บทที่ 5 สัญญา
มิลินสูดหายใจจนหน้าอกเคลื่อนขึ้นลงอย่างแผ่วเบา มือน้อยสั่นระริกขณะเอื้อมไปหยิบเอกสารสัญญาหลายแผ่นขึ้นมาอ่านอย่างละเอียดทีละบรรทัด เสียงกระดาษที่พลิกไปมาดังสะท้อนท่ามกลางความเงียบสงบอันน่าอึดอัดของห้องทำงาน สายตาคมกริบของอี้เฟยยังคงจับจ้องที่ใบหน้าหวานของเธอตลอดเวลาดุจพญาเสือที่กำลังเฝ้ามองเหยื่อ
เนื้อหาในเอกสารระบุข้อตกลงและเงื่อนไขสำคัญไว้อย่างชัดเจน 6 ข้อ:
-
เมื่อระยะเวลาสิ้นสุดหนึ่งปีไม่มีทายาท เธอจะต้องรับผิดชอบความเสียหายที่ตามมาให้ได้
-
เมื่อตั้งท้องได้ภายในระยะเวลาหนึ่งถึงสามเดือน จะมีรางวัลตอบแทนให้เป็นเงินสดหนึ่งล้านบาท
มิลินเบิกตากว้างนี่ยังไม่รวมกับเงินที่เธอจะได้ในแต่ละเดือนเขาต้องรวยขนาดไหนถึงทุ่มเงินมหาศาลให้กับเรื่องนี้ โดยไม่รู้เลยว่าปฏิกิริยาทั้งหมดของเธอตกอยู่ในสายตาของใครบางคน
-
ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีจะต้องอาศัยอยู่กับเขาที่บ้าน และห้ามออกข้างนอกตามอำเภอใจ จะออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเขาเท่านั้น
-
ห้ามนำเรื่องในสัญญาเผยแพร่ออกไปให้บุคคลอื่นได้รับรู้ ไม่อย่างนั้นจะดำเนินการตามกฎหมาย
-
เมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เธอจะไม่มีสิทธิ์ในตัวเขาและต้องตัดขาดกัน เธอจะได้เงินไปตั้งตัวเป็นจำนวนสิบล้านบาท
และข้อสุดท้ายที่ทำเอาคิ้วสวยขมวดแน่นก็เพราะมันน่าจะเป็นข้อที่เธอน่าจะทำได้มากกว่าข้อที่ห้าซะอีก
- ห้ามรู้สึกกับเขาในฐานะเชิงชู้สาวเด็ดขาด
มิลินอ่านข้อความทั้งหมดซ้ำไปซ้ำมา หัวใจดวงน้อยราวกับถูกบีบเค้นจนแหลกสลาย เหมือนคมดาบที่กรีดลงบนศักดิ์ศรีและความรู้สึกของเธออย่างอำมหิต
ลูก...
สิ่งมีชีวิตที่จะเกิดมาจากเลือดเนื้อของเธอ แต่เมื่อเขาออกมาสู่โลกกว้าง เธอจะไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเรียกตัวเองว่าแม่ด้วยซ้ำ ถึงแม้จะเป็นแค่การอุ้มท้องให้กับคนอื่นแต่อย่างน้อยเด็กน้อยก็อยู่กับเธอมากกว่าเก้าเดือนจะไม่ให้มีความรู้สึกรักและผูกพันได้อย่างไร
เธอจะทำมันได้รึป่าวนะ…
"อ่านจบแล้วหรือยัง?" น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงรังสีคุกคามของอี้เฟยดังขึ้นตัดผ่านความเงียบจนทำให้เธอได้สติ "ถ้ามีตรงไหนไม่เข้าใจ หรือคิดว่าทำไม่ได้ ก็ลุกออกไปได้เลย ฉันไม่ได้บังคับ"
มิลินเงยหน้าขึ้นมองมาเฟียหนุ่ม ใบหน้าคมคายหล่อเหลาทว่าเย็นชาไร้ความรู้สึกของเขาไม่มีร่องรอยของความเมตตาใดๆ เธอรู้ดีว่าคำว่า 'ไม่ได้บังคับ' ของเขามันเป็นเพียงคำพูดหรูหรา เพราะชีวิตของยายพิมใจที่กำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายคือสิ่งที่บังคับเธออยู่ต่างหาก
"ฉัน... อ่านครบทุกข้อแล้วค่ะ" มิลินตอบ เสียงของเธอสั่นพร่าทว่าสบตาเขาอย่างไม่หลบหลีก
"พร้อมยอมรับเงื่อนไขทั้งหมด?" อี้เฟยถามซ้ำ ยักคิ้วขึ้นเล็กน้อย
"ค่ะ ฉันยอมรับ" มิลินพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น แม้ในอกจะเจ็บปวดจนแทบระเบิดก็ตามในเวลานี้เธอจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุด
เควินยื่นปากกาปลอกเงินเรียบหรูส่งให้หญิงสาว มิลินรับปากกามาถือไว้ นิ้วมือเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาว ซึมซับความเย็นเยียบของด้ามโลหะ เธอวางหัวปากกาลงบนช่องสำหรับลงลายมือชื่อ ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหวาดกลัว สิ้นหวัง และอัปยศในชะตากรรม
เพื่อยาย...ลินทำได้ทุกอย่าง
ปลายปากกากดลงบนแผ่นกระดาษ มิลินจรดปลายปากกาเขียนชื่อและนามสกุลของตัวเองลงไปอย่างช้าๆ รอยน้ำหมึกซึมลงบนเนื้อกระดาษประทับตราพันธนาการชีวิตของเธอไว้อย่างสมบูรณ์แบบ นับจากวินาทีนี้ไป อิสรภาพและชีวิตของเธอไม่ได้เป็นของเธออีกต่อไปแล้ว
อี้เฟยยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มอันเย็นเฉียบที่ชวนให้ขนลุก เขารับเอกสารสัญญากลับไปเซ็นชื่อของตัวเองด้วยท่าทางสุขุมและลื่นไหล ก่อนจะส่งคืนให้เควินเก็บรักษาไว้
"สัญญาเริ่มมีผลตั้งแต่วินาทีนี้" อี้เฟยเอ่ยพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำดูน่าเกรงขามจนมิลินต้องก้มหน้าลงโดยสัญชาตญาณ
"เควิน... พาเธอไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลให้เรียบร้อย ถ้าไม่มีปัญหาอะไร คืนนี้พาเธอไปที่เพ้นท์เฮาส์"
“ดะ เดี๋ยวค่ะ”
“?” อี้เฟยขมวดคิ้วราวกับเจอเรื่องน่ารำคาญสีหน้าของเขาทำเอาหญิงสาวตรงหน้ากระอักกระอ่วนที่จะพูด “ฉันต้องย้ายมาอยู่กับคุณวันนี้เลยหรอคะ…”
“ฉันไม่ชอบอะไรที่มันชักช้า”
เสียงถอนหายใจของเขาทำเอามิลินไม่กล้าเอ่ยขัดและเรื่องมากในที่สุดเขาก็เดินออกไปทิ้งเธอไว้กับลูกน้องคนสนิทข้างกาย ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนเอาไว้
“รีบพาตัวเธอไป”
"ครับ นายท่าน" เควินโค้งรับคำสั่ง
อี้เฟยปรายสายตามองมิลินที่ยืนก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้าอยู่อีกครั้ง เขาไม่ได้รู้สึกสงสารหรือเห็นใจผู้หญิงตรงหน้าแม้แต่น้อย สำหรับเขา มิลินก็เป็นเพียงแม่อุ้มบุญที่เข้ามาทำหน้าที่ตามสัญญาแลกกับเงินก้อนโตเท่านั้น และเขาจะไม่มีวันยอมให้เรื่องส่วนตัวหรือความรู้สึกไร้สาระเข้ามาทำลายแผนการของตระกูลหวังเด็ดขาด
