บทที่ 8 วันแรกในเพ้นท์เฮาส์หรู
ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มอมม่วงยามโพล้เพล้เมื่อรถยนต์คันหรูเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถ VIP ของคอนโดมิเนียมระดับไฮเอนด์ใจกลางเมืองหลวง มิลินก้าวลงจากรถพร้อมกระเป๋าเดินทางใบเล็กเพียงใบเดียวในมือ สิ่งของส่วนตัวของเธอมีไม่มากนัก เพราะชีวิตส่วนใหญ่ของเธอทุ่มเทให้กับโรงพยาบาลมาตลอดในตอนที่กำลังฝึกงาน
อี้เฟยที่เดินตามหลังมานำทางเธอขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่ต้องใช้คีย์การ์ดสแกนลายนิ้วมือ ลิฟต์ทะยานขึ้นสู่ชั้นสูงสุดของอาคารอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือเพ้นท์เฮาส์สุดหรูหราขนาดกว้างขวาง ตกแต่งด้วยโทนสีเทา ดำ และน้ำตาลเข้ม สะท้อนถึงรสนิยมอันเรียบหรูและเงียบขรึมของเจ้าของบ้าน
กระจกบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทิวทัศน์แสงไฟยามค่ำคืนของเมืองใหญ่ไกลสุดสายตา เฟอร์นิเจอร์นำเข้าทุกชิ้นถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ทว่าบรรยากาศกลับเงียบสงบและหนาวเย็นจนน่าอึดอัด
อี้เฟยเดินนำหน้าเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ เขากระดกเนกไทหลวมๆ พลางถอดเสื้อสูทข้างนอกส่งให้เควิน ก่อนจะหันมามองร่างบางที่ยืนเกร็งอยู่ตรงบริเวณทางเข้าด้วยสายตาเรียบเฉย
"เควิน กลับไปได้แล้ว" อี้เฟยออกคำสั่งน้ำเสียงทุ้มต่ำ
"ครับ นายท่าน" เควินโค้งทำความเคารพก่อนจะก้าวถอยหลังเข้าลิฟต์ไป ทิ้งให้มิลินอยู่ตามลำพังกับมาเฟียหนุ่มร่างสูงใหญ่ในพื้นที่ปิดแห่งนี้
มิลินกำสายกระเป๋าเดินทางในมือแน่น หัวใจเต้นตึกตักด้วยความประหม่าและความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้น เธอไม่เคยอยู่ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนสองต่อสองมาก่อน โดยเฉพาะชายที่มีรังสีคุกคามและเย็นชาดุจซาตานอย่างเขา
อี้เฟยหมุนตัวเดินตรงเข้ามาหาเธอ ก้าวขาเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง แรงกดอากาศรอบตัวเขาทำให้มิลินต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังบางชนเข้ากับผนังห้อง “อะ!”
ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างกันเพียงไม่กี่นิ้ว กลิ่นน้ำหอมเปลือกไม้หอมอบอวลผสมกลิ่นกายเฉพาะตัวของเขารดรินอยู่ตรงปลายจมูกของเธอ
"ฟังฉันให้ดี" อี้เฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าทรงอำนาจจนคนฟังไม่กล้าแม้แต่จะสบตา "นี่คือเพ้นท์เฮาส์ของฉัน ห้ามหยิบจับสิ่งของโดยไม่ได้รับอนุญาต"
มิลินก้มหน้าลงเล็กน้อย พยักหน้ารับคำเบาๆ "ค่ะ..."
"ห้องนอนของฉันอยู่ชั้นบน" อี้เฟยชี้ขึ้นไปตามบันไดวนที่นำขึ้นสู่ชั้นลอย "นั่นคือพื้นที่ส่วนตัวของฉัน ห้ามเธอขึ้นไปเด็ดขาดถ้าฉันไม่ได้สั่ง ส่วนห้องนอนของเธออยู่ชั้นล่างห้องนี้"
เขาก้าวเดินนำเธอไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องนอนห้องหนึ่ง มิลินมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาเพื่อทำความเข้าใจ
"และที่สำคัญ..." อี้เฟยหมุนตัวกลับมาสบสายตากับเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววเด็ดขาด
"เมื่อถึงเวลาที่เธอต้องทำหน้าที่... เราจะทำกันที่ห้องนอนของเธอชั้นล่างนี้เท่านั้น ฉันหวงพื้นที่ส่วนตัวของฉันมาก เข้าใจไหม?"
คำว่า หน้าที่ ที่หลุดออกจากปากเขาอย่างหน้าตาเฉยทำให้อกอิ่มของมิลินร้อนวูบวาบ แก้มเนียนซับสีเลือดด้วยความอับอายและประหม่า ทว่าเธอก็กลืนน้ำลายลงคอและเอ่ยรับคำสั้นๆ
"เข้าใจแล้วค่ะ..."
อี้เฟยมองดูใบหน้าหวานที่ก้มหน้าหลบสายตาอย่างว่าง่าย เขารู้สึกพอใจเล็กน้อยที่เธอไม่โวยวายหรือสร้างความยุ่งยากให้ เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเธอเอ่ยถาม
“คือว่า..ฉันสามารถใช้ครัวได้ไหมคะ?”และเป็นคำถามที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินด้วยซ้ำ
“อืม” แต่เขาเหนื่อยเกินกว่าจะอธิบายให้มากความจึงพูดไปเพื่อตัดปัญหา
เขาทิ้งไว้เพียงประโยคนั้น ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวขึ้นบันไดวนหายไปสู่ชั้นบน ทิ้งให้มิลินยืนอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบสงัด
หญิงสาวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอกที่รอดพ้นคืนแรกไปได้ เธอก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนชั้นล่างที่ถูกจัดเตรียมไว้ ห้องนอนกว้างขวางมีเตียงนอนขนาดใหญ่ผ้าปูสีขาวสะอาดตา แต่มันกลับดูอ้างว้างเหลือเกิน
มิลินเดินไปที่หน้าต่าง กอดหมอนใบโตไว้แน่นพลางทอดสายตามองขอบฟ้ามืดมิดภายนอก ความรู้สึกโหยหาและเป็นห่วงยายพิมใจพุ่งขึ้นมาในอก แต่นึกถึงเงินค่าผ่าตัดที่โอนเข้าโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว เธอก็ยิ้มออกมาได้ทั้งน้ำตา
ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าต้องเจอกับบททดสอบหรือความอัปยศรูปแบบไหน เธอก็ต้องอดทนและผ่านมันไปให้ได้ เพื่อชีวิตของยาย และเพื่อสัญญาที่เธอเป็นคนจรดปลายปากกาเลือกเอง
