บทที่ 2 สัญญาที่ต้องเซ็น

“ใครเป็นคนส่งนาฬิกามา” เขาถาม

ไม่มีใครตอบทันที

ภาคินซึ่งเป็นคนลากรินรดาขึ้นรถเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนลดสายตาลงเล็กน้อย

“ของขวัญจากคุณไกรครับ เลขาของเขาใช้สิทธิ์ผู้บริหารนำขึ้นมาส่งถึงโต๊ะนายเมื่อบ่าย”

“ตรวจห้องทำงานเขา บัญชีย้อนหลังหกเดือน และสิทธิ์เข้าถึงทุกจุดในอาคาร”

“ครับ”

“อย่าให้รู้ตัว”

ภาคินพยักหน้ารับ ขณะเจตน์เดินมารับคำสั่งเพิ่มเติม อัคคีใช้นิ้วดันผ้ารองนาฬิกาออกห่างราวกับมันเป็นซากแมลง ก่อนหยิบแฟ้มสีเลือดหมูจากลิ้นชัก

เมื่อเขาเปิดแฟ้ม ภาพถ่ายสามใบก็ถูกวางเรียงลงบนโต๊ะภาพของวิรุจน์

ภาพของรินรดา และภาพมินตราในชุดนักศึกษารินรดาเห็นวงหมึกแดงรอบใบหน้าของน้องสาว กล้ามเนื้อบริเวณกรามพลันเกร็งแน่น

“วิรุจน์เป็นหนี้กาสิโนฉันสิบแปดล้านบาท” อัคคีเอ่ย

“ฉันไม่เคยเซ็นค้ำประกัน”

“แต่มันขโมยของสำคัญไป”

“ฉันไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับเขามาสามปี ตั้งแต่แม่เสีย ฉันก็พามินแยกออกมา”

“แต่มันโทรหาเธอสิบเจ็ดครั้งก่อนตาย”

ลมหายใจของรินรดาสะดุด

วิรุจน์เสียชีวิตเมื่อสี่วันก่อน รถของเขาพุ่งชนเสาปูนใต้ทางด่วน ตำรวจสรุปเบื้องต้นว่าเมาแล้วขับ ทั้งที่เขาเลิกแตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มานานเกือบสองปี รินรดายังจัดงานศพไม่เรียบร้อย เจ้าหนี้ก็ผลัดกันมาเคาะประตูห้องเช่า

และคืนนี้ หนึ่งในเจ้าหนี้เหล่านั้นส่งรถยุโรปมารับเธอด้วยวิธีที่เรียกว่าลักพาตัวได้เต็มปาก

“อย่ายุ่งกับมินตรา”

อัคคีใช้นิ้วแตะมุมภาพของน้องสาวเธอหนึ่งครั้ง “ถ้าอยากให้ฉันไม่ยุ่ง ก็บอกมาว่าวิรุจน์ซ่อนไข่มุกไว้ที่ไหน”

รินรดาจ้องหน้าเขา

“ไข่มุกอะไรคะ”

“อย่าทดสอบความอดทนฉัน”

“ฉันกำลังทดสอบข้อมูลค่ะ” เธอตอบ “ของที่คุณตามหาเป็นไข่มุกธรรมชาติขนาดใหญ่ สีขาวอมเขียว บรรจุในตลับทองรูปหงส์ใช่ไหม”

ดวงตาของอัคคีเข้มขึ้น

นั่นคือคำตอบโดยไม่ต้องเปล่งเสียง

“ในตลาดมืดเรียกมันว่าไข่มุกราตรีแห่งซูสีไทเฮา” รินรดาพูดต่อ “ว่ากันว่ามันเคยถูกวางไว้ในพระโอษฐ์หลังพระนางสิ้นพระชนม์ แล้วหายไปตอนสุสานถูกปล้นเมื่อเกือบร้อยปีก่อน”

“เธอรู้อะไรอีก”

“รู้ว่าชาติกำเนิดของมันยังพิสูจน์ไม่ได้ รู้ว่าไข่มุกธรรมชาติไม่ได้ส่องสว่างกลางความมืดเหมือนหลอดไฟ และรู้ว่าตำนานที่มีคนยอมฆ่ากันเพื่อครอบครองมักมีคำโกหกแพงกว่าความเป็นจริง”

ร่างสูงของอัคคีลุกจากเก้าอี้

เงาทะมึนทอดข้ามโต๊ะและคืบคลานมาหยุดตรงหน้ารินรดา เขาไม่ได้แตะต้องเธอ ทว่าการเข้ามาใกล้เพียงเท่านั้นก็ทำให้อากาศรอบตัวลดน้อยลง กลิ่นไม้ซีดาร์จาง ๆ ติดอยู่บนเสื้อเชิ้ตสีดำของเขา

“ฉันถามว่าเธอรู้อะไรอีก”

รินรดาต้องเงยหน้าจึงสบตาได้ถนัด

“ฉันเคยเห็นภาพมันในสมุดภาคสนามของพ่อ”

เธอเลือกบอกความจริงเพียงส่วนเดียว

บิดาของรินรดาเป็นนักโบราณคดีผู้ศึกษาศิลปวัตถุช่วงปลายราชวงศ์ชิง ท่านสอนให้เธอดูชั้นผิว รอยซ่อม และประวัติการครอบครองก่อนจะสอนให้ตีราคา เพราะของเก่าทุกชิ้นมีสองมูลค่า

ราคาที่คนซื้อยอมจ่าย กับราคาที่เจ้าของเดิมต้องเสียเพื่อรักษามันไว้

หลังพ่อเสียชีวิต สมุดภาคสนามหลายเล่มหายไปเล่มที่มีภาพไข่มุกก็เช่นกัน

“พ่อเธอได้ภาพมาจากไหน”

“ถ้าฉันรู้ ฉันคงไม่ยืนอยู่ตรงนี้”

“ฉันไม่ชอบคำตอบที่ถูกตัดตอน”

“ฉันก็ไม่ชอบถูกจับมาคุยโดยมีปืนจ่อท้ายทอยค่ะ” รินรดาเหลือบมองภาคิน “ดูเหมือนคืนนี้เราต่างต้องทนกับสิ่งที่ไม่ชอบ”

ภาคินหลุบตาลงราวกับพื้นพรมมีบางอย่างน่าสนใจขึ้นมากะทันหัน

ประกายในดวงตาของอัคคีวาวโรจน์ คล้ายเปลวไฟที่เพิ่งถูกสาดด้วยน้ำมัน

“กลัวฉันหรือเปล่า รินรดา”

“กลัวค่ะ”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขานิ่ง รินรดากลืนก้อนแข็งในลำคอ แล้วพูดต่อ

“แต่ความกลัวกับการยอมแพ้เป็นคนละเรื่องกัน”

ความเงียบทอดยาวอยู่ระหว่างคนทั้งคู่ ก่อนอัคคีจะถอยกลับไปหลังโต๊ะ เขาหยิบกระดาษชุดหนึ่งออกจากลิ้นชักแล้วเลื่อนมาตรงหน้าเธอ

หัวข้อบรรทัดแรกพิมพ์ด้วยตัวอักษรสีดำเรียบกริบ ข้อตกลงภายในว่าด้วยการชำระหนี้ การประเมินทรัพย์สิน และการปฏิบัติหน้าที่เป็นคู่สัมพันธ์แต่เพียงผู้เดียว

“หนึ่งปี” อัคคีบอก “เธอทำงานให้ฉัน ตรวจของทุกชิ้นที่ผ่านกาสิโนกับเครือข่ายประมูล และออกงานในฐานะผู้หญิงของฉัน ระหว่างนั้นเธอต้องตามหาไข่มุกกับตลับทองให้เจอ”

รินรดาพลิกกระดาษทีละหน้า

ถ้อยคำทุกบรรทัดสุภาพ เป็นระเบียบ และผูกมัดยิ่งกว่าโซ่ เอกสารซึ่งเกิดจากการข่มขู่อาจไม่มีน้ำหนักในศาลปกติ แต่ในโลกของอัคคี ลายเซ็นหมายถึงกฎที่องค์กรของเขาจะบังคับใช้จริง

เธอจึงอ่านทุกคำ

ต้องให้ความร่วมมือในภารกิจตามที่ผู้ว่าจ้างมอบหมาย

ต้องรักษาภาพลักษณ์คู่สัมพันธ์แต่เพียงผู้เดียว

ต้องไม่ปฏิเสธการปรากฏตัวในกิจกรรมส่วนตัวตามสมควร

รินรดาหยุดตรงประโยคสุดท้าย

“คำว่ากิจกรรมส่วนตัวตามสมควร ของคุณ ครอบคลุมถึงบนเตียงด้วยหรือเปล่า”

อัคคีไม่หลบตา “เธออยากให้ครอบคลุมหรือ”

“ฉันถามเพราะจะขีดทิ้งค่ะ”

“ตามสบาย”

คำตอบง่ายเกินคาดทำให้รินรดามองเขานานขึ้น อัคคีเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ฉันซื้อเวลาทำงาน ความสามารถ และความซื่อสัตย์ ไม่ซื้อร่างกายผู้หญิง”

“แต่ในเอกสารเขียนว่าฉันต้องเป็นผู้หญิงของคุณ”

“ในสายตาคนอื่น”

“แล้วในสายตาคุณล่ะคะ”

ดวงตาของเขาเลื่อนผ่านริมฝีปากเธอเพียงชั่วครู่ ก่อนกลับมาสบตาอย่างเย็นชา

“ตอนนี้เธอคือลูกหนี้”

คำตอบนั้นควรทำให้รินรดาโล่งใจ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใดมันกลับทิ้งรอยแสบเล็ก ๆ ไว้กลางอก

เธอดึงปากกาจากแท่น เปิดสัญญาหน้าสุดท้ายแล้วขีดฆ่าสามบรรทัด

“ฉันมีเงื่อนไข”

“เธอยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์เลือก?”

“ถ้าฉันไม่มี คุณคงไม่เสียเวลาพิมพ์สัญญามาหลายหน้า”

ทั้งคู่จ้องกันข้ามกระดาษ นอกผนังกระจก เมืองทั้งเมืองยังเปล่งแสงราวกับไม่มีใครกำลังวางชีวิตตนเองเป็นเดิมพัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป