บทที่ 4 เผชิญหน้ากับซาตาน
หลังจากเอวาโทรหาพี่ชายได้ไม่นาน ในวันรุ่งขึ้นช่วงบ่ายเอวาบอกกับเธอให้รอที่ร้านกาแฟเพื่อรอคนของเขามารับ ใช้เวลาไม่นานด้วยซ้ำรถตู้สีดำหรูหรากระจกติดฟิล์มทึบแสงจอดนิ่งรอรับมิลินอยู่ที่หน้าคาเฟ่
เควินในชุดสูทสีกรมท่าเรียบหรู ก้าวลงมารับเธอด้วยท่าทีสุภาพแต่แฝงความเย็นชา
“สวัสครับคุณมิลินใช่ไหม?” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามด้วยสีหน้านิ่งๆ
“ค่ะ” เขาพยักหน้ารับช้าๆ “เชิญครับ”
มิลินก้าวขึ้นรถไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นระทึกจนแทบทะลุออกมานอกอก มือน้อยๆ บีบสายกระเป๋าสะพายแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
รถตู้เคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวลและเงียบเชียบ นำเธอมายังอาณาจักรธุรกิจตระกูลหวัง ตึกสูงระฟ้าท่ามกลางเมืองหลวง เควินนำทางมิลินขึ้นลิฟต์ส่วนตัวตรงสู่ชั้นบนสุดอย่างรวดเร็ว บรรยากาศรอบตัวเรียบหรูทว่ากดดันจนน่าอึดอัด
บานประตูขนาดใหญ่ถูกเปิดออกอย่างเบามือ มิลินก้าวเท้าตามเควินเข้าไปภายในห้องทำงานกว้างขวาง สายตาของเธอปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำตัดเย็บประณีตของ ‘อี้เฟย’ ชายหนุ่มวัย 28 ปี ผู้เป็นเจ้าของอาณาจักรแห่งนี้ เขากำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ เบื้องหลังคือกระจกบานโตที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองหลวงไกลสุดสายตา
รังสีความเย็นชาและดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ทำให้มิลินรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกสูบออกไปจนหมด เธอชะงักก้าวเท้า ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายเกร็งตึงขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
“นายท่านครับ... คุณมิลินมาถึงแล้วครับ” เควินโค้งตัวลงเล็กน้อยตามความเคยชิน
อี้เฟยละสายตาจากเอกสารบนโต๊ะแล้วค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคมกริบสีเข้มดุจพญาอินทรี กวาดมองร่างบางตั้งแต่เรือนผมยาวสลวย ใบหน้าหวานไร้เครื่องสำอาง ดวงตากลมโตที่แฝงความประหม่า ตลอดจนเรือนร่างอรชรในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวกับกางเกงยีนส์เรียบง่าย
สายตาจ้องมองอย่างประเมินและคุกคามโดยไม่ปิดบังนั้น ทำให้มิลินรู้สึกเหมือนถูกเปลื้องผ้า เธอพยายามรวบรวมความกล้า สบตาคมกริบคู่นั้นกลับไป แม้ขาและมือน้อยๆ จะสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวก็ตาม
“เดินมาตรงนี้” น้ำเสียงทุ้มต่ำ เย็นชา และทรงอำนาจเอ่ยขึ้นสั้นๆ
มิลินขยับกายไปยืนใกล้ๆเขาจนกระทั่งรับรู้ได้ว่าควรจะหยุดเท้าไว้ตรงไหนถึงจะเว้นระยะให้ตัวเองไม่อยู่ใกล้เขาจนเกินไป เธอก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อหลบสายตาเฉียบคมที่ยังคงจ้องมองเธอไม่ลดละ
“เหตุผลที่เธอมายืนอยู่ตรงนี้คงรู้ดีอยู่แล้ว…” อี้เฟยเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ เขาใช้นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเบาๆ
“ฉันต้องการผู้หญิงที่บริสุทธิ์ แข็งแรง และไม่มีพันธะใดๆ เพื่อมาอุ้มท้องทายาทให้ฉัน”
มิลินสูดหายใจเข้าลึก รวบรวมน้ำเสียงที่สั่นพร่าเอ่ยตอบ “ฉันทราบเรื่องนั้นดีค่ะ…”
อี้เฟยมองดูความมุ่งมั่นทว่าหวาดหวั่นในแววตาของหญิงสาว เขาพยักหน้าให้เควินเล็กน้อย เควินจึงก้าวเข้ามาพร้อมกับวางเอกสารสัญญาหนาหลายแผ่นลงตรงหน้ามิลิน
“นี่คือสัญญาการเป็นแม่อุ้มบุญให้ตระกูลหวัง” อี้เฟยเอ่ยพลางเอนหลังพิงเบาะเก้าอี้ด้วยท่าทางวางอำนาจ “อ่านให้ละเอียด... ก่อนที่เธอจะตัดสินใจจรดปลายปากกา เพราะเมื่อเซ็นชื่อลงไปแล้ว เธอจะไม่มีสิทธิ์เปลี่ยนใจหรือเรียกร้องอะไรนอกเหนือจากสัญญาฉบับนี้อีกแม้แต่ข้อเดียว”
มิลินก้มมองกระดาษสัญญาตรงหน้า หัวใจบีบรัดด้วยความเจ็บปวด ทว่าภาพของยายพิมใจที่นอนรอการผ่าตัดก็ผุดขึ้นมาเตือนสติ เธอรู้ดีว่าหลังประตูบานนี้ไม่มีทางให้เธอถอยหลังกลับอีกต่อไปแล้ว
