บทที่ 1 แม่อุ้มบุญ
บรรยากาศภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและเสียงเข็มนาฬิกาเรือนหรูบนผนังเคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้า ความกดดันอันหนักอึ้งให้ครอบคลุมทั่วทุกตารางนิ้ว
‘อี้เฟย’ ชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำคนใหม่ของตระกูลหวัง เอนหลังพิงเก้าอี้หนังแท้สีดำดวงตาคมกริบเย็นชากวาดมองเอกสารอนุมัติงบประมาณคาสิโนและโรงแรมระดับห้าดาวในมืออย่างละเอียด ใบหน้าเรียบตึงไม่แสดงความรู้สึกใดๆ แม้ว่าภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของมาเฟียตระกูลหวังจะตกมาอยู่บนบ่าของเขาตั้งแต่อายุยังน้อยก็ตาม
นับตั้งแต่ ‘หวังเจิ้งหลุน’ ผู้เป็นพ่อ แต่งตั้งให้เขาขึ้นบริหารและควบคุมกิจการทั้งหมดแทน อี้เฟยก็ไม่เคยทำให้ตระกูลผิดหวัง เขาทำทุกอย่างแทนพ่อ ทุ่มเทแรงกายและสมองขยายอาณาจักรธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นคลับหรู สถานบันเทิง คาสิโน โรงแรมหลายแห่ง ตลอดจนท่าเรือส่งออกอะไหล่รถยนต์ขนาดใหญ่ทั่วประเทศ สายตาเฉียบคมของเขามองทะลุทุกเกมการค้า และความเย็นชาไร้หัวใจที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมก็ทำให้ศัตรูในวงการต่างพากันเกรงกลัว
ไร้เสียงเคาะประตูก่อนที่จะถูกเปิดออกโดยชายวัยกลางคนที่มีภูมิฐานน่าเกรงขามอย่างหวังเจิ้งหลุน เดินก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับ ‘หวังอี้หลาน’ ผู้เป็นภรรยาและแม่ของอี้เฟย ทั้งคู่มีสีหน้าเรียบตึงทว่าซ่อนความมุ่งหวังบางอย่างเอาไว้
“ยังนั่งทำงานอยู่อีกเหรอ อี้เฟย?” หวังอี้หลานเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงแกมประชดประชัน เธอเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ “ม๊ากับป๊าเลือกคุณหนูจากตระกูลใหญ่ๆ ให้แกเลือกตั้งกี่คน ทำไมแกถึงปฏิเสธนัดทั้งหมด! แกอายุ28แล้วนะอี้เฟย ตระกูลหวังของเราต้องการทายาทมาสืบทอด แกจะปล่อยให้ตระกูลไร้ผู้สืบทอดแบบนี้ไม่ได้!”
อี้เฟยวางปากกาในมือลงบนโต๊ะ เสียงวัตถุกระทบพื้นผิวไม้ดัง แกร๊ก แต่กลับทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที เขายกมือขึ้นประสานกันไว้บนโต๊ะ สายตาเย็นชาจ้องมองหน้าพ่อและแม่โดยไม่หลบตา
“ผมยังไม่พร้อม” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยออกมาสั้นๆ ตามนิสัยพูดน้อยของเขา ท่าทางเหล่านั้นยิ่งเรียกน้ำโหของหวังอี้หลานได้เป็นอย่างดี
“ไม่พร้อมอะไรกัน!” หวังเจิ้งหลุนที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังและทรงอำนาจ “แกบริหารธุรกิจพันล้านได้ ควบคุมคนเป็นร้อยเป็นพันได้ แต่แค่เรื่องหาเมียแต่งงานสร้างทายาท แกกลับบอกว่าไม่พร้อมงั้นเหรอ? แกอย่าลืมว่าตำแหน่งหัวหน้าตระกูลที่แกถืออยู่ มันมาพร้อมกับหน้าที่ทางสายเลือด!”
ความกดดันและคำพูดซ้ำๆ ซากๆ เรื่องการจับคู่แต่งงานสืบทอดตระกูลถาโถมเข้าใส่ชายหนุ่ม อี้เฟยรู้สึกรำคาญใจและอึดอัดจนแทบหายใจไม่สะดวก เขาเบื่อหน่ายกับการถูกจับวางชีวิต และเบื่อการต้องมานั่งปั้นหน้าอยู่กับผู้หญิงที่พ่อแม่สรรหามาให้เพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ความเงียบครอบคลุมห้องทำงานอยู่นานหลายวินาที
ก่อนที่อี้เฟยจะตัดสินใจเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้ผู้เป็นพ่อและแม่ต้องตกตะลึง
“ผมมีคนที่รักอยู่แล้ว”คำพูดเรียบง่ายหลุดออกจากปากของผู้นำตระกูลหวัง
หวังอี้หลานเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ ขณะที่หวังเจิ้งหลุนขมวดคิ้วแน่นจ้องมองลูกชายอย่างจับผิด
“แกว่ายังไงนะ? แกมีคนที่รักอยู่แล้วงั้นเหรอ... ทำไมแม่ไม่เคยรู้มาก่อน!” หวังอี้หลานเอ่ยถามเสียงสูงด้วยความสงสัย
“เพราะผมต้องการความเป็นส่วนตัว” อี้เฟยตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ร่องรอยความลนลาน สายตาคมกริบสบมองแม่ของตนอย่างมั่นคง
“และตอนนี้... เราสองคนกำลังพยายามมีทายาทให้กับตระกูลอยู่ ป๊ากับม๊าไม่ต้องยุ่งเรื่องนัดหรือหาผู้หญิงคนไหนมาให้ผมอีก”
หวังเจิ้งหลุนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของลูกชายเพื่อค้นหาความจริง แต่ใบหน้าที่เรียบตึงดุจรูปสลักของอี้เฟยกลับไม่เผยร่องรอยของการโกหกแม้แต่น้อย ผู้นำรุ่นก่อนถอนหายใจยาวออกมาก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ถ้าเป็นอย่างที่แกพูดจริง ถือว่าดี... แต่ถ้าแกโกหกเพื่อเลี่ยงการแต่งงาน แล้วภายในหนึ่งปีนี้ไม่มีข่าวดีเรื่องหลานให้ตระกูลหวัง แกจะต้องแต่งงานกับคนที่ม๊าแกเลือกให้ทันที โดยไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งสิ้น!”
“ตกลง” อี้เฟยรับคำสั้นๆ โดยไม่ลังเล
เมื่อพ่อและแม่ยอมถอยและเดินออกจากห้องทำงานไปแล้ว ประตูบานใหญ่ถูกปิดลงอีกครั้ง ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอันหรูหรา อี้เฟยเอนหลังพิงเก้าอี้พลางยกมือขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจยาวออกมาด้วยความเครียด
เขารู้ดีว่าสิ่งที่เขาเพิ่งพูดไปนั้นคือ ‘เรื่องโกหก’ ทั้งสิ้น เขาไม่ได้มีคนรัก และไม่ได้กำลังพยายามมีลูกกับใครทั้งนั้น เขาไม่มีเวลามานั่งเล่นเกมความรัก และไม่อยากผูกมัดชีวิตไว้กับผู้หญิงคนไหน
อี้เฟยเอื้อมมือไปกดปุ่มอินเตอร์คอมบนโต๊ะทำงานด้วยสายตาเยือกเย็น
“เควิน... เข้ามาพบฉันในห้องเดี๋ยวนี้”
เพียงไม่กี่วินาที ‘เควิน’ เลขาคนสนิทและมือขวาที่รับใช้เขามานานก็ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความนอบน้อม เควินโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยถาม
“นายท่านมีอะไรให้ผมรับใช้ครับ?”
อี้เฟยมองหน้าเลขาคนสนิทด้วยสายตาจริงจังและเด็ดขาด เขาเอ่ยสั่งงานด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ
“ช่วยหาผู้หญิง... ฉันต้องการ ‘แม่อุ้มบุญ’ ที่ร่างกายแข็งแรง บริสุทธิ์ และพร้อมจะทำสัญญากับเราในระยะเวลาหนึ่งปี ไปจัดการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด”
“รับทราบครับนายท่าน” เควินโค้งรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่ตั้งคำถามใดๆ แม้แต่น้อยเพราะรู้ดีหากสงสัยไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร
อี้เฟยมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ มองดูทิวทัศน์ของเมืองหลวงยามเย็นด้วยสายตาว่างเปล่าและเย็นชา เขาไม่สนใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะเป็นใคร มาจากไหน หรือมีชีวิตอย่างไร ขอแค่เธอสามารถอุ้มท้องทายาทตระกูลหวังให้กับเขาได้ภายในเวลาที่กำหนด เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงที่เขาไม่ได้เลือก เพียงเท่านั้นก็พอแล้ว
