บทที่ 9 หน้าที่

แสงรุ่งอรุณแรกของวันใหม่สอดส่องผ่านกระจกบานใหญ่ของเพ้นท์เฮาส์สุดหรู มิลินตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่ด้วยความเคยชิน เธอจัดการอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดกางเกงขายาวเรียบง่าย รวบเรือนผมยาวสลวยไว้ด้านหลังเผยให้เห็นลำคอระหงส์ขาวผ่อง

เมื่อก้าวออกจากห้องนอนชั้นล่าง ความเงียบสงัดภายในเพ้นท์เฮาส์ยังคงปกคลุม มิลินรู้ดีว่าหน้าที่ของเธอไม่ได้มีเพียงการเป็นแม่อุ้มบุญตามสัญญาเท่านั้น แต่ในฐานะผู้อยู่อาศัยที่ได้รับค่าตอบแทนมหาศาล เธอจึงตั้งใจจะดูแลความเป็นอยู่และงานบ้านงานเรือนให้ดีที่สุดเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องนั่งคิดมากเรื่องยายที่กำลังนอนรักษาตัวอยู่

ร่างบางก้าวเข้าสู่ห้องครัวสไตล์โมเดิร์นที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารราคาแพง เธอเปิดตู้เย็นขนาดใหญ่พบวัตถุดิบสดใหม่แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะน่าจะเป็นคุณเควินสั่งคนนำมาจัดเตรียมไว้ล่วงหน้า มือบางเริ่มลงมือล้างผัก หั่นวัตถุดิบ และปรุงอาหารอย่างคล่องแคล่ว เสียงสับหมูสับและเสียงน้ำซุป ดังเป็นจังหวะเบาๆ

กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มร้อนๆ เริ่มอบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ ก่อนจะชั่งใจว่าควรจะตักใส่ถ้วยไว้ให้เขาด้วยรึป่าวแต่เพราะความใจดีและมีน้ำใจจึงทำให้อีกฝ่ายโดยไม่ลังเล

ขณะที่มิลินกำลังจัดวางจานอาหารและถ้วยซุปร้อนๆ ลงบนโต๊ะอาหารตัวยาว ร่างสูงใหญ่ของอี้เฟยในชุดสูทสีกรมท่าเข้มพร้อมทำงานก็ก้าวลงมาจากบันไดวนชั้นบน ใบหน้าคมคายยังคงเรียบตึงและเย็นชาดั่งเดิม เขาสะดุดตากับภาพหญิงสาวร่างบางที่กำลังตั้งอกตั้งใจจัดโต๊ะอาหารพร้อมรอยยิ้มบางเบา

อี้เฟยเดินเข้ามาหาเธอช้าๆเสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นทำเอาร่างเล็กหยุดการกระทำทุกอย่างและพยายามทำตัวให้ลีบที่สุด

"กำลังทำอะไร?"

อี้เฟยมองหน้าหญิงสาวสลับกับถ้วยซุปตรงหน้า เขาไม่ได้เอ่ยขอบคุณหรือแสดงอาการใดๆ เพียงแต่ตั้งคำถามกับภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย

“ฉันทำข้าวต้มกับสลัดผักค่ะ…” มิลินเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ถ้วยนี้ของใคร?”

อี้เฟยชี้ที่ถ้วยภาชนะขนาดกลางที่มีข้าวต้มยังมีไอร้อนส่งกลิ่นหอมแตะจมูกเขาอยู่

“ของ…คุณค่ะ”

“ฉันไม่ได้สั่งให้ทำ” มิลินก้มหน้างุดคางเกือบจะชิดอกอยู่รอมร่อเพราะรู้สึกละอายและหน้าเสียที่เขาปฏิเสธน้ำใจของเธอด้วยคำพูดเจ็บแสบ

“ทีหลังไม่ต้องทำ”

“ค่ะ…”

อี้เฟยมองเธอเล็กน้อยก่อนจะเดินออกไปด้วยท่าทีสงบเมื่อเสียงบานประตูปิดลง มิลินเริ่มหายใจสะดวกและเดินเข้าไปเก็บถ้วยของเขาเททิ้งลงอ่างทันที

หน้าดุแถมยังใจร้ายอีกต่างหาก…

ตลอดทั้งวัน มิลินไม่ปล่อยให้ตัวเองว่าง เธอเริ่มทำความสะอาดบ้าน ปัดกวาดเช็ดถูทุกซอกทุกมุมของเพ้นท์เฮาส์ชั้นล่างจนสะอาดเอี่ยมอ่อง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ซึมตามไรผมและแก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อ ทว่าเธอกลับรู้สึกมีความสุขที่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย ดีกว่าการนั่งจมอยู่กับความวิตกกังวล

กระทั่งยามเย็น มิลินก็ลงมือทำอาหารเย็นอีกครั้ง เมนูวันนี้เป็นอาหารไทยรสชาตินุ่มนวลที่ย่อยง่าย เธอทานอาหารคนเดียวไม่คิดจะรอเขาเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ต้องการเห็นหน้าเธอเดินเพ่นพ่านให้เกะกะลูกตาจึงรีบกินและรีบกลับเข้าห้อง

ตกดึกร่างสูงของอี้เฟยก็ก้าวกลับเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการบริหารธุรกิจคาสิโนและงานท่าเรือส่งออกตลอดทั้งวัน

เขามองเห็นโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่าไร้จานอาหารอย่างเมื่อตอนเช้าก่อนจะหันฝีเท้าเดินกลับเข้ามาในครัวเพื่อดูว่าเธอทำอะไรเอาไว้ก็เห็นจานที่ถูกล้างเก็บอย่างสะอาดสะอ้านและกับข้าวที่ยังคงเหลืออยู่เล็กน้อยที่อยู่ในกล่องแช่ตู้เย็นเอาไว้ก็คงจะเป็นฝีมือเธอ

“เหอะ” เขาส่งเสียงในลำคอเบาๆราวกับว่ากำลังเจอเรื่องตลกแต่เขากลับหัวเราะไม่ออกซะงั้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป