษัทในเอกสารโฉนดที่ดิน ให้ชะลอไว้ก่อน” ภานุสั่งเสียงเรียบ

(อ้าว? ทำไมล่ะครับ ไหนบอกว่าจะรีบส่งโฉนดให้คุณมินตราไงครับ) เอกถามด้วยความแปลกใจ

“ยัยตัวแสบไม่ได้สนใจเรื่องประธานThe Grand Andaman เลยสักนิด...” ภานุยิ้มแห้งๆ “แถมเธอยังบอกว่า เกลียดคนมีความลับ และชอบคนที่จริงใจอีกต่างหาก”

(อย่างนี้ถ้านายสารภาพความจริงออกไป คุณมินตราไม่โกรธบ้านแตกเลยเหรอครับ)

“นั่นแหละปัญหา...” ภานุถอนหายใจเบาๆ “ฉันคงต้องคุมเกมนี้ให้เนียนกว่าเดิม และคงต้องใช้เวลาจีบเธอไปอีกสักพัก เอาให้เธอรักฉันจากหัวใจจริงๆ ก่อน... แล้วค่อยหาจังหวะบอกความจริง”

(เอาใจช่วยครับนาย งานนี้ท่าทางจะยาวนานแน่ๆ ครับ) เอกเอ่ยเย้า

“เออ แค่นี้แหละ” ภานุกดตัดสายไป

ชายหนุ่มหมุนตัวหันกลับไปมองทางบ้านหลังใหญ่ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมเข้ม

เมินกันได้เมินไปมินตรา... แต่รับรองว่าตำแหน่ง ‘เมียมาเฟีย’ ตำแหน่งนี้ คุณหนีฉันไม่พ้นแน่นอน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป