บทที่ 5 ตอนที่ 5 ข่าวคู่รักประธาน

ตอนที่ 5 ข่าวคู่รักประธาน

ภาพจากร้านอาหารตามสั่งถูกเผยแพร่ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ภาพแรกเป็นภาพที่สายขิมนั่งหัวเราะขณะภาคินพยายามรับมือกับอาหารเผ็ด ภาพที่สองเป็นภาพที่เขาเดินถือร่มให้เธอระหว่างทางกลับเข้าบริษัท แม้ในความเป็นจริงฝนจะตกเพียงไม่กี่หยด แต่สำนักข่าวกลับพาดหัวว่าประธานวารินกรุ๊ปดูแลคนรักอย่างอบอุ่น

ข่าวที่ควรเป็นเรื่องโครงการตลาดชุมชนถูกแทนที่ด้วยบทวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ขิมยืนอ่านหน้าจอแท็บเล็ตอยู่ในห้องประชุมทีมประชาสัมพันธ์ ความรู้สึกแรกคืออับอาย ความรู้สึกที่สองคืออยากหัวเราะ เพราะคำบรรยายใต้ภาพทำให้ภาคินดูเหมือนผู้ชายอ่อนโยนแสนโรแมนติก ทั้งที่เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนเขายังนั่งแก้ตัวเลขในรายงานด้วยสีหน้าที่ทำให้ผู้จัดการฝ่ายการเงินแทบกลั้นหายใจ

“ข่าวขึ้นเร็วกว่ากำหนดค่ะ” ผู้ช่วยสาวรายงาน “นักข่าวบางสำนักเริ่มส่งคำถามเข้ามาแล้ว”

“ตอบเรื่องโครงการก่อนค่ะ เรื่องความสัมพันธ์ให้ใช้แถลงการณ์เดียวกับที่ฝ่ายกฎหมายส่งไป” ขิมวางแท็บเล็ตลง “อย่าให้ใครตอบเอง เพราะถ้าคำพูดไม่ตรงกันจะกลายเป็นข่าวใหญ่กว่าเดิม”

“แล้วถ้ามีคนถามว่าคุณกับท่านประธานคบกันจริงไหมคะ”

ขิมสูดลมหายใจ “ตอบว่าเป็นเรื่องส่วนตัว และเราจะไม่ให้เรื่องส่วนตัวกระทบการทำงาน”

“แต่ถ้าท่านประธานเป็นคนตอบเองล่ะคะ”

ขิมเงยหน้าขึ้น นทีเพิ่งเดินเข้ามาในห้อง เขาถือแฟ้มเอกสารพร้อมสีหน้าที่ดูเหมือนผ่านการรับมือกับความวุ่นวายมาทั้งวัน

“ท่านประธานเรียกคุณขิมไปพบครับ”

“ตอนนี้เลยหรือคะ”

“ครับ”

ห้องทำงานของภาคินยังคงเป็นระเบียบเหมือนเดิม แฟ้มเอกสารเรียงตามสี ปากกาวางขนานกับขอบโต๊ะ และไม่มีสิ่งของส่วนตัวเกินกว่ารูปถ่ายครอบครัวหนึ่งใบที่วางอยู่มุมห้อง ขิมเคยคิดว่าห้องนี้เหมือนเจ้าของมัน คือสะอาด เงียบ และไม่มีช่องว่างให้ใครเข้าไปแตะต้อง

“คุณมีอะไรจะพูดกับขิมคะ” เธอถามทันทีที่นั่งลง

ภาคินเงยหน้าจากเอกสาร “ข่าววันนี้ไม่ได้อยู่ในแผนเดิม”

“ขิมรู้ค่ะ ภาพนั้นแค่กินข้าว ไม่ได้มีอะไรหวือหวาเลย”

“แต่สื่อให้ความสนใจ”

“เพราะคุณเป็นประธานบริษัทค่ะ ไม่ใช่เพราะขิม”

“บางส่วนเป็นเพราะคุณ”

ขิมชะงัก

“คุณเป็นคนที่ทำให้ภาพดูเป็นธรรมชาติ” ภาคินพูดต่อ “ถ้าเป็นการจัดฉาก คนจะจับได้ง่ายกว่านี้”

“คุณกำลังชมขิมหรือเปล่าคะ”

“ใช่”

คำตอบตรง ๆ ทำให้เธอไม่รู้จะวางสีหน้าอย่างไร ภาคินเลื่อนแท็บเล็ตมาให้เธอ หน้าจอแสดงตัวเลขยอดการเข้าถึงข่าวและความเห็นของผู้คน ส่วนใหญ่เป็นข้อความชื่นชม บางคนบอกว่าทั้งคู่เหมาะสมกัน บางคนเรียกขิมว่าโชคดีที่ได้เป็นคนรักของประธาน

ขิมเลื่อนอ่านไปเรื่อย ๆ จนเจอความคิดเห็นหนึ่ง

‘ผู้หญิงธรรมดาแบบนี้คงใช้วิธีไม่ธรรมดาถึงได้ยืนข้างท่านประธาน’

เธอหยุดนิ้วลงบนหน้าจอ

“อย่าอ่านต่อ” ภาคินกล่าว

“ขิมอ่านได้ค่ะ”

“คุณไม่จำเป็นต้องรับทุกคำพูดเข้ามา”

“ถ้าขิมจะทำงานประชาสัมพันธ์ ขิมต้องรู้ว่าคนกำลังพูดอะไร”

“รู้ได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเชื่อ”

ขิมเงยหน้าขึ้นมองเขา ภาคินพูดด้วยน้ำเสียงเดิม แต่เธอรู้สึกได้ถึงความห่วงใยที่ไม่คุ้นเคย

“คุณเรียกขิมมาเพราะเรื่องนี้เหรอคะ”

“ผมต้องการบอกว่า คืนนี้จะมีนักข่าวมารอหน้าบริษัท คุณไม่จำเป็นต้องตอบคำถามถ้าคุณไม่พร้อม”

“แล้วคุณจะตอบไหมคะ”

“ผมจะตอบเท่าที่จำเป็น”

“ถ้าอย่างนั้นขิมจะอยู่ด้วย”

“คุณไม่ต้องทำ”

“ขิมเป็นฝ่ายเริ่มเรื่อง ขิมก็ต้องรับผิดชอบ”

ภาคินวางปากกาลง “คุณไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกอย่างคนเดียว”

คำพูดนั้นทำให้ขิมนิ่ง เธอคุ้นเคยกับการเป็นคนรับงานแทนคนอื่น แก้ปัญหาแทนคนอื่น และยิ้มให้คนอื่นสบายใจจนลืมถามตัวเองว่ากำลังเหนื่อยหรือไม่

“ขิมไม่ได้รับผิดชอบคนเดียวค่ะ” เธอตอบเบา ๆ “ตอนนี้ขิมมีสัญญากับคุณแล้ว”

ภาคินสบตาเธอ ความเงียบในห้องทำงานยาวนานจนขิมเป็นฝ่ายหลบตาก่อน

ช่วงเย็น นักข่าวจำนวนหนึ่งรออยู่หน้าอาคารจริงอย่างที่นทีบอก ขิมกับภาคินเดินลงมาพร้อมกันโดยมีทีมรักษาความปลอดภัยคอยเปิดทาง แสงแฟลชสว่างวาบทันทีที่ทั้งคู่ปรากฏตัว

“คุณภาคินครับ ความสัมพันธ์กับคุณสายขิมเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไรครับ”

“คุณขิมเป็นพนักงานในบริษัทหรือคนรักของท่านประธานกันแน่ครับ”

“มีข่าวว่าคุณขิมเลิกกับคู่หมั้นเพื่อคบกับท่านประธาน เรื่องนี้จริงไหมคะ”

คำถามสุดท้ายทำให้ขิมนิ่งไป ธันวาต้องเป็นคนปล่อยข่าวแน่ เธอรู้สึกถึงความร้อนที่ไหลขึ้นใบหน้าและมือที่กำแน่นโดยไม่รู้ตัว

ภาคินก้าวมายืนด้านหน้าเธอเพียงเล็กน้อย ไม่ได้บังเธอจนมิด แต่เหมือนตั้งใจรับแรงกดดันส่วนหนึ่งไว้ด้วยกัน

“คุณสายขิมเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่มีความสามารถของวารินกรุ๊ป” เขากล่าว “เรื่องความสัมพันธ์ส่วนตัวของเธอไม่ใช่สิ่งที่ใครควรใช้ลดคุณค่าการทำงาน”

นักข่าวยังถามต่อเนื่อง

“หมายความว่าท่านประธานยอมรับความสัมพันธ์ใช่ไหมครับ”

ภาคินหันมามองขิม เขาไม่ได้ตอบทันที เหมือนกำลังเปิดโอกาสให้เธอตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ตรงไหน ขิมสูดลมหายใจแล้วพยักหน้าเล็กน้อย

“ใช่ครับ” ภาคินจึงหันกลับไป “เธอเป็นคนรักของผม”

เสียงฮือฮาดังขึ้นพร้อมแสงแฟลชชุดใหญ่

ขิมรู้สึกเหมือนพื้นใต้เท้าสั่น แต่ยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่ถอยหนีและไม่หลบหลังเขา

“คบกันมานานหรือยังครับ”

คำถามใหม่ถูกส่งมา ภาคินมองเธออีกครั้ง คราวนี้เขาเป็นฝ่ายตอบโดยไม่รอ

“นานแล้วครับ”

ขิมหันไปมองเขาทันที

เธอเพิ่งเซ็นสัญญากับเขาไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เขากลับตอบเหมือนความสัมพันธ์นี้เริ่มต้นมานานกว่านั้น

หลังกลับขึ้นห้องทำงาน ขิมจึงถามเขาในทันที

“ทำไมคุณถึงตอบว่านานแล้วคะ”

“นักข่าวต้องการคำตอบที่ชัดเจน”

“แต่เราเพิ่งเริ่มสัญญา”

“ความสัมพันธ์ในสายตาคนอื่นไม่ได้เริ่มจากวันที่เซ็นเอกสารเสมอไป”

“คุณกำลังพูดอะไร”

ภาคินเดินไปหยุดหน้ากระจก เขามองแสงไฟของเมืองด้านล่าง สีหน้าของเขายังคงอ่านยาก แต่เสียงที่ตอบกลับมาเบากว่าปกติ

“ผมหมายถึง คุณไม่ควรยืนอยู่ตรงนั้นเหมือนเป็นคนที่ถูกหยิบขึ้นมาเมื่อวาน”

ขิมเงียบไป

“คุณทำงานที่นี่มานานกว่าที่คนพวกนั้นรู้” ภาคินพูดต่อ “คุณมีความสามารถมากกว่าที่พวกเขาเห็น และคุณไม่จำเป็นต้องให้ใครอนุญาตเพื่อยืนอยู่ข้างผม”

หัวใจของขิมสั่นไหวอย่างไม่ควรเป็น เธอไม่แน่ใจว่าเขากำลังปกป้องเธอในฐานะพนักงานหรือในฐานะคนรักปลอม ๆ แต่คำพูดนั้นทำให้ความรู้สึกหนักอึ้งในอกเบาลงอย่างน่าประหลาด

“คุณรู้ไหมคะว่าตัวเองพูดเหมือนคนที่กำลังให้กำลังใจ”

“ผมแค่พูดข้อเท็จจริง”

“ข้อเท็จจริงของคุณอบอุ่นกว่าที่คิดนะคะ”

ภาคินหันกลับมา สีหน้าคล้ายจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อน นทีเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ในมือ

“ท่านประธานครับ คุณกฤษณ์ขอพบด่วน เขาเห็นข่าวแล้ว”

แววตาของภาคินเปลี่ยนไปทันที ความอ่อนโยนเพียงเล็กน้อยที่ขิมเพิ่งสัมผัสหายไป เหลือเพียงความสุขุมเย็นชาของผู้บริหารที่กำลังเข้าสู่สนามแข่งขัน

“บอกเขาว่าผมจะไปพบพรุ่งนี้”

“เขาบอกว่าจะรออยู่ที่ห้องประชุมครับ”

ภาคินมองนาฬิกา ก่อนหันมาทางขิม

“คุณกลับบ้านได้แล้ว”

“แต่ขิมมีงานต้อง...”

“วันนี้พอแล้ว”

“คุณกำลังสั่งขิมเหรอคะ”

“ผมกำลังบอกว่าคุณทำงานครบตามเวลาของคุณแล้ว”

ขิมเกือบเถียง แต่เมื่อเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งของเขา เธอก็เปลี่ยนใจ

“ถ้าอย่างนั้นขิมกลับก่อนค่ะ”

เธอเดินไปถึงประตูแล้วหันกลับมา

“คุณภาคิน”

“ครับ”

“เรื่องที่คุณตอบนักข่าวว่าเราคบกันมานานแล้ว...”

ภาคินมองเธออย่างรอคำถาม

“ครั้งหน้าช่วยเตือนขิมก่อนนะคะ ขิมจะได้เตรียมใจทัน”

“ได้”

ขิมพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป

เมื่อประตูปิดลง ภาคินยังยืนอยู่ที่เดิม นทีเหลือบมองเจ้านายอย่างอดไม่ได้

“ท่านประธานโกหกนักข่าวเรื่องคบกันมานานจริงหรือเปล่าครับ”

ภาคินไม่ตอบทันที เขาหันกลับไปมองภาพข่าวบนหน้าจอ ภาพขิมกำลังหัวเราะในร้านอาหารเล็ก ๆ รอยยิ้มของเธอสดใสจนทำให้บรรยากาศอึมครึมของห้องทำงานดูเบาลง

“ผมไม่ได้โกหก” เขาพูดในที่สุด

นทีเลิกคิ้ว

“ผมรู้จักเธอมานานแล้ว”

คืนนั้น ข่าวทุกสำนักใช้พาดหัวเดียวกัน

‘ประธานวารินกรุ๊ปเปิดตัวคนรัก พนักงานสาวสายขิมคือแสงสว่างในชีวิต’

ขิมอ่านข้อความนั้นบนเตียงที่บ้าน แล้วรีบปิดหน้าจอด้วยใบหน้าร้อนผ่าว

เธอไม่รู้ว่าภาคินมองเธอเป็นแสงสว่างจริงหรือไม่

แต่เธอรู้ว่า ตั้งแต่วันที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิต ความมืดจากการถูกธันวาทิ้งก็ไม่ได้มืดสนิทเหมือนเดิมอีกต่อไป

บทก่อนหน้า
บทถัดไป