2.ถูกเชลย
ฉันอยากจะข่มตาให้หลับลงได้เหลือเกินในคืนนั้น...!
แต่การที่ต้องมารู้ว่าพี่ชายกำลังตกอยู่ในอันตรายที่รัสเซียเพราะธุรกิจมืดที่เขาเข้าไปพัวพัน... มันทำให้ฉันกระสับกระส่ายไปหมด
ถ้ารู้เรื่องที่เขาทำเร็วกว่านี้ ฉันคงได้ห้ามเขาไปแล้ว บอกให้เขาหยุด ให้หาทางอื่นมาเลี้ยงดูพวกเรา
ไมค์ทำงานหนักมาตลอดเพื่อให้เรามีชีวิตที่ดีเหมือนตอนที่พ่อแม่ยังอยู่ และเขาก็บอกเสมอว่าเขาทำงานและเก็บเงินอย่างหนักเพื่อการนั้น พอมาตอนนี้ที่ฉันได้ค้นพบที่มาของเงินของเรา... ถ้ารู้เร็วกว่านี้ เราคงขายบ้านแล้วย้ายไปอยู่ที่ที่เล็กและเรียบง่ายกว่านี้แล้ว
ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหรูหราสุขสบาย แค่อยากใช้ชีวิตอย่างสงบและสุจริตเท่านั้น พี่ชายของฉันเป็นคนชอบเสี่ยงมาตลอดก็จริง แต่นี่มันเกินไปแล้ว
“บ้าจริง” ฉันพึมพำอย่างนึกเสียใจ พลางขบคิดอย่างหนักเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด
ที่แย่ที่สุดคือเงินทั้งหมดที่ฉันหามาได้มันไม่พอที่จะไถ่ตัวเขา และนิโคไลอาจจะฆ่าเขาก็ได้ ฉันทนไม่ได้แน่ ดังนั้นฉันต้องคิดหาข้อตกลงกับผู้ชายคนนั้นให้ได้ หากมีสิ่งอื่นนอกจากเงินที่ทำให้เขาพอใจ
แค่คิดถึงเรื่องนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกหนาวเยือกไปถึงกระดูกสันหลังแล้ว
พอกลับไปทำงาน ฉันตัดสินใจลากิจ เผื่อว่ามีเรื่องร้ายๆ เกิดขึ้นกับฉัน ที่ทำงานจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ถึงแม้ว่าเจ้านายของฉันจะใส่ใจฉันอยู่ก็ตาม
เขาเคยพยายามจะสานสัมพันธ์กับฉัน แต่ฉันไม่คิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะเอาเรื่องส่วนตัวกับเรื่องงานมาปนกัน อีกอย่าง เขาไม่ใช่สเปกของฉันด้วย และตอนนี้ฉันคงไม่มีวันได้รู้จักรักแท้แล้ว
ใช่ ฉันเคยมีแฟนมาบ้าง แต่ก็ไม่เคยไปได้รอดสักครั้ง บางครั้งฉันก็คิดว่าตัวเองอาภัพรัก
ฉันถอนหายใจช้าๆ อยากจะรับรู้ทุกสิ่งรอบตัว ตอนนี้เป็นเวลากลางคืนแล้ว ฉันนั่งอยู่บนม้านั่งในเซ็นทรัลพาร์ก ต่อสู้กับความหนาวเย็นและกอดกระเป๋าเอกสารไว้แน่น ในนั้นมีเงินจำนวนน้อยนิดที่ฉันหามาได้วางเรียงอยู่อย่างดี
บางทีฉันควรจะโทรแจ้งตำรวจ แต่ฉันก็รู้จากหนังนับไม่ถ้วนในประเทศของฉันว่าถ้าทำแบบนั้น พี่ชายของฉันต้องตายแน่ ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังรู้สึกแปลกๆ ว่าทุกสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้มันเปล่าประโยชน์สิ้นดี
“มาร์กาเร็ต” ฉันสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงของเขาดังขึ้นจากด้านหลัง
ฉันหันกลับไปช้าๆ เพื่อเผชิญหน้ากับรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจและดวงตาเป็นประกายของเขาที่จับจ้องไปยังกระเป๋าเอกสาร ฉันลุกขึ้นจากม้านั่งแล้ววางกระเป๋าลงบนนั้น
นิโคไลย่อตัวลง เปิดกระเป๋า แล้วเริ่มนับเงิน
ฉันกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ฉันหมดหนทางแล้วจริงๆ
“นี่เธอเล่นตลกอะไรอยู่ มาร์กาเร็ต เงินในนี้มันไม่พอ...”
“ฉันรู้ค่ะ และฉันขอโทษ แต่ฉันหามาได้ไม่มากกว่านี้แล้ว...”
“งั้นฉันก็ปล่อยตัวพี่ชายเธอครึ่งหนึ่ง...” เขาพูดด้วยน้ำเสียงน่าขนลุก ทำให้ฉันตัวสั่นสะท้าน
ฉันกลืนน้ำลายอึกใหญ่
“เดี๋ยวก่อนค่ะ ได้โปรด” ฉันอ้อนวอน พลางยกมือทั้งสองข้างขึ้น “ฉันยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเป็นอิสระ เรามาทำข้อตกลงกันเถอะ... ได้โปรด ฉันขอร้องคุณ”
“ทุกอย่างเลยเหรอ” เขาพูดอย่างครุ่นคิด
“ค่ะ... ไมค์คือทุกสิ่งที่ฉันเหลืออยู่... ได้โปรดเถอะค่ะ” ฉันรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาเต็มแก่
นิโคไลมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเลียริมฝีปาก ฉันกลัวในสิ่งที่เขากำลังจะขอ
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันรู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ผู้ชายไม่สนใจ แต่เป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูดและเป็นที่ปรารถนาสำหรับพวกเขา สิ่งที่เขาไม่รู้ก็คือฉันยังบริสุทธิ์อยู่ แต่ถ้าต้องโกหกและเสี่ยงเพื่อไมค์ ฉันก็จะทำ
“มีบางอย่างที่เธอทำให้ฉันได้นะ มาร์กาเร็ต” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยตัณหา
“ฉันบอกคุณแล้วไงคะว่าฉันยอมทำทุกอย่าง” ฉันรู้สึกว่าหัวใจตัวเองห่อเหี่ยวลงราวกับลูกเกด
“เธอต้องแต่งงานกับฉัน” เขาพูดอย่างจริงจัง ทำให้ฉันถึงกับหายใจสะดุด
“อะไรนะคะ?!” ฉันอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
ร่างกายของฉันสั่นสะท้านกับความเป็นไปได้นั้น ฉันไม่ต้องการผูกมัดตัวเองกับผู้ชายอย่างเขา โดยเฉพาะเพื่อชดใช้หนี้ นี่มันข้อตกลงบ้าบออะไรกัน
“ไม่ชอบความคิดนี้หรือไง” เขาเยาะเย้ย
“ก็ฉันไม่ได้บ้านี่คะ!” ฉันระบายความรู้สึกออกไปอย่างไม่ลังเล สังเกตเห็นว่าแววตาของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย “บอกฉันทีเถอะค่ะว่านี่เป็นเรื่องล้อเล่น”
เขาดูเย็นชาและเหี้ยมโหดกว่าเดิม
“ตกลง เธอจะทำงานให้ฉันที่รัสเซียเพื่อแลกกับการปล่อยตัวไมค์” เขาพูดอย่างใจเย็น พลางประสานนิ้วมือเข้าด้วยกัน
ฉันรู้สึกโล่งใจและในขณะเดียวกันก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องอย่างประหลาด แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจมันมากนัก นี่มันบ้าไปแล้ว!
“ตกลงค่ะ” ฉันถอนหายใจ
“ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ”
นิโคไลปิดกระเป๋า คว้าแขนของฉันอย่างแรง แล้วลากฉันไปยังรถลีมูซีนสีดำที่จอดรออยู่ใกล้ๆ เราทั้งคู่ขึ้นไปบนรถ และมันก็เคลื่อนตัวออกไป
การเดินทางเต็มไปด้วยความเงียบ ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังก้าวเข้าไปสู่เรื่องยุ่งยากที่เลวร้ายยิ่งกว่าเดิม แต่ฉันไม่สนใจ ฉันทำเพื่อไมค์
ฉันกำลังคิดถึงเขา พลางมองทิวทัศน์ยามค่ำคืนอยู่นั้นเอง นิโคไลก็ดึงฉันไปนั่งบนตักของเขาแล้วเริ่มลูบไล้ที่เรียวขาของฉัน
“ผมเสียใจกับสถานการณ์นี้นะ ที่รัก” เขาแทบจะกระซิบข้างหูฉัน
ฉันตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว
“ฉันอยากจะแน่ใจว่าคุณจะรักษาข้อตกลง” ฉันพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งกล่าวหา เริ่มรู้สึกเกร็ง
“ผมเป็นคนรักษาคำพูด” เขาพูดอย่างหนักแน่น
“คุณทำข้อตกลงอะไรกับไมค์ไว้เหรอคะ” ฉันถามด้วยความกังวล
“ผมไม่แน่ใจว่าเธอจะรับไหวหรือเปล่าถ้าได้รู้...” เขาดูลังเลเป็นครั้งแรก
“ก็ลองดูสิคะ” ฉันพูด ทั้งที่หัวใจเต้นรัว
“ผมคือพ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในยุโรป” เขาทำท่าประสานนิ้วมืออีกครั้ง
ในตอนนั้น ความประหลาดใจก็เข้าครอบงำฉัน พี่ชายของฉันไปพัวพันกับเรื่องโสมมแบบนี้ได้อย่างไรกัน ฉันเริ่มจะโกรธเขาขึ้นมาแล้ว และเมื่อเจอหน้าเขาเมื่อไหร่ ฉันจะต่อว่าเขาให้หนักเลย
นิโคไลยิ้มให้ฉันแล้วปล่อยให้ฉันกลับไปนั่งห่างจากเขาตามเดิม รถหยุดลง และฉันก็รู้ตัวว่าเราอยู่ที่สนามบิน
เขาคว้าแขนฉันอีกครั้งเพื่อดึงฉันลงจากรถ และเราก็ขึ้นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เขารัดเข็มขัดนิรภัยให้ฉันราวกับไม่ไว้ใจ และเมื่อเขานั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว เราก็บินสู่รัสเซีย
