บทที่ 7 อาการหวง

“คนที่ทำสัญญาผูกฉันหนึ่งปีไม่ควรถามคำถามนี้นะคะ” อัคคีมองมือนั้นครู่หนึ่ง ก่อนยื่นมือมาจับเพียงสั้น ๆ

“หนึ่งล้านตามเอกสาร”

ฝ่ามือเขาอุ่นกว่าที่ควรจะเป็น และปล่อยเธอเร็วเกินกว่าการจับมือทางธุรกิจ

เช้าวันแรกในห้องนอนของมาเฟียเริ่มต้นด้วยผู้หญิงแปลกหน้าสามคน ราวแขวนชุดหรูสองราว และกล่องเครื่องประดับมากพอจะซื้อบ้านหลังเล็กได้หนึ่งหลัง

รินรดาไม่ยอมให้ใครเลือกภาพลักษณ์แทน เธอหยิบเดรสกำมะหยี่สีไวน์แดงเปิดไหล่ข้างหนึ่งขึ้นมาทาบ ชายกระโปรงยาวผ่าถึงเหนือเข่า เย้ายวนพอให้คนมอง แต่เคลื่อนไหวสะดวกพอให้วิ่งหนีหรือเตะใครสักคนได้

“คุณอัคคีเลือกชุดสีดำไว้ค่ะ” สไตลิสต์ท้วง

“บอกเขาว่าฉันไม่ใช่เงาของเขา”

เมื่อออกมาจากห้อง อัคคียืนรออยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ในสูทสีดำสนิท ข้อมือว่างเปล่าไร้นาฬิกา ของปลอมพร้อมเครื่องติดตามถูกเก็บเป็นหลักฐานแล้ว แต่รอยที่มันเคยอยู่ยังเห็นจาง ๆ บนผิว

สายตาคมกริบไล่จากใบหน้าเธอลงมาถึงปลายรองเท้า เชื่องช้าเกินกว่าจะเรียกว่าตรวจความเรียบร้อย

“ชุดนี้ไม่ได้อยู่ในสามชุดที่เลือกไว้”

“ฉันก็ไม่ได้อยู่ในรายชื่อผู้หญิงที่คุณเลือก ชีวิตมักมีเรื่องไม่คาดคิดค่ะ”

อัคคีรับกล่องกำมะหยี่จากพนักงาน ข้างในเป็นสร้อยคอมุกธรรมชาติไล่ระดับ ตัวล็อกฝังเพชรรูปหยดน้ำ

“ของจริงหรือปลอม”

รินรดาสวมถุงมือผ้าบาง หยิบแว่นขยายขึ้นส่องผิวมุกทีละเม็ด “มุกน้ำเค็มเลี้ยงจากญี่ปุ่น สีธรรมชาติ แต่มีสองเม็ดเคลือบผิวเพื่อให้เงาเท่ากัน ตัวเรือนแพลทินัมทำใหม่ เลียนแบบแบบสร้อยยุคเอ็ดเวิร์เดียน ราคาตลาดไม่เกินสี่ล้านแปด”

“สี่ล้านเจ็ด”

“คราวนี้ซื้อไม่แพงค่ะ”

“ฉันไม่ได้ซื้อ”

เขาเดินอ้อมไปด้านหลังและยกสร้อยขึ้น แต่ก่อนปลายนิ้วจะแตะลำคอ เขาหยุด

“อนุญาตไหม”

คำถามเรียบง่ายนั้นทำให้รินรดาสบตาเขาผ่านกระจก สัญญาของเธอไม่ใช่เพียงตัวหนังสือที่เขาเซ็นเพื่อให้เรื่องจบ อัคคีจำมันได้แม้ในเรื่องเล็กน้อย

“อนุญาตค่ะ”

ปลายนิ้วสากแตะผิวตรงท้ายทอยเพียงแผ่วเบา เขาเกี่ยวตะขอโดยพยายามไม่ให้สัมผัสเกินจำเป็น ทว่าความระมัดระวังกลับทำให้ทุกการแตะต้องชัดเจนขึ้น ลมหายใจอุ่นรินผ่านเหนือหัวไหล่จนเธอต้องบังคับตัวเองไม่ให้ขยับหนี

“คืนนี้เธอไม่ใช่ลูกหนี้” เขาพูดชิดข้างใบหู “เธอคือคู่ควงของฉันและที่ปรึกษาด้านวัตถุโบราณ”

“แล้วฉันต้องทำอะไรบ้าง”

“เดินข้างฉัน วางมือบนแขนฉัน และทำให้ทุกคนเชื่อว่าเราใกล้ชิดกันมากพอที่เธอจะได้ยินความลับ”

รินรดาวางปลายนิ้วบนท่อนแขนเขาตามคำสั่งกล้ามเนื้อใต้สูทเกร็งขึ้นทันที

เธอเลิกคิ้ว “คุณเป็นคนสอนเองนะคะ”

“มือเธอเย็น”

“แขนคุณต่างหากที่แข็ง”

เขาดึงแขนออกแล้วเดินนำ รินรดามองตามด้วยรอยยิ้มบาง ผู้ชายที่สั่งคนถือปืนได้โดยไม่กะพริบตา กลับต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติเพียงเพราะปลายนิ้วของเธอวางอยู่บนแขน

กาสิโนเพลิงพยัคฆ์ซ่อนตัวอยู่ใต้โรงแรมหรูริมแม่น้ำ ฉากหน้าของที่นี่คือสโมสรสำหรับนักสะสมระดับสูง ผู้สมัครสมาชิกต้องมีทรัพย์สินรับรองไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท และผ่านการตรวจสอบประวัติอย่างละเอียด

ภายในไม่มีเสียงเครื่องสล็อตหรือพรมสีฉูดฉาดอย่างกาสิโนทั่วไป มีเพียงไม้สีเข้ม ผนังกระจกนิรภัย และพนักงานซึ่งถูกฝึกให้มองเห็นทุกอย่างโดยไม่แสดงออกว่ากำลังจับตามองใคร

โถงประมูลตั้งอยู่กลางสโมสร เก้าอี้หนังถูกจัดล้อมเวทียกพื้นขนาดเล็ก ด้านหลังเวทีมีห้องตรวจสอบวัตถุสามห้องเรียงกัน หลังกระจกสีชา แต่ละห้องใช้สำหรับตรวจสินค้ามูลค่าสูงหรือเจรจาซื้อขายที่ไม่ต้องการให้บุคคลภายนอกรับรู้

ห้องเหล่านั้นมีทางเข้าออกสองทาง ประตูด้านหน้าเชื่อมกับโถงประมูล ส่วนประตูอีกด้านเปิดสู่ทางเดินของพนักงาน ตามปกติประตูทั้งสองจะควบคุมแยกจากระบบส่วนกลาง และเปิดได้เฉพาะบัตรของเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น

โลกด้านมืดของอัคคีไม่ได้สกปรกหรือโจ่งแจ้งอย่างที่รินรดาเคยจินตนาการ ผู้คนที่นี่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าราคาแพง จิบไวน์ชั้นดี และพูดจากันอย่างสุภาพ ทว่าทุกถ้อยคำกลับซ่อนคม พร้อมเชือดเฉือนอีกฝ่ายได้ทุกเมื่อ

ทันทีที่ทั้งคู่ก้าวเข้าไปในโถงประมูล บทสนทนาหลายวงก็เงียบลง ฝ่ามือของอัคคีวางอยู่ตรงเอวเธออย่างสุภาพ แต่ประกาศสถานะได้ชัดเจนกว่าคำแนะนำตัวใด ๆ

“วางมือสูงกว่านี้อีกนิดค่ะ”

รินรดากระซิบ ทั้งที่ยังส่งยิ้มให้บรรดาแขกซึ่งกำลังจับตามอง

อัคคีเลื่อนฝ่ามือขึ้นมาเหนือเอว “ตรงนี้?”

“ดีกว่าเดิมค่ะ”

“ถ้าไม่สบายใจตรงไหน บอกฉันทันที ฉันจะเอามือออก”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบาจนมีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยิน

ชายคนหนึ่งแยกตัวออกจากกลุ่มแขกแล้วเดินเข้ามาหา ในมือมีแก้วแชมเปญ

เขาคือศรัณย์ จิรภักดิ์ เจ้าของเครือข่ายโลจิสติกส์วัยสามสิบห้าปี ซึ่งมีข่าวลือว่าไม่ได้รับขนส่งเฉพาะสินค้าที่ผ่านด่านอย่างถูกต้อง

ศรัณย์หล่อสะอาดและยิ้มง่าย ต่างจากอัคคีที่เพียงยืนเฉย ๆ ก็ทำให้คนรอบข้างไม่กล้าเข้าใกล้

“ไม่คิดว่านายใหญ่จะพาคนรู้ใจมาเปิดตัว”

“รินรดา” อัคคีแนะนำสั้น ๆ “ที่ปรึกษาของฉัน”

“เฉพาะเรื่องของเก่า หรือรวมถึงเรื่องหัวใจด้วยครับ”

“หัวใจของคุณมีราคาพอให้ประเมินหรือคะ” รินรดาถามกลับ

ศรัณย์หัวเราะชอบใจ เขายื่นมือมาและกำลังจะยกหลังมือเธอขึ้นจูบ แต่อัคคีดึงเธอกลับเข้าหาตัวเสียก่อน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป