บทที่ 9 แน่ใจหรือว่ารับได้

ฉันตื่นขึ้นมาอย่างกระปรี้กระเปร่าในยามเช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดชื่น เพราะเมื่อคืนอาบเซรั่มรกมนุษย์ไปหลายแกลลอน ส่วนคุณบอมบ์ถึงกับขนาดต้องโด๊ปไข่ดิบรวดเดียวสี่ฟอง เพื่อเป็นการทดแทนโปรตีนในร่างกายที่สูญเสียให้ฉันมาซะเกือบหมดตัว!

“วันนี้คุณพัชอยากไปเที่ยวไหนเป็นพิเศษรึปล่าวครับ?”

“พัชอยากไปทำบุญที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่พัชเคยอยู่น่ะค่ะ”

ไม่รู้เป็นเพราะอะไรฉันถึงรู้สึกอยากกลับไปเยี่ยมเยือนที่นั่นนักก็ไม่รู้... ทั้งที่ในแต่ละปีก็แทบจะไปที่นั่นแบบนับครั้งได้ เพราะชีวิตฉันตรากตรำทำแต่งาน เพื่อจะหาเงินมาใช้จ่ายและไขว่คว้าสิ่งที่ตนขาดในช่วงวัยเด็ก

“ไอเดียดีมากครับ! ผมอยากไปเห็นสถานที่ซึ่งผู้หญิงที่ผมรักเติบโตขึ้นมาจากที่นั่นเหมือนกัน!”

“คุณบอมบ์แน่ใจเหรอคะว่าจะรับสภาพความจริงได้?”

“ผมรับคุณพัชได้ทุกอย่างครับ”

คำตอบของคุณบอมบ์ช่างเหมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงหัวใจของฉัน แม้ภาพลักษณ์อันสวยงามที่ทำให้เขาหลงใหลอยู่ขณะนี้คือภาพลวงตาดีๆ นี้เอง แต่ฉันก็อดปลาบปลื้มไม่ได้

“ถ้าอย่างนั้นเราไปอาบน้ำแต่งตัวกันเถอะค่ะ ต้องรีบไปซื้อของใช้จำเป็นให้เด็กๆ เดี๋ยวจะสายเสียก่อน!”

ประมาณเกือบ 11โมงเช้า ฉันกับคุณบอมบ์ก็เดินทางมาถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เราหอบหิ้วของใช้จำเป็นของเด็กอ่อน นมผง และขนมสำหรับเด็กๆทุกวัย มากมายพะรุงพะรังมาด้วยใจอิ่มบุญ หวังจะมาทำประโยชน์แก่ส่วนรวมเต็มที่

และก็ไม่ผิดหวังเพราะของที่ฉันเลือกซื้อมาล้วนแต่ขาดแคลน จึงทำให้คนรับผิดชอบงานด้านนี้ดีใจนักหนา เวลาล่วงเลยเกือบจะเที่ยง เราสองคนถูกเชิญไปถ่ายรูปพร้อมๆ กับแขกท่านอื่นซึ่งมาทำบุญเหมือนกัน

“อ้าว! นั่นพี่บอมบ์นี่คะคุณป้า!”

เสียงหวานใสเรียกขานชื่อคุณบอมบ์ทำให้เราสองคนหันไปทางต้นเสียงพร้อมๆ กันโดยอัตโนมัติ บรรดาคุณหญิงคุณนายและผู้ติดตามกำลังเดินขบวนเข้ามาถ่ายรูปพร้อมกับเรา และหลายคนในนั้นล้วนแต่เป็นคนรู้จักของคุณบอมบ์

มันคงไม่ใช่เหตุบังเอิญสินะ! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตชัดๆ

“สวัสดีค่ะคุณอมรา”

ฉันยกมือไหว้คุณแม่ของคุณบอมบ์ตามมารยาทในฐานะลูกจ้าง ส่วนฐานะคู่หมั้นหรือฐานะคนรักคุณบอมบ์นั้นพับเก็บไปได้เลย! เพราะดูจากสถานการณ์แล้ว สีหน้าคุณอมราไม่ได้แสดงให้เห็นว่ายินดีสักนิด ที่ได้มาเจอฉันกับคุณบอมบ์มาทำบุญด้วยกันสองต่อสองแบบนี้ ภาพเหตุการณ์ทุกอย่างก็ฟ้องให้เห็นว่าเราไม่ได้อยู่ในฐานะเพื่อนกัน

“สวัสดีจ๊ะ... บอมบ์มาช้านะ แม่กับน้องแพรวมาถึงตั้งนานจนจะกลับแล้ว! แต่ยังไงก็ขอบใจนะจ๊ะพัชราภาที่ช่วยพานายบอมบ์มาทำบุญ”

ฉันสังเกตดูสีหน้างงๆ ของคุณบอมบ์ก็พอจะเข้าใจทุกอย่าง ว่าคุณอมราไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ว่าเราคบหากัน ถึงได้แถไปน้ำขุ่นๆ แบบนั้น

“แพรวดีใจจังเลยค่ะที่พี่บอมบ์ก็มา ถึงจะมาช้ายังดีกว่าไม่มานะคะคุณป้า!”

สาวสวยชื่อแพรวรีบเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับคุณบอมบ์ทันที เหมือนกับกลัวการใกล้ชิดกันของเรา ฉันแอบคิดค่อนขอดในใจว่า ‘หล่อนยังช้าไปนะยะ! เพราะฉันกับเขาเราไปถึงสวรรค์กันมาแล้ว!’

“ผมไม่รู้ว่าคุณแม่กับน้องแพรวจะมาที่นี่เหมือนกัน ที่มานี่เพราะผมกับพัชอยากทำบุญร่วมกันน่ะครับ”

คุณบอมบ์ปล่อยให้ยัยคุณแพรวเกาะแขนล่ำๆ ตามสบายไม่ได้ขืนขัด แต่คำพูดคำจากลับเฉือดเฉือนเหมือนการเข่นฆ่านางและคุณอมราแบบไม่ไว้หน้ากันเอาเสียเลย

“แม่เป็นคนบอกพัชราภาไว้เองแหละจ๊ะ! มาถ่ายรูปพร้อมกันเถอะจะได้รีบกลับ เดี๋ยวจะเที่ยงแล้ว เด็กๆจะได้ไปทานกลางวัน!”

คุณอมราตัดบทสนทนาเพราะผู้คนโดยรอบชักจะให้ความสนใจเรื่องของพวกเรามากเกินความจำเป็น

ฉันโดนกีดกันออกมาจากคุณบอมบ์โดยสองสาวต่างวัย ที่ยืนขนาบข้างเขาไว้ราวเป็นบอดี้การ์ด ในที่สุดก็มาถึงจุดนี้จนได้สินะ! เรื่องน้ำเน่าของว่าที่แม่ผัวกับว่าที่ลูกสะใภ้!

“จะเที่ยงแล้วเราไปทานอาหารทะเลกันดีไหมคะพี่บอมบ์? แพรวรู้จักเรสเทอรองต์ที่ทำอาหารทะเลอร่อยๆแถวนี้ดีค่ะ!”

ฉันมองสบตาคุณบอมบ์ที่ออกอาการกระอักกระอ่วนยามคุณแพรวรบเร้าต่อหน้าคุณอมราและผู้คนจำนวนมากที่กำลังจับตามอง รับรู้ได้จากสีหน้าของเขาว่าไม่อยากไป แต่ถ้าจะหาเหตุผลอะไรปลีกตัวออกมากันดีล่ะ?

“พัชอยากทานอาหารทะเลไหมครับ?”

โยนมาทางนี้จนได้นะคุณบอมบ์ ฉันหรี่ตานิดๆ เป็นการคาดโทษพ่อตัวดี พยายามรวบรวมสมาธิไตร่ตรองว่าควรจะรับมือกับเหตุการณ์นี้ยังไง แต่ก็สายเกินกว่าว่าที่คุณแม่ผัวอย่างคุณอมรา ที่ชอบใช้อำนาจบังคับ(เหมือนลูกชายไม่มีผิด) ทุกคนโดยการตัดสินใจแทน

“ไปทานด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ ดีแล้วล่ะจ๊ะ! ป้าอยากเลี้ยงตอบแทนพัชราภาที่เขาอุตส่าห์พานายบอมบ์มาทำบุญพร้อมกับเรา”

คุณอมราพูดเสียงอ่อนหวานกับคุณแพรวและคุณบอมบ์จบปุ๊บ ก็หันมาทางฉันละทีนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป