บทที่ 3 อึดอัด (3)
อึดอัด
สายขิมใช้เวลาในช่วงสายจัดเสื้อผ้าเข้าตู้และจัดวางข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวรวมถึงกล้องถ่ายรูปคู่ใจอย่างเป็นระเบียบ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร เงินมัดจำงวดแรกจำนวนห้าแสนบาทถูกโอนเข้าบัญชีของเธอเรียบร้อยแล้ว และเงินอีกสี่ล้านห้าแสนบาทถูกโอนตรงไปยังบัญชีของโรงพยาบาลเพื่อเป็นค่ามัดจำการผ่าตัดใหญ่ของแม่ตามข้อตกลง
หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนุ่ม สูดหายใจเข้าลึก ๆ ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายสัปดาห์เริ่มผ่อนคลายลงทีละน้อย เงินก้อนนี้ซื้อลมหายใจและโอกาสรอดชีวิตให้แม่ของเธอได้ นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ส่วนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือคำตราหน้าว่าเป็นผู้หญิงหน้าเงินที่ศิลาสาดใส่ เธอเลือกที่จะปัดมันทิ้งไปและไม่เก็บเอามาคิดให้รกสมอง
เวลาบ่ายสามโมงตรงตามนัดหมาย
สายขิมเดินกลับขึ้นมาบนตึกใหญ่พร้อมกับ อานนท์นักกายภาพบำบัดหนุ่มร่างใหญ่ชำนาญการที่ทางคุณหญิงรัชนีจ้างมาเป็นพิเศษ
ทั้งสองเดินขึ้นไปยังห้องนอนของศิลา ทันทีที่ประตูเปิดออก ก็พบว่าชายหนุ่มนอนนิ่งอยู่บนเตียงในท่าเดิม สายตาจับจ้องไปนอกหน้าต่างราวกับสิ่งมีชีวิตที่ไร้จิตวิญญาณ
“สวัสดีครับคุณศิลา วันนี้เราจะมาเริ่มยืดเส้นสายและกระตุ้นกล้ามเนื้อขากันหน่อยนะครับ” อานนท์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรพลางเดินเข้าไปข้างเตียง
ศิลาตวัดสายตาคมกริบกลับมามอง แววตาเต็มไปด้วยความต่อต้านและบึ้งตึงอย่างชัดเจน เขาปรายสายตามองสายขิมที่ยืนอยู่ด้านหลังอานนท์ด้วยความหงุดหงิด
“ใครสั่งให้แกเข้ามา ฉันบอกแล้วไงว่าไม่ต้องทำ!” ศิลาเสียงเข้ม
“ฉันเป็นคนสั่งเองค่ะ” สายขิมก้าวมายืนข้างอานนท์
“นี่คือตารางการรักษาที่คุณต้องทำตามสัญญา ถ้าคุณไม่ยอมทำ ฉันจะถือว่าคุณเบี้ยวข้อตกลง และฉันจะโทรรายงานคุณหญิงรัชนีทันทีค่ะ”
“เธอขู่ฉันเหรอ สายขิม!” ศิลาตวาด ลุกขึ้นนั่งประจันหน้ากับเธอทันที
“ฉันไม่ได้ขู่ค่ะ ฉันแค่ทำตามหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา” สายขิมสบตานิ่ง
“เชิญคุณอานนท์เริ่มได้เลยค่ะ”
ศิลาทำท่าจะอาละวาดและปัดป้องมือของอานนท์ที่ยื่นเข้ามาจับที่ข้อเท้า แต่ว่าสายขิมกลับก้าวเข้าไปชิดขอบเตียงอีกฝั่ง เธอเอื้อมมือเรียวไปจับบ่าแกร่งของศิลาไว้แน่น ออกแรงกดลงเบา ๆ แต่มั่นคงเพื่อตรึงร่างของเขาไว้ไม่ให้ขยับหนี มือนุ่มของเธอแตะโดนผิวเนื้ออุ่นร้อนใต้ผ้าไหมสีเข้ม
สัมผัสที่ใกล้ชิดกันเป็นครั้งแรกทำให้ศิลาชะงักไปดื้อ ๆ กระแสความรู้สึกแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านผ่านผิวเนื้อเข้าสู่หัวใจของคนทั้งคู่
“อยู่นิ่ง ๆ ค่ะคุณศิลา ถ้าคุณยิ่งขัดขืน แผลผ่าตัดที่สะโพกของคุณจะอักเสบ และมันจะยิ่งทำให้คุณหายช้าลงไปอีก” สายขิมกระซิบเสียงนิ่ง ดวงตาคู่สวยจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาในระยะประชิด จนศิลาได้เห็นเงาสะท้อนของตัวเองในดวงตาคู่ตรงหน้าที่ไม่มีแววตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย
ชายหนุ่มเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความขัดใจและสับสน เขายอมหยุดการต่อต้านและนอนนิ่งปล่อยให้อานนท์ทำการยืดกล้ามเนื้อขาไปตามขั้นตอน
แต่สายตาคมกริบกลับไม่ละไปจากใบหน้าเนียนใสของสายขิมเลยสักวินาทีเดียว เขาจ้องมองเธอด้วยความรู้สึกพยศ อยากจะสลัดมือของเธอออก แต่ลึก ๆ กลับมีความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาดจากการเกาะกุมอันมั่นคงนั้น
การทำกายภาพบำบัดดำเนินไปร่วมหนึ่งชั่วโมงจนเสร็จสิ้น อานนท์ขอตัวกลับไปหลังจากนัดหมายเวลาของวันพรุ่งนี้ ภายในห้องนอนกลับมาเหลือเพียงความเงียบงันระหว่างคนสองคนอีกครั้ง
ศิลานอนหอบหายใจน้อย ๆ จากความเหนื่อยล้าในการฝืนกล้ามเนื้อ เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ซึมตามไรผมและใบหน้าหล่อเหลา สายขิมหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กสะอาดชุบน้ำอุ่นบิดหมาด ๆ เดินเข้ามาใกล้เตียงเพื่อเตรียมจะเช็ดหน้าให้เขาตามหน้าที่
“ไม่ต้อง! ฉันเช็ดเองได้!” ศิลาบอกปัดเสียงแข็ง พยายามจะเอื้อมมือไปแย่งผ้าขนหนูจากมือเธอ
แต่สายขิมกลับไม่ยอมปล่อย เธอเบี่ยงมือหลบและนั่งลงบนขอบเตียงกว้างอย่างถือวิสาสะ มือเรียวข้างหนึ่งเชยคางมนของชายหนุ่มล็อกไว้เบา ๆ ส่วนมืออีกข้างใช้ผ้าอุ่นค่อย ๆ ซับเหงื่อบนใบหน้าและซอกคอของเขาอย่างเบามือและนุ่มนวล
“อยู่นิ่ง ๆ เถอะค่ะ ฉันเป็นภรรยาและพยาบาลของคุณ หน้าที่แค่นี้ฉันทำได้สบายมาก คุณเหนื่อยมาทั้งชั่วโมงแล้ว พักผ่อนเถอะค่ะ” น้ำเสียงของสายขิมผ่อนปรนลงเล็กน้อย ทว่ายังคงแฝงไปด้วยความเด็ดขาด
ศิลาชะงักนิ่งไปราวกับต้องมนตร์สะกด สัมผัสจากผ้านุ่มและความอุ่นร้อนจากฝ่ามือเรียวที่ประคองใบหน้าของเขาไว้ มันช่างอ่อนโยนและนุ่มนวลจนความโกรธขึ้งและอคติในใจของเขาค่อย ๆ มลายหายไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมจ้องมองใบหน้าเนียนใสที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบอย่างละเอียดลออเป็นครั้งแรก แพขนตางอนยาว ดวงตาคู่สวยที่ฉายแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว และริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อธรรมชาติ
ผู้หญิงคนนี้ มีดีอะไรถึงได้กล้ามาปราบพยศคนอย่างเขาได้ขนาดนี้ ศิลาคิดในใจด้วยความสับสน
ทันทีที่เช็ดหน้าเสร็จ สายขิมก็ผละตัวออกห่างและลุกขึ้นยืนจัดระเบียบเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย ใบหน้าของเธอกลับมาเรียบนิ่งเป็นเส้นตรงตามเดิม ราวกับความอ่อนโยนเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
“ตอนเย็นฉันจะให้ป้าอุ่นยกอาหารขึ้นมาให้นะคะ โปรดทานให้หมดและทานยาตามเวลาด้วยค่ะ พักผ่อนนะคะ คุณศิลา”
พูดจบสายขิมก็ยกถาดอุปกรณ์ทำความสะอาดเดินออกจากห้องไปทันที ปล่อยให้ศิลานอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้างเพียงลำพัง ชายหนุ่มยกมือหนาขึ้นแตะที่แก้มของตัวเองเบา ๆ บริเวณที่เคยมีฝ่ามือนุ่มของเธอประคองไว้ ความอบอุ่นจาง ๆ ยังคงหลงเหลืออยู่ และมันกำลังทำลายความเยือกเย็นในหัวใจหินผาของเขาลงทีละน้อยโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว
“สายขิมเธอมันผู้หญิงอันตรายจริง ๆ” ศิลากัดฟันพึมพำกับตัวเอง แววตาคู่คมประกายระยิบระยับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่แปรเปลี่ยนไป จากความรังเกียจเหยียดหยาม เริ่มกลายเป็นความสนใจและอยากจะเอาชนะ
พันธะสัญญาจ้างแต่งงานและหน้าที่พยาบาลส่วนตัวในวันแรกสิ้นสุดลงด้วยความตึงเครียดที่ผ่อนคลายลงทีละน้อย ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นที่ค่อย ๆ ลับขอบฟ้า
