บทที่ 7 สมุดบันทึกที่ลืมไว้ (2)
สมุดบันทึกที่ลืมไว้
"ฉันไม่ต้องการสมุดงี่เง่าพวกนี้! ฉันต้องการคน! ในเมื่อเธอเบี้ยวงาน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะหักเงินค่าจ้างเธอวันละหนึ่งแสนบาท ดูสิว่าถ้าเงินหายไปเรื่อย ๆ เธอจะยังอวดดีวิ่งโร่ออกไปข้างนอกอีกไหม!"
ศิลาพูดจบก็บังคับรถเข็นหมุนตัวกลับทันที ล้อรถบดผ่านสมุดบันทึกเล่มนั้นจนเกิดรอยด่างดำ ชายหนุ่มตรงดิ่งเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวแล้วปิดประตูดังปัง ทิ้งให้ป้านุ่มได้แต่ถอนหายใจยาว ก้มลงเก็บสมุดบันทึกขึ้นมาปัดฝุ่นออกเบา ๆ ด้วยความสงสารสายขิม
ภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยโทนสีเข้ม ศิลานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ เอกสารรายงานผลประกอบการของบริษัทวางอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขากลับไม่ได้จับจ้องที่ตัวเลขเหล่านั้นเลย ในหัวของเขามีแต่ความหงุดหงิดฟุ้งซ่าน ภาพใบหน้าเรียบเฉยไม่สะทกสะท้านของสายขิมลอยวนเวียนอยู่ตลอดเวลา
เสียงเคาะประตูตั้งดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ป้านุ่มจะเดินเข้ามาพร้อมกับถาดกาแฟดำยามเช้า แม่บ้านอาวุโสวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ และจงใจวางสมุดบันทึกเล่มสีน้ำเงินที่ถูกเช็ดทำความสะอาดแล้วไว้ข้าง ๆ กัน
"ป้าเอาสมุดของคุณขิมมาวางไว้เผื่อคุณชายอยากดูนะคะ คุณขิมเธอตั้งใจเขียนมากเลยค่ะ ป้าขอตัวก่อนนะคะ" ป้านุ่มพูดจบก็รีบเดินเลี่ยงออกไปทันทีเพราะไม่อยากโดนหางเลข
ศิลาจ้องมองสมุดบันทึกเล่มนั้นด้วยสายตาชิงชัง ปากบอกตัวเองซ้ำ ๆ ว่าผู้หญิงหน้าเงินคนนั้นจะไปเขียนอะไรดี ๆ ได้ คงมีแต่คำแก้ตัวหรือไม่ก็บันทึกเรียกร้องความสนใจ แต่ทิฐิและความอยากรู้อยากเห็นที่ตีกันอยู่ในอก ทำให้สุดท้ายมือหนาก็กระชากสมุดเล่มนั้นเข้ามาเปิดดูจนได้
ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขากลับไม่ใช่คำตัดพ้อหรือเรียกร้องใด ๆ
หน้าแรกของสมุดบันทึก ถูกเขียนด้วยลายมือตัวอักษรภาษาไทยที่อ้วนกลม เป็นระเบียบเรียบร้อย และอ่านง่ายชัดเจน สายขิมสรุปประวัติการรักษาอัมพาตครึ่งท่อนล่างของเขาอย่างละเอียด มีตารางการกินยาที่แบ่งแยกสีตามมื้ออาหารอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันความสับสน
‘06.00 น. นวดกระตุ้นกล้ามเนื้อปลายเท้าข้างละ 10 นาที เพื่อป้องกันเส้นเลือดอุดตัน’
‘07.00 น. อาหารเช้า (งดอาหารรสจัดและโซเดียมสูง เพราะคนไข้มีภาวะความดันโลหิตค่อนข้างสูงจากความเครียด)’
‘10.00 น. ยาบำรุงประสาทส่วนปลาย (ต้องทานหลังอาหารทันที)’
ศิลาเปิดอ่านหน้าต่อไปเรื่อย ๆ หัวใจของเขาชาวาขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทุกหน้าประกอบไปด้วยตารางการทำกายภาพบำบัดที่เธอเขียนแนะนำเทคนิคการพยุงตัวที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้กระดูกสันหลังส่วนบนของเขาต้องรับน้ำหนักมากเกินไป มีแม้กระทั่งบันทึกเล็ก ๆ ที่มุมหน้ากระดาษว่า
‘คุณศิลาชอบดื่มกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล แต่ควรจำกัดแค่ครึ่งแก้วต่อวันในช่วงที่นอนไม่หลับ’
ชายหนุ่มปิดสมุดลงฉับ ความหงุดหงิดในอกไม่ได้ลดลงเลย แต่มันกลับเปลี่ยนทิศทาง จากความโกรธที่โดนขัดคำสั่ง กลายเป็นความขัดใจที่เธอทำราวกับเขาเป็นเพียงเคสคนไข้หรืองานชิ้นหนึ่ง ที่เธอต้องจัดการให้เสร็จตามหน้าที่จ้าง
"ทำเป็นรู้ดี" ศิลาพึมพำ น้ำเสียงสะบัดเล็กน้อย
เธอไม่ได้มองว่าเขาเป็นสามี และไม่ได้มองว่าเขาเป็นผู้ชายที่มีอิทธิพลน่าเกรงขาม เธอเห็นเขาเป็นแค่คนพิการอารมณ์ร้ายที่ต้องคอยจัดการตามตารางเวลา ความใส่ใจที่ปรากฏในสมุดเล่มนี้มันชัดเจนเกินไปจนทำให้ศิลารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังพ่ายแพ้ให้กับความนิ่งเฉยของผู้หญิงที่เขาตราหน้าว่าเห็นแก่เงิน
เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายสามโมงเย็น
ศิลายังคงนั่งอยู่ในห้องทำงาน เอกสารบนโต๊ะไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ชายหนุ่มขยับล้อรถเข็นมาหยุดอยู่ตรงบานหน้าต่างกระจกใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวนหลังบ้านและเรือนไม้หลังเล็กท้ายสวน แสงแดดยามบ่ายเริ่มอ่อนแสงลง บรรยากาศรอบคฤหาสน์เงียบเชียบจนชวนให้รู้สึกเหงา
ลึก ๆ ในใจที่ซ่อนอยู่ใต้ทิฐิหนา ศิลาเริ่มรู้สึกว่าตัวเองพาลใส่เธอมากเกินไป อุบัติเหตุที่ทำให้เดินไม่ได้ทำให้เขาเหมือนคนบ้าที่พร้อมจะกัดทุกคนที่เข้าใกล้ แต่สายขิมกลับเป็นคนเดียวที่เดินเข้ามาแล้วนิ่งเฉย ไม่ร้องไห้ ไม่ด่าตอบ และใช้ความจริงเข้าสู้ การที่เธอต้องออกไปทำงานข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่ อาจเป็นเพราะเขาไปพูดจาขับไล่ไสส่งเธอให้อยู่แต่เรือนเล็กเมื่อวานนี้เอง
"ป้านุ่ม" ศิลากดปุ่มเรียกแม่บ้านผ่านอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงาน
ไม่นานนัก ป้านุ่มก็เปิดประตูเข้ามา "ค่ะคุณชาย มีอะไรหรือเปล่าคะ"
"ยัยนั่น... หมายถึงสายขิม เธอบอกหรือเปล่าว่าจะกลับกี่โมง" ศิลาแสร้งทำเป็นถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ วางท่าเหมือนระเบียบจัด
"คุณขิมบอกว่าน่าจะประมาณห้าโมงเย็นค่ะคุณชาย เห็นบอกว่าต้องรีบกลับมาเตรียมอาหารเย็นและนวดขาให้คุณชายตามตารางในสมุดค่ะ" ป้านุ่มแอบยิ้มบาง ๆ เมื่อเห็นว่าเจ้านายเริ่มถามหาภรรยาในนาม
"ใครสั่งให้กลับมานวด ไม่จำเป็นหรอก" ศิลาพูดเสียงแข็งเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึก
"แล้วไอ้เรื่องหักเงินที่ฉันพูดเมื่อเช้า ไม่ต้องไปบอกเธอล่ะ ถือว่าฉันพูดเล่น"
"ค่ะคุณชาย ป้าเข้าใจแล้วค่ะ" ป้านุ่มรับคำอย่างรู้ทัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไปพร้อมกับปิดประตูให้เรียบร้อย
เมื่ออยู่คนเดียวในห้องทำงาน ศิลาหันกลับไปมองทางหน้าต่างอีกครั้ง แววตาคมกริบคู่เดิมฉายแวววุ่นวายใจ
เขาคอยชำเลืองมองนาฬิกาข้อมือทุก ๆ สิบนาที ความรู้สึกกระวนกระวายใจกวนใจเขาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสือร้ายบนรถเข็นที่เคยคิดว่าตัวเองควบคุมทุกอย่างได้ บัดนี้กลับต้องมานั่งนับถอยหลังรอเวลาให้ผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่งเดินกลับเข้ามาในบ้าน ด้วยความรู้สึกขัดใจตัวเองเป็นที่สุด
