บทที่ 8 แกล้งจูบ
“ทักทายแค่พอเป็นพิธี”
“หวงหรือ”
“รักษาภาพลักษณ์”
คำแก้ตัวไม่ตรงกับแรงกระชับตรงเอวแม้แต่น้อย รินรดาปล่อยให้ศรัณย์เห็นรอยยิ้มในดวงตา เขาจะเป็นมิตรหรือศัตรูของอัคคียังไม่อาจตัดสินได้ แต่ผู้ชายคนนี้ช่างสังเกต และดูจะสนุกกับการยั่วให้นายใหญ่แสดงอารมณ์ออกมา
สินค้าเก้าชิ้นแรกผ่านการตรวจสอบไปอย่างรวดเร็ว ทั้งแจกันสังคโลก พระพุทธรูปสำริด นาฬิกาพกฝรั่งเศส และตราประทับหยกจากปลายราชวงศ์ชิง ทุกชิ้นมีเอกสารรับรองงดงามพอ ๆ กับราคาที่ถูกผลักให้สูงขึ้น
ชิ้นที่สิบเป็นตลับทองลงยารูปหงส์ เจ้าของอ้างว่าเป็นเครื่องใช้ในราชสำนักช่วงปลายราชวงศ์ชิง และเคยอยู่ในครอบครองของขุนนางผู้ตามเสด็จพระนางซูสีไทเฮา
รินรดาเห็นความผิดปกติตั้งแต่ยังไม่ได้แตะต้องมัน
“ขอเปิดได้ไหมคะ”
เจ้าของชิ้นงานยิ้มแข็ง “กลไกเก่ามาก ผมเกรงว่าจะเสียหาย”
“ถ้าเป็นของเก่าจริง กลไกควรเปิดด้วยการกดหมุดใต้ปีกหงส์ ไม่ใช่บิดตรงส่วนหัวค่ะ”
เธอสวมถุงมือก่อนกดหมุด ตลับเปิดออกอย่างง่ายดาย ภายในบุผ้าไหมสีเหลืองซึ่งผ่านการแต่งให้ดูเก่า ทว่ากลิ่นกาวสังเคราะห์ยังหลงเหลืออยู่จาง ๆ
“ตัวตลับเป็นทองเก่าจริงค่ะ อายุประมาณหนึ่งร้อยปี แต่ลายลงยาถูกซ่อมขึ้นใหม่เมื่อไม่เกินห้าปี เม็ดสีน้ำเงินมีส่วนประกอบที่เพิ่งใช้ในงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่”
“แค่ซ่อม ไม่ได้หมายความว่าเป็นของปลอม” เจ้าของแย้ง
รินรดาพลิกฐานตลับขึ้นดู “แต่ตราประทับนี้สะกดอักษรแมนจูผิดไปหนึ่งเส้น ช่างสมัยนั้นอาจแกะลายไม่งดงาม แต่ไม่มีทางเขียนพระนามผิดค่ะ”
สีหน้าของเจ้าของชิ้นงานเปลี่ยนไปทันที
อัคคีสั่งให้นำตลับเข้าไปตรวจในห้องรับรองด้านหลังเวที ภาคินพาเจ้าหน้าที่เข้ามาพร้อมเครื่องเอกซเรย์แบบเคลื่อนที่ ก่อนปิดกระจกทึบเพื่อกันสายตาจากแขกภายนอก
ภาพจากเครื่องสแกนเผยให้เห็นช่องลับใต้ผ้าไหม ภายในซ่อนแผ่นบันทึกข้อมูลเข้ารหัสขนาดเล็กไว้หลายสิบชิ้น หากข้อมูลเหล่านั้นเป็นหลักฐานการซื้อขายที่ใช้ของเก่าเป็นข้ออ้าง ตัวเลขในนั้นอาจสูงถึงหลายร้อยล้านบาท
ภาคินสั่งให้ควบคุมตัวเจ้าของตลับ ก่อนนำหลักฐานออกไปเก็บในห้องนิรภัย ประตูด้านหน้าเปิดค้างอยู่ชั่วคราวเพราะเจ้าหน้าที่กำลังขนเครื่องสแกนออก จึงเป็นจังหวะเดียวกับที่ศรัณย์เดินเข้ามาพร้อมเครื่องดื่มสองแก้ว โดยมีพนักงานหญิงเข็นรถเครื่องดื่มตามหลัง
“ขอร่วมฉลองให้ราชินีคนใหม่ของเพลิงพยัคฆ์หน่อยได้ไหมครับ”
เขาหยิบแก้วหนึ่งจากถาดแล้วยื่นให้รินรดา แต่อัคคีรับไปดื่มเสียเอง
“เธอมีแก้วของตัวเอง”
รินรดาเลิกคิ้ว “นั่นแก้วของฉันนะคะ”
“ตอนนี้เป็นของฉัน”
ศรัณย์ยกยิ้มมุมปาก คล้ายพอใจกับปฏิกิริยาของเขามากกว่าจะเสียดายเครื่องดื่ม
“ตามสบายครับนายใหญ่”
เขาหันหลังเดินกลับออกไปทางโถงประมูล พนักงานหญิงรีบเข็นรถตามไป แต่แทนที่จะออกทางประตูเดียวกับศรัณย์ หล่อนกลับเลี้ยวผ่านประตูบริการด้านหลังห้อง เมื่อสบตากับรินรดาก็รีบก้มหน้า ก่อนประตูจะปิดลงตามหลังอย่างเงียบเชียบ
รินรดามองตามด้วยความสงสัย แต่ยังไม่ทันเอ่ยถาม ประตูด้านหน้าก็เลื่อนปิดเอง
ไม่ถึงห้านาทีต่อมา มือของอัคคีซึ่งวางอยู่บนเอวเธอก็ร้อนจัด
เขายังคงยืนตรง ทว่าลมหายใจเริ่มหนักขึ้น รูม่านตาขยาย สันกรามเกร็งแน่น และมีเหงื่อบาง ๆ ซึมอยู่ตรงขมับ
“คุณเป็นอะไร”
“พาฉันออกไปจากห้องนี้”
รินรดายกมือแตะหูฟัง แต่มีเพียงเสียงซ่าแผ่วเบาตอบกลับมา อัคคีเดินไปกดแผงควบคุมข้างประตู ทว่าหน้าจอกลับไม่ตอบสนอง
ไฟหลักดับลง เหลือเพียงแสงฉุกเฉินสีแดง ตัวอักษร รหัสฟาวน์เดอร์ศูนย์หนึ่งปรากฏขึ้นบนหน้าจอชั่วครู่ ก่อนดับวูบไปพร้อมระบบทั้งหมด
อัคคีจำรหัสนั้นได้ มันคือสิทธิ์ควบคุมระดับสูงสุดซึ่งเสือใหญ่สร้างไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งองค์กร รหัสนี้สามารถสั่งปิดการสื่อสารและล็อกประตูทุกบานได้โดยไม่ต้องผ่านระบบของเขา ทั้งที่มันควรถูกยกเลิกไปนานแล้ว
การที่รหัสกลับมาปรากฏอีกครั้งหมายความว่า คนลงมือไม่ใช่บุคคลภายนอก
มันคือคนที่เข้าถึงรากขององค์กรได้
อัคคีถอยไปยึดขอบโต๊ะ
“อยู่ให้ห่างจากฉัน”
“คุณถูกวางยา”
“ฉันรู้”
เธอสบตาเขาเป็นเชิงขออนุญาต ก่อนวางปลายนิ้วลงบนข้อมือแกร่ง ชีพจรใต้ผิวเนื้อเต้นถี่และแรง ไอร้อนจากร่างสูงทำให้เธอยิ่งไม่สบายใจ
“คุณต้องให้แพทย์ตรวจเดี๋ยวนี้ค่ะ”
หางตาของรินรดาพลันเห็นแสงสีแดงเล็ก ๆ สะท้อนอยู่ใต้โคมไฟทองเหลือง กล้องของกาสิโนติดอยู่บนเพดานและมองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่เลนส์ตัวนี้เล็กเกินไป อีกทั้งยังหันตรงมายังโต๊ะกลางห้องโดยเฉพาะ
มันไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบรักษาความปลอดภัย
“มีกล้องซ่อนอยู่ เราต้องทำให้คนวางยาเชื่อว่าแผนสำเร็จก่อนค่ะ บางทีมันอาจเปิดประตูเข้ามาเก็บกล้องหรือดูผลงานของตัวเอง”
รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ก่อนรั้งต้นคอเขาลงมาเพื่อใช้ร่างกายบังมุมกล้อง
อัคคีวางมือบนโต๊ะทั้งสองข้าง ไม่ยอมแตะต้องเธอแม้ฤทธิ์ยาจะทำให้เส้นเลือดตรงลำคอปูดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สายตาของเขาเลื่อนไปยังเลนส์จิ๋วใต้โคมไฟ ศัตรูไม่ได้ต้องการเพียงทำให้เขาขาดสติอยู่กับผู้หญิงที่เพิ่งเปิดตัว แต่มันต้องการภาพซึ่งใช้ทำลายทั้งชื่อเสียงและอำนาจของเขา
ที่น่ากลัวยิ่งกว่าภาพเหล่านั้น คือคนร้ายรู้ช่องทางเข้าห้องรับรอง รู้ตำแหน่งซึ่งเหมาะสำหรับซ่อนกล้อง และยังใช้รหัสของเสือใหญ่ควบคุมระบบได้
คนทรยศไม่ได้อยู่ไกลเลย มันอาจเป็นใครสักคนที่เดินผ่านเขาอยู่ทุกวัน
รินรดาเอื้อมมือดึงผ้าม่านผืนหนาปิดทับบานกระจกจนมิด ปัดแจกันคริสตัลบนโต๊ะตกลงไปแตกกระจายบนพื้นเพื่อสร้างสถานการณ์ ก่อนจะปลดสร้อยไข่มุกเส้นสวยทิ้งไว้บนเบาะโซฟาในมุมที่เลนส์กล้องจับภาพได้ชัดเจนที่สุด เมื่อทุกอย่างพร้อม เธอจึงหมุนตัวเดินกลับไปหาชายหนุ่ม
“อย่าเข้ามา” เสียงเตือนของอัคคีแหบพร่า ร่างสูงใหญ่ถอยไปจนชิดขอบโต๊ะ สองมือหนากำขอบไม้เอาไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ฤทธิ์ยาในแก้วกำลังแผดเผาสติสัมปชัญญะและปลุกเร้าความต้องการอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของรินรดาสั่นไหวกลับไม่ใช่ไฟปรารถนาในดวงตาคู่นั้น แต่เป็นความพยายามอย่างถึงที่สุดของผู้ชายคนหนึ่ง ซึ่งกำลังต่อสู้อย่างหนักเพื่อไม่ให้ความต้องการของตัวเองมาทำร้ายเธอ
“ฉันจะจูบคุณเพื่อหลอกกล้อง”
