บทที่ 6 บทที่ 5

บทที่ 5

"ฮือ~...กะ..แกจะต้องเสียใจสักวันกับการกระทำของแกในวันนี้ ไอ้สารเลว!"

"สารเลว? ฉันชอบดีนะ..สำหรับเธอคงคิดว่ามันเหมาะกับฉัน?" มือหนายกขึ้นมาปลดเข็มขัดให้หญิงสาว

"..."

"แต่ขอโทษด้วยนะ...แค่นี้ยังไม่เรียกเลว" มาเฟียหนุ่มก้าวลงไปจากเตียงนอน เขาปลดอาภรณ์ออกต่อหน้าหญิงสาว หยิบผ้าเช็ดตัวพาดบ่าเดินเข้าห้องน้ำไปหน้าตาเฉย ในขณะที่ป๋อมแป๋มนอนหอบหายใจโรยรินอยู่บนเตียง

"ฉันเกลียดแก!" เธอตะโกนด่าทอเขาด้วยความเคียดแค้น แต่น้ำตาก็ยังไม่หยุดไหล ร่างกายร้าวระบมราวกับจะขาดออกเป็นสองท่อน ความเจ็บแสบตรงใจกลางความเป็นสาวที่ถูกชายหนุ่มทารุณอย่างหนัก มันตอกย้ำว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความจริง ไม่ใช่ความฝัน

"ฉันไม่ยอมตายอยู่ที่นี่แน่!" ป๋อมแป๋มค่อยๆดันตัวลุกขึ้น ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างกายเปลือยเปล่าไว้แล้วจึงก้าวลงจากเตียงนอน น้ำตาก็พลันไหลเมื่อหันไปเห็นเลือดสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอน ยิ่งตอกย้ำให้รู้สึกเจ็บและสมเพชตัวเอง

"..." เธอหันไปคว้าแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้ แล้วค่อยๆก้าวไปยืนหลบอยู่ข้างประตูห้องน้ำ หัวใจดวงน้อยเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง จดจ่ออยู่กับ        สิ่งเดียว

แกร๊ก~

เท้าเปลือยเปล่าก้าวออกมาจากห้องน้ำ หางตาเหลือบไปเห็นที่นอนที่ว่างเปล่า ก่อนที่มุมปากจะยกยิ้มร้ายกาจ

ผัวะ!

เคล้ง!!

แจกันเซรามิกสีขาวฟาดใส่ต้นแขนของชายหนุ่มจนมันแตกเป็นเสี่ยงๆ เกิดบาดแผลไม่ใหญ่นักแต่ก็ทำให้เลือดสีแดงสดไหลออกมามากมาย ป๋อมแป๋มหายใจแรงเมื่อเขาตวัดสายตาดุดันมอง ก่อนจะถูกลากแขนออกมาจากตรงนั้น

"โอ๊ย!!!! อะ..ไอ้สารเลว!" ร่างบางถูกเหวี่ยงขึ้นมาบนเตียงอย่างแรง        เบิร์ดตามขึ้นไปคร่อมร่างบางไว้ มือหนาบีบลำคอระหงไว้อย่างแรง ทำให้เลือดที่ไหลออกมาเปรอะเปื้อนลำคอหญิงสาว

"ทำไม!" เขาตะเบ็งเสียงดังลั่น ดวงตาแดงก่ำราวโรจน์เหมือนกับมีไฟกำลังลุกโชนอยู่ในนั้น ป๋อมแป๋มกระอักกระอ่วนฟาดฝ่ามือลงบนท่อนแขนแกร่ง ริมฝีปากสั่นระริกเริ่มขาดอากาศหายใจ เธอหลับตาแน่นและเป็นจังหวะเดียวกับที่เลือดหยดลงบนแก้มนวล

"อึก!..อึก~" ร่างกายเริ่มกระตุกเกร็งภาพตรงหน้าเริ่มเลือนลาง แต่เมื่อเห็นแบบนั้นเบิร์ดจึงยอมปล่อยมือออกจากพันธนาการแล้วก้าวลงจากเตียง ทันทีที่ได้รับอิสระป๋อมแป๋มก็รีบโกยอากาศเข้าปอด เธอสำลักจนหน้าดำหน้าแดง

"ฉันเกลียดแก!"

"หึ!" มาเฟียหนุ่มแสยะยิ้มเยือกเย็น ก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากห้อง

"อึก...ฮือ~ ฉันจะทำให้แกรู้สึกแบบฉันสักวัน!" เธอปาดน้ำตาและเลือดชายหนุ่มออกจากพวงแก้ม ก่อนจะพยุงร่างกายบอบช้ำเดินเข้าห้องน้ำไป มือเรียวบางทุบตีรอยช้ำที่ชายหนุ่มสร้างไว้บนร่างกายด้วยความรังเกียจ ผิวขาวถูกขัดถูจนเป็นผื่นแดงเต็มตัว แต่ถึงเธอจะชำระร่างกายสะอาดเพียงไหนก็ไม่อาจชำระล้างตราบาปที่ชายหนุ่มสร้างขึ้นบนเรือนร่างเธอได้

หลายนาทีที่ป๋อมแป๋มจมอยู่กับห้วงอารมณ์ ความรู้สึกจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ก่อนที่เธอจะรวบรวมสติแล้วพยุงร่างกายบอบช้ำออกไปจากห้องพัก เปิดประตูห้องออกมาก็เจอกับลูกน้องของเบิร์ด

"นายสั่งเอาไว้ว่าให้ผมไปส่งคุณครับ" กวินเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นมาสบตากับหญิงสาว ในขณะที่คนตัวเล็กกัดปากแน่น นึกสมเพชตัวเองและอับอายที่ชายหนุ่มคนตรงหน้าเห็นเรือนร่างเธอหมด เพราะฝีมือของคนสารเลวอย่างเบิร์ด มือเรียวกำหมัดแน่นจนสั่นเทา

"เชิญด้านนี้ครับ" กวินผายมือไปทางลิฟต์และเดินนำหญิงสาวไปก่อน ป๋อมแป๋มแค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพชตัวเอง มันจะต่างอะไรกับผู้หญิงขายตัว เมื่อเสร็จธุระแล้วก็ต้องกลับ เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มแดงก่ำ แล้วพยุงร่างกายที่อ่อนล้าเดินตามกวินไป

"อย่าผูกใจเจ็บกับสิ่งที่เกิดขึ้นนะครับ เพราะมันไม่มีอะไรดีขึ้น นอกจากคุณจะเจ็บมากกว่าเดิม" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นในขณะที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนตัวลงไปยังชั้นแรก

"คุณไม่ใช่ฉัน..คุณไม่รู้หรอกว่าฉันเจ็บปวดแค่ไหน"

"ครับ" เขาตอบเพียงสั้นๆ ไม่ได้หันไปมองหญิงสาวที่ยืนพิงผนังลิฟต์อยู่ข้างหลัง เพราะเธออาจจะไม่ต้องการให้ใครเห็นตอนนี้

"..." เท้าเรียวหยุดชะงักเมื่อจู่ๆกวินก็หยุดเดิน แล้วถอดเสื้อสูทสีดำราคาแพงมาคลุมไหล่ให้เธอ เขาไม่แม้จะมองหรือสบตากับเธอด้วยซ้ำ น้ำตาอุ่นๆไหลกลิ้งลงอาบพวงแก้มนวลกับการกระทำของชายหนุ่ม เธอค่อยๆก้าวเข้าไปในรถยุโรปหรูที่จอดรออยู่ตรงหน้า

คอนโดมิเนียมหรู

"ส่งฉันแค่นี้พอ" ป๋อมแป๋มปาดน้ำตาออกจากแก้ม หลบซ่อนแววตาเศร้าหมอง เธอพับเสื้อสูทไว้บนเบาะแล้วก้าวลงจากรถ กวินก้มหน้าเล็กน้อย แต่ก่อนที่เธอจะเดินออกไปเขาก็ยื่นบางสิ่งบางอย่างให้เธอ

"..." ป๋อมแป๋มรับซองสีน้ำตาลมาด้วยความงุนงง แต่จะเอ่ยถามกวินอีกทีเขาก็ขับรถออกไปเสียแล้ว ร่างบางถอนหายใจเฮือกใจ หอบร่างกายอ่อนล้าขึ้นไปบนห้อง

โฮ่ง! โฮ่งๆ

ทันทีที่แทรกตัวเข้ามาในห้อง หมาน้อยตัวสีขาวก็ส่งเสียงเห่าผู้เป็นเจ้านายและวิ่งมาเลียแข้งเลียขาด้วยความดีใจที่เจ้านายกลับมา

"แกคงหิวมากสินะเต้าหู้ ฉันขอโทษที่ปล่อยให้แกอยู่ห้องคนเดียวนะ" ป๋อมแป๋มอุ้มลูกหมาตัวน้อยขึ้นมากอดแนบอก น้ำตาก็พลันไหล หมาน้อยในอ้อมแขนราวกับรู้เรื่องเมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นนายไหลออกมา เต้าหู้ซบหน้าลงกับลำคอของเจ้านาย ส่งเสียงร้องในลำคอ

"เดี๋ยวฉันจะให้อาหารแก รอหน่อยนะ" หญิงสาวเดินโซเซไปที่ห้องครัว เปิดตู้แล้วหยิบอาหารเม็ดมาเทใส่ชามข้าวให้เต้าหู้

"กินให้อิ่มนะ แกคงรอฉันทั้งคืนสินะหมาน้อย.." เธอปาดน้ำตาแล้วหยัดกายลุกขึ้นยืน เดินกลับไปที่โซฟา หยิบซองกระดาษสีน้ำตาลขึ้นมา ล้วงมือลงไปหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมา ของข้างในคือโทรศัพท์มือถือของเธอ และเงินสดราวสองแสนบาท

"ไอ้สารเลว! แกเห็นฉันเป็นอะไร..." ป๋อมแป๋มโยนเงินไว้บนโซฟาด้วยความรังเกียจ แต่ก็ไม่ได้เปิดโทรศัพท์มือถือดูว่ามีอะไร จนกระทั่งมีคนโทรมา

(แป๋ม! มึงเป็นยังไงบ้าง กูขอโทษที่ช่วยอะไรมึงไม่ได้ กูขอโทษ..) ทันทีที่ป๋อมแป๋มกดรับอิฐก็กรอกเสียงสั่นกลับมา

"แกมาหาฉันหน่อยได้ไหม..ขอร้อง ฉันอยู่คนเดียวไม่ได้ อึก..ฮือ~"

(กูจะรีบไปตอนนี้เลย มึงรอกูแป๊บเดียวนะแป๋ม รอกู) คนปลายสายวางสายไปทันทีที่พูดจบ ร่างบางทรุดตัวนั่งลงข้างโซฟา แขนเรียวเล็กกอดตัวเองไว้แน่น ปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง เต้าหู้ที่เพิ่งกินอาหารอิ่ม ได้ยินเสียงเจ้านายร้องไห้มันก็รีบวิ่งมา เลียแขนป๋อมแป๋มราวกับกำลังปลอบเจ้านาย

"เจ้าหมาน้อย...แกยังรู้จักรักเจ้าของ ชีวิตแกดีกว่าคนบางคนอีก" เธอเงยหน้าเปียกปอนด้วยน้ำตาขึ้นมามองเต้าหู้ มือเรียวสั่นเทาลูบหัวหมาน้อยเบาๆ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นมานั่งลงบนโซฟารออิฐ

"อีแป๋ม!/แป๋ม!" อิฐและคะนิ้งเรียกชื่อเพื่อนรักเสียงตื่น เมื่อเห็นสภาพของป๋อมแป๋ม คะนิ้งรีบปรี่เข้าไปกอดเพื่อนไว้แน่น มือเรียวลูบไล้แผ่นหลังเธอเบาๆ ปลอบประโลมให้รู้สึกดีขึ้น และเธอจะไม่ถามอะไรเพราะรู้ว่าเพื่อนเจออะไรมา

"พวกกูขอโทษนะที่ปล่อยให้มึงเจอเรื่องเลวร้ายคนเดียว"

"อึก..ฮือ~ มัน..มันย่ำยีฉัน ไอ้สารเลวนั่นมันทำร้ายฉัน" ทั้งสองมองใบหน้าเปื้อนน้ำตาด้วยความสงสารจับใจ ในขณะที่ป๋อมแป๋มสะอื้นไห้จนตัวโยน

"เลว!" อิฐกำหมัดแน่นจนแขนสั่นเทาเมื่อรู้ว่าเบิร์ดทำอะไรกับป๋อมแป๋ม ในขณะที่คะนิ้งกอดเพื่อนแน่นหวังใช้อ้อมกอดช่วยให้เธอรู้สึกอบอุ่นและรู้สึกปลอดภัย

"คนเลวทรามอย่างมันไม่มีวันตายดีแน่" ชายหนุ่มเค้นเสียงลอดไรฟันอย่างเดือดดาล

"แล้วแกจะเอาไงต่อ ไปเรียนเมืองนอกไหม?"

"ทำแบบนั้นไม่ได้ พ่อกับแม่ฉันไม่ให้ไปหรอก"

"แล้วถ้ามันไม่ยอมจบล่ะ?" คะนิ้งเอ่ยถามเสียงสั่น ทำให้อิฐและป๋อมแป๋มหันมองเธอเป็นตาเดียว หญิงสาวปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มลวกๆ "ถ้าไอ้เวรนั่นมันไม่ยอมจบ แกจะทำยังไง"

"ฉัน...ฉันไม่รู้" ป๋อมแป๋มส่ายหน้าพัลวัน สมองเธอคิดวกวนไปมาอยู่กับเรื่องเดียว จนไม่รู้ว่าถ้าเกิดเบิร์ดไม่ยอมจบจะทำยังไง

"กูแนะนำเลยนะ ถ้าเอาจริงๆก็พอมีทางบ้าง" อิฐดีดนิ้วเมื่อคิดอะไรออก คะนิ้งเอียงหน้ามองเพื่อนรักอย่างรอฟังความคิดของอิฐ "คือตอนนี้อีแป๋มก็เสียบริสุทธิ์ให้มันแล้ว กูว่ามันไม่ยอมจบแค่นี้หรอก"

"นี่แกจะให้เพื่อนยอมให้มันปู้ยี่ปู้ยำอีกเหรอไอ้อิฐ ไอ้เลว!"

"เดี๋ยวๆ ฟังก่อนไหม" อิฐยกมือห้ามเมื่อคะนิ้งทำท่าจะว่าให้เขาอีก "กูเห็นมานักต่อนักแล้วคนเลวๆแบบนี้ สุดท้ายแม่งตายน้ำตื้นกันหมดแหละ ส่วนมึงอีแป๋ม มึงก็ใช้ความใสซื่อให้เป็นประโยชน์สิ เชื่อกู มึงอาจจะได้แก้แค้นมันในไม่ช้า" อิฐแสยะยิ้มมุมปากกับความคิดของตัวเอง

"ถ้าแกจะพูดเข้าข้างผู้ชายเลวๆแบบมันก็กลับไป แกไม่เข้าใจความรู้สึกฉันตอนนี้หรอกอิฐ" ป๋อมแป๋มหยัดกายลุกขึ้นแล้วหันหลังเดินเข้าห้องนอนไปทันที

"..." หญิงสาวล้มตัวนอนลงบนเตียงนอนด้วยความเจ็บปวด แต่ในขณะนั้นโทรศัพท์มือถือก็แผดเสียงร้องดัง ทำให้เธอที่ตั้งท่าจะร้องไห้ต้องลุกขึ้นมารับสาย

"สวัสดีค่ะ"

(....)

"ใคร!"

(หึ..จำผัวตัวเองไม่ได้เหรอ)

"กะ..แก! ไอ้ชั่ว!"

(ทักทายผัวด้วยคำหวานๆรื่นหูดีจัง)

"แกโทรมาหาฉันทำไม เราจบกันแล้วนิ"

(จบเหรอ จบที่ฉันได้ปลดปล่อย หรือจบที่เธอได้เป็นนางบำเรอฉัน)

"ไอ้ชั่ว!"

(อย่าลืมสิ เธอตกลงรับข้อเสนอฉันเอง อย่าทำเป็นไขสือไปหน่อย)

"..." ป๋อมแป๋มกัดปากแน่น เธอจำได้ว่าเป็นคนตอบตกลงเองว่ารับข้อเสนอแต่ตอนนั้นเธอยังไม่รู้ว่าข้อเสนอที่ว่ามีอะไร "โมฆะ! แกทำร้ายฉันทั้งยังทำเรื่องระยำกับฉัน เราสองคนไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก!"

(งั้นเหรอ)

"..."!

(เธอไม่ชอบที่จะเป็นนางบำเรอของฉัน?...)

"..."

(รู้ไหมสิ่งที่ฉันเกลียดมากที่สุดคืออะไร) คนปลายสายเอ่ยถาม ในขณะที่ป๋อมแป๋มกัดปากแน่น เนื้อตัวสั่นเทา

"..."

(ฉันเกลียดคนที่กลับคำพูดของตัวเอง และเกลียดคนทรยศ!)

บทก่อนหน้า
บทถัดไป