บทที่ 2 บทที่ 1

บทที่ 1

(กูกำลังจะขึ้นไป มึงกับอีนิ้งรอแป๊บดิ) เสียงเข้มกรอกเข้ามาในสาย ในขณะที่ป๋อมแป๋มวิ่งไม่คิดชีวิต

"อะ..อิฐอย่ามานะ มะ..มีคนฆ่ากันตายที่ดาดฟ้า อย่ามานะบอกนิ้งด้วย"   ร่างบางเตือนเพื่อนเสียงสั่น ในขณะที่เท้าทั้งสองข้างยังไม่หยุดวิ่ง

(บ้า! ใครมันจะมาทำเรื่องแบบนั้นในที่สาธารณะแบบนี้วะ แป๋มมึงเมาป่ะเนี่ย) อิฐเอ่ยถามอย่างไม่เชื่อที่เพื่อนบอก

"ไม่ได้เมา ฉันเห็นจริงๆนะ ตอนนี้ออกไปจากที่นี่ก่อน" ไม่รอให้คนปลายสายได้ตอบกลับ นิ้วเรียวยาวก็กดวางสายไปทันที หญิงสาวรีบวิ่งไปที่ลิฟต์ด้วยความรีบร้อนพลางหันไปมองทางข้างหลัง ดวงตากลมโตสั่นระริก

ติ้ง!

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกเธอก็แทรกตัวเข้าไป แล้วรีบกดปิดประตูลิฟต์ ทันทีที่ประตูลิฟต์ปิดสนิท ร่างบางก็ทรุดนั่งลงพลางหอบหายใจแรง ริมฝีปากสั่นระริกจากความหวาดระแวง เธอไม่แน่ใจว่าผู้ชายคนนั้นเห็นหน้าเธอไหม เพราะตรงที่เธอซ่อนตัวอยู่นั้นมืดพอสมควร

"..." ป๋อมแป๋มกัดเล็บของตัวเองด้วยความกังวลใจ แต่เมื่อเสียงเตือนประตูลิฟต์เปิดดังขึ้นเธอก็หลุดออกจากภวังค์ แล้วสาวเท้าวิ่งออกไป

"นิ้ง! นิ้งอยู่ไหนช่วยแป๋มด้วย มะ..มีคนฆ่ากันที่ดาดฟ้า" เธอต่อสายไปหาคะนิ้ง กรอกเสียงลนลานพลางวิ่งไปที่ห้องพักเพื่อเอากระเป๋าและชุด

(คนฆ่ากัน? แกบ้าเหรอเนี่ย..เดี๋ยวฉันขึ้นไปหาที่ดาดฟ้า ไม่ต้องโกหกให้ฉันรีบขึ้นไปหาหรอก รอแป๊บนะเดี๋ยวนิ้งไป) คะนิ้งตอบกลับเสียงเรียบ ไม่เชื่อที่ป๋อมแป๋มบอก แล้วเธอก็วางสายไป

"พวกแกทำไมไม่ยอมฟังฉันเลย อย่าขึ้นไปบนดาดฟ้านะขอร้อง" เธอยกมือกุมขมับอย่างคิดไม่ตก หากเพื่อนทั้งสองทะเล่อทะล่าเข้าไปเห็นเหตุการณ์รุนแรงเหมือนที่เธอเจอมา มันคงไม่จบแน่ๆ

"..." ร่างบางทรุดตัวนั่งลงอย่างคิดไม่ตก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายไปหาตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าภัยกำลังมาเยือน

ปึก!

"อึก!"

ฟุบ!

ร่างบางสลบล้มฟุบลงไปเมื่อถูกสันมือหนากระแทกลงตรงท้ายทอยอย่างแรง แล้วถูกแบกขึ้นบนบ่าแกร่ง ในขณะที่โทรศัพท์มือถือต่อสายไปหาตำรวจ และทางปลายสายรับแล้วเรียบร้อย แต่เมื่อไม่มีใครพูดสายก็ถูกตัดไปอัตโนมัติ

ครืด~ ครืด~

'อิฐ'

ดวงตาคมเหลือบมองโทรศัพท์มือถือที่สั่นสะเทือนอยู่ในมือ แล้วจึงกดรับสายและเปิดลำโพง

(ไหนคนฆ่ากันตาย มึงโกหกเพื่อให้กูรีบขึ้นมาเนี่ยนะ แล้วมึงอยู่ไหนเนี่ย) อิฐกรอกเสียงถามคนปลายสายด้วยความหงุดหงิด

"..."

(อีแป๋ม ตายห่าไปแล้วเหรอฮะ! อีนิ้งมาพอดีเลย แล้วมึงอยู่ไหนเนี่ย) เขาเอ่ยถามเพื่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ

"..."

(เอ้าอีนี่!) อิฐตัดสายไปเมื่อไม่มีเสียงตอบกลับจากเพื่อนรัก ใบหน้าเย็นชาเหลือบมองคนบนบ่าเพียงนิด แล้วจึงพาเธอออกไปโดยไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติด้วยซ้ำ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา

แปะๆ

ฝ่ามือหนาหยาบกร้านฟาดลงบนแก้มนวลไม่แรงนัก ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว แต่ทันทีที่สมองเริ่มประมวลผลเธอก็กรีดร้องออกไปด้วยความกลัวสุดขีด

"กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!!!" ร่างบางกรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ที่กำลังเล็งปืนมาที่เธอ

"..." มาเฟียหนุ่มถอนหายใจเบาๆ ในขณะที่สายตาคมกริบถูกบดบังด้วยกรอบแว่นดำจ้องมองร่างบอบบางของคนที่นั่งกรีดร้องอยู่บนเตียง เสียงแหลมๆของเธอสร้างความรำคาญให้เขาไม่น้อย

"พวกคุณมันไม่ใช่คน ฆ่าคนเหมือนผักปลา" ป๋อมแป๋มพ่นคำด่าทั้งที่ไม่เคยคิดจะพูดแบบนั้นกับใครมาก่อน แต่ดูเหมือนคำที่เธอว่าให้เขาไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มสะทกสะท้านอะไร

"แล้วรู้ได้ยังไงว่าคนที่ฉันฆ่า มันไม่สมควรตาย?" น้ำเสียงเยือกเย็นของมาเฟียใหญ่เอ่ยขึ้น ทำให้ร่างบางต้องลืมตาขึ้นมาจ้องมองชายหนุ่มเจ้าของคำพูด แววตาสะท้อนออกมามีแต่ความเกลียดชัง

"ยังไงเขาก็เป็นคน พวกคุณมีสิทธิ์อะไรไปทำลายชีวิตคนอื่นคะ"

"หึ!" ชายหนุ่มหลุดเสียงหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน เขายกแขนขึ้นมาวางพาดยาวกับพนักโซฟา ยกขาขึ้นมาไขว่ห้าง และหยิบบุหรี่มาจุดสูบอย่างใจเย็น ท่าทางน่าเกรงขาม ดูเยือกเย็นเหมือนการกระทำของเขาเมื่อชั่วโมงก่อน

ครืด~ ครืด~

โทรศัพท์มือถือของป๋อมแป๋มแผดเสียงร้องดัง เรียกความสนใจจากร่างบาง ขณะที่มาเฟียหนุ่มพ่นควันบุหรี่ออกจากปาก

"..." หญิงมองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ปลายเตียงสลับกับมองหน้า         ชายหนุ่มอย่างชั่งใจ เพียงไม่กี่วินาทีเธอก็ตัดสินใจเอื้อมมือไปหมายจะหยิบโทรศัพท์มือถือมารับสาย แต่ก็ช้ากว่าชายชุดดำอีกคนที่คว้าโทรศัพท์ไป          ต่อหน้าต่อตาเธอ พร้อมกับกดรับสายและเปิดลำโพง

(อีแป๋ม! มึงอยู่ไหนเนี่ย หรือมึงถูกฆ่าปิดปากไปแล้วจริงๆเหมือนที่มึงบอกว่ามีคนฆ่ากันตาย) อิฐกรอกเสียงมาโดยไม่รู้ตัวเลยว่าคำพูดของตัวเองกำลังทำให้เพื่อนเดือดร้อน ป๋อมแป๋มกัดปากแน่น หัวใจดวงน้อยคล้ายจะหลุดออกมาเต้นนอกเบ้าเมื่อชายหนุ่มถอดแว่นตาออกช้าๆ

"อึก!" ริมฝีปากสั่นระริก เนื้อตัวสั่นเทา ร่างกายขยับหนีอัตโนมัติเมื่อรู้ว่าไม่ปลอดภัย

(เอ้า! แอบหนีกลับบ้านก่อนก็ไม่บอก งั้นแค่นี้นะเดี๋ยวพรุ่งนี้กูไปหาที่ห้อง) อิฐตัดสายไปทันทีที่พูดจบประโยคนั้น แม้ป๋อมแป๋มอยากขอความช่วยเหลือจากอิฐ แต่มันคงไม่ทันแล้ว

"ใครรู้เรื่องอีก?" มาเฟียหนุ่มขยับปากถามเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบราวโรจน์ตวัดมองหญิงสาว

"มะ..ไม่มี!"

"หึหึ.." เขาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วชักปืนออกมาเล็งไปที่ใบหน้าจิ้มลิ้มของคนตัวเล็ก ร่างกายเธอแข็งทื่อไม่สามารถขยับไปไหนตามสัญชาตญาณเมื่อถูกปืนเล็งใบหน้า "กล้าโกหกแบบนั้น เธอก็กล้าที่จะให้ฉันฝังกระสุนใส่สมองด้วยใช่ไหม?"

"...ยะ..อย่าทำอะไรฉะ..ฉันเลยนะคะ ฉะ..ฉันสัญญาจะไม่พูดเรื่องที่เห็น แล้วจะลืมทุกอย่างดะ..ได้โปรด" ความกลัวทำให้เธอพูดไม่เป็นคำ พร้อมขยับตัวถอยหลังไปจนหลังชนกับหัวเตียง ในขณะที่มือเรียวยกขึ้นมาผสานกัน อ้อนวอนชายหนุ่ม

มาเฟียหนุ่มมองท่าทางน่าสมเพชด้วยใบหน้าเย็นชา เขาเห็นใบหน้าของเธอขัดเจน แต่ถึงไม่เห็นเธอก็ไม่มีทางหลุดพ้นไปจากเงื้อมมือเขาได้

"อ้อนวอนเหรอ? น่าสมเพชจริงๆ" เขาส่ายหน้าน้อยๆ มองเธอด้วยสายตาสมเพช ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปืนสีดำทมิฬในมือกดลงตรงกลางหน้าผากของหญิงสาวด้วยสีหน้าดุดัน

"อื้อ!!"

"ฉันเกลียดพวกสอดรู้สอดเห็น มันเหมือนเห็บหมัดที่กำจัดไม่หมดสิ้นสักที!"

"อึก..ฮือ~ ขะ..ขอร้องนะคะ ยะ..อย่าทำอะไรแป๋มเลย คุณอยากได้อะไรแป๋มให้ได้หมด ตะ..แต่อย่าทำอะไรแป๋มเลยนะคะ" ดูเหมือนคำขอเธอจะได้ผลเมื่อมาเฟียหนุ่มยอมลดปืนลง เขาเอียงคอมองเธอราวกับกำลังใช้ความคิด

"แน่ใจเหรอว่าจะให้ฉันได้ทุกอย่าง"

"คะ..คุณต้องการอะไรล่ะ รถ บ้าน เงินสดแป๋มให้ได้ ตะ..แต่อย่าทำอะไรแป๋ม ไว้ชีวิตแป๋มเถอะ"

เขาหันปลายกระบอกปืนเข้าหาขมับตัวเอง ใช้มันเขี่ยๆขมับเบาๆ ไม่ได้มีความรู้สึกกลัวว่าปืนอาจจะลั่นใส่ แต่กลับยกยิ้มมุมปากอยากเยือกเย็น มาเฟียหนุ่มผายมือพร้อมกับยกยิ้ม

"บ้าน? รถ? เงินสด? ฉันมีทุกอย่าง"

"..."

"แต่สิ่งที่ฉันยากได้จากเธอ...คือคำขอของเธอไง!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป