บทที่ 1 คืนแต่งงานกับคนแปลกหน้า

อินทร์รดีรู้สึกว่าตัวเองต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ

เธอพาพงศ์ภัทรมาที่โรงแรม ทันทีที่ก้าวพ้นประตู เธอก็ดันร่างเขาไปติดผนัง เขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วประทับจูบลงไปทันที

ทักษะการจูบของอินทร์รดีนั้นช่างไร้เดียงสา อาศัยเพียงความพลุ่งพล่านในใจโดยไร้ซึ่งเทคนิคใดๆ จนเผลอกัดเขาเข้าให้ ชายหนุ่มสูดปากร้อง "ซี๊ด" เบาๆ อินทร์รดีกำลังจะเอ่ยปากขอโทษ แต่พออ้าปาก พงศ์ภัทรก็ฉวยโอกาสเป็นฝ่ายรุกกลับ ลุกล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอ ลิ้นของทั้งสองเกี่ยวพันกันจนเกิดเสียงอันน่าอาย

อินทร์รดีรู้สึกเหมือนสมองขาดออกซิเจน จนแทบจะยืนไม่อยู่ สองแขนจึงโอบรอบเอวสอบของพงศ์ภัทรไปโดยสัญชาตญาณ

ตอนที่โตษิณนอกใจ เขาก็คงทำแบบนี้กับผู้หญิงคนนั้นสินะ! อินทร์รดีอดคิดไม่ได้ เธออยากรู้นักว่าเรื่องพรรค์นี้ มันสำคัญสำหรับผู้ชายขนาดนั้นเชียวหรือ?

เมื่อรับรู้ได้ว่าเธอกำลังเหม่อลอย พงศ์ภัทรจึงงับใบหูของอินทร์รดีเบาๆ ขบเม้มหยอกเย้าพร้อมเป่าลมร้อนรดใบหู ความรู้สึกซาบซ่านแล่นพล่านไปทั่วร่างของอินทร์รดีราวกับถูกไฟช็อต จนเธอเผลอครางออกมา เรี่ยวแรงที่มีเหมือนถูกสูบออกไป จนต้องเกาะเกี่ยวร่างของพงศ์ภัทรเอาไว้แน่น

พงศ์ภัทรค่อยๆ ปลดเปลื้องอาภรณ์ของอินทร์รดีออกอย่างเชื่องช้า จนเหลือเพียงชุดชั้นใน แต่พงศ์ภัทรกลับแกะตะขอไม่ออกเสียที

เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูอินทร์รดีด้วยน้ำเสียงเว้าวอนว่า "อินทร์รดี ช่วยผมหน่อยได้ไหม? ผมจัดการเจ้านี่ไม่ได้..."

เมื่ออินทร์รดีตระหนักได้ว่าพงศ์ภัทรให้เธอทำอะไร สติสัมปชัญญะก็เริ่มกลับคืนมา และพบว่าร่างกายของตนเปลือยเปล่าไม่เหลือสิ่งปกปิดแม้แต่ชิ้นเดียว

อินทร์รดีผลักพงศ์ภัทรออกทันที แล้วคว้าชุดคลุมนอนมาสวมลวกๆ

"ขอโทษค่ะ ฉันผิดไปแล้ว..." เธอก้มหน้างุด ไม่รู้ว่าเขาจะถือสาการกระทำที่อาจหาญก่อนหน้านี้ของเธอหรือไม่ เธอเกลียดตัวเองเหลือเกิน เป็นเพราะเธอไม่ยอมมอบกายให้โตษิณ เขาถึงได้นอกใจ แต่ตอนนี้ เธอกลับกำลังจะมอบกายให้กับผู้ชายที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันเพียงครั้งเดียว...

พงศ์ภัทรมองอินทร์รดีด้วยสายตาที่ร้อนแรง เห็นเธอทำท่าเหมือนกระต่ายตื่นตูม ก้มหน้ากัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกผิด เขาอดไม่ได้ที่จะเข้าไปดึงเธอเข้ามากอด จูบลงบนกระหม่อมอย่างอ่อนโยนแล้วพูดว่า "อินทร์รดี คุณไม่ผิดหรอก การรักนวลสงวนตัวก่อนแต่งงานเป็นสิ่งที่ลูกผู้หญิงที่ดีพึงกระทำ แต่ตอนนี้เราจดทะเบียนกันแล้ว เป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของคนเป็นผัวเมียกันนะ"

นั่นสิ! ในเมื่อโตษิณยังไปหาความสุขใส่ตัวได้ แล้วทำไมเธอที่จดทะเบียนสมรสแล้วจะทำบ้างไม่ได้! อินทร์รดีคิดในใจ

เธอโอบรอบคอของพงศ์ภัทร แล้วเอนกายลงบนเตียง

อาศัยแสงสลัวจากโคมไฟหัวเตียง ในที่สุดเธอก็ได้เห็นหน้าค่าตาของสามีหมาดๆ ชัดเจนเสียที

เขาคร่อมอยู่เหนือร่างเธอ กล้ามเนื้อแขนดูแน่นตึงเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง ผมเผ้าด้านหน้ายุ่งเหยิง นัยน์ตาคู่นั้นดูเย็นชาดุจหมาป่าเดียวดายในยามวิกาล แต่บัดนี้กลับเจือไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ต่างออกไป สันจมูกโด่งเป็นสันตรง

อินทร์รดีจำได้ว่าเพื่อนสนิทอย่างเขมจิราเคยบอกไว้ว่า ผู้ชายจมูกโด่งมักจะมี 'ความเป็นชาย' ที่สมบูรณ์แบบ ทันใดนั้นเธอก็สัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากสิ่งแปลกปลอมขนาดมหึมาที่ดุนดันอยู่ตรงต้นขาด้านใน ใบหน้าของเธอแดงซ่านขึ้นมาทันที พลางด่าตัวเองในใจว่ายัยลามก แล้วรีบหลับตาปี๋ ไม่กล้าสบตาผู้ชายที่อยู่ด้านบนอีก

พงศ์ภัทรมองภรรยาตัวน้อยใต้ร่าง เดี๋ยวก็จ้องเขาตาแป๋ว เดี๋ยวก็แอบยิ้ม เดี๋ยวก็หน้าแดงเขินอายหลับตาหนี เขาอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ "อินทร์รดี คุณพอใจในหน้าตาของผมไหม?"

เขาใช้มือข้างหนึ่งช่วยทัดผมที่ระอยู่บนหมอนให้เธอ น้ำเสียงแฝงไปด้วยความอดกลั้น

"พะ... พอใจค่ะ..." อินทร์รดีตอบทั้งที่ยังหลับตา มือขยุ้มผ้าปูที่นอนแน่น พูดจบก็แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี นึกโมโหปากตัวเองที่ไวกว่าความคิด

"งั้น... เรามาสานต่อขั้นตอนต่อไปกันได้ไหม..." เมื่อสัมผัสได้ว่าร่างบางเกร็งเครียด พงศ์ภัทรเริ่มนึกเสียใจที่รุกเร็วเกินไปจนทำให้ภรรยาตัวน้อยตื่นกลัว เขาทำท่าจะพลิกตัวลงนอน ตั้งใจจะให้เวลาเธอได้ค่อยๆ ยอมรับเขา

แต่ในหัวของอินทร์รดีกลับผุดคำพูดของโตษิณขึ้นมาอย่างไม่ถูกจังหวะ 'อินทร์รดีน่ะเหรอ ได้แต่ดูแต่กินไม่ได้ ก็เหมือนแจกันสวยๆ ที่เย็นชานั่นแหละ! เทียบกับที่รักไม่ได้เลย ทั้งนุ่ม ทั้งอุ่น...'

'โตษิณ จริงๆ แล้วฉันก็ทำได้เหมือนกัน เพียงแต่... ทำไมคุณถึงรอไม่ได้?'

เมื่อคิดได้ดังนั้น อินทร์รดีก็ตัดสินใจแน่วแน่ราวกับผู้กล้าที่ยอมพลีชีพ สองแขนเรียวเสลาโอบรัดรอบลำคอแกร่งของพงศ์ภัทร

เมื่อเห็นภรรยาตัวน้อยจู่ๆ ก็เป็นฝ่ายรุก พงศ์ภัทรพยายามเรียกสติอันน้อยนิดที่เหลืออยู่กลับมา ถามด้วยเสียงแหบพร่าว่า "อินทร์รดี คุณเอาจริงเหรอ? ถ้าเริ่มแล้ว... มันคือตลอดชีวิตนะ"

อินทร์รดีซบหน้าลงกับไหล่ของพงศ์ภัทร แล้วกัดเบาๆ เป็นการกระทำที่ยืนยันแทนคำพูดว่า... เธอเอาจริง

ความยับยั้งชั่งใจของพงศ์ภัทรพังทลายลง เขาโอบกอดอินทร์รดี มือข้างหนึ่งสอดเข้าไปในสาบเสื้อคลุม ลูบไล้ไปถึงแผ่นหลัง เมื่อรู้สึกว่าเธอเกร็ง เขาจึงผ่อนจังหวะลง ใช้ปลายนิ้ววาดวนแผ่วเบาบริเวณบั้นเอวเพื่อปลุกเร้า

ผ่านไปครู่ใหญ่ ร่างกายของอินทร์รดีก็ค่อยๆ อ่อนระทวย เสื้อผ้าหลุดร่วงลงไปกองอยู่ที่ปลายสะโพกมน

ความเย็นวาบที่ปะทะผิวทำให้เธอสะดุ้งเฮือก เมื่อรู้ตัวว่าท่อนบนเปลือยเปล่า ก็รีบยกแขนขึ้นมาปิดหน้าอกโดยอัตโนมัติ

พงศ์ภัทรรวบข้อมือทั้งสองของเธอขึ้นไปกดไว้เหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว "อินทร์รดี สายไปเสียแล้ว คุณเป็นคนยั่วผมก่อนนะ" พงศ์ภัทรโน้มตัวลงมากระซิบข้างหู เสียงแหบพร่าแฝงความเว้าวอนอย่างน่าสงสาร "อินทร์รดี คุณจะใจร้ายแบบนี้ไม่ได้นะ มายั่วให้อยากแล้วจะไม่รับผิดชอบให้ถึงที่สุดไม่ได้..."

เสียงกระซิบของพงศ์ภัทรเปรียบเสมือนขนนกที่ปัดผ่านขั้วหัวใจ ทำเอาเธอรุ่มร้อนไปทั้งตัว ริมฝีปากร้อนผ่าวประทับจูบไปทั่วเรือนร่างราวกับจุดไฟเผาผิว

อินทร์รดีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายอ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ

"อินทร์รดี ผมจะเข้าไปแล้วนะ" พงศ์ภัทรกระซิบ

ผิวเนื้อแนบชิด ทั้งสองร่างกายเกี่ยวประสาน พงศ์ภัทรโน้มตัวลงส่งแรงขับเคลื่อน

เจ็บ! แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่อินทร์รดีก็อดร้องออกมาไม่ได้ น้ำตาไหลพรากอย่างสุดกลั้น พร้อมเสียงสะอื้นไห้

พงศ์ภัทรสัมผัสได้ถึงเยื่อบางๆ ที่ขวางกั้น หัวใจกระตุกวูบด้วยความตกใจระคนดีใจ ความรู้สึกอ่อนโยนท่วมท้นหัวใจ

"เด็กดี... เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้วนะ" เขาจูบซับน้ำตาให้อินทร์รดี เอ่ยปลอบประโลมด้วยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า

ความเจ็บปวดเจือปนมากับความซาบซ่าน อินทร์รดีทำตัวไม่ถูก ได้แต่กัดริมฝีปากซุกซนของเขาไว้แน่น ราวกับจะช่วยบรรเทาความเจ็บ

ในที่สุดความเสียวซ่านก็เข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด อินทร์รดีเริ่มคล้อยตามจังหวะของพงศ์ภัทร รู้สึกเหมือนเลือดในกายสูบฉีดอย่างรุนแรง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ในท้องน้อยเหมือนมีดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ แผ่ความร้อนขยายตัวออก จนรู้สึกเหมือนร่างจะลอยละลิ่ว...

ในขณะที่อินทร์รดีรู้สึกเหมือนสติจะหลุดลอย เหลือเพียงสัญชาตญาณทางกาย สายธารอุ่นวาบก็ถูกฉีดรดเข้ามาในกาย ทั้งสองร่างเกร็งกระตุกและทิ้งตัวลงนอนแผ่หราบนเตียงอย่างหมดแรง

อินทร์รดีรู้สึกเหมือนคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นน้ำมาสูดอากาศ หอบหายใจถี่กระชั้น ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรง พงศ์ภัทรกอดเธอไว้แน่น ทั้งสองนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายแนบชิดสนิทกันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นประสานกัน

"ไปล้างตัวหน่อยไหม?" ผ่านไปครู่ใหญ่ พงศ์ภัทรลุกขึ้นนั่งแล้วถามอินทร์รดี "ล้างตัวหน่อยจะได้สบายตัว แล้วค่อยกลับมานอนพัก"

พูดจบ ไม่รอให้อินทร์รดีตอบรับ เขาก็ช้อนตัวเธออุ้มพาไปที่ห้องน้ำ แสงไฟสว่างจ้าในห้องน้ำทำให้อินทร์รดีทำตัวไม่ถูก เธอไม่กล้าพอที่จะอาบน้ำร่วมกับพงศ์ภัทรอย่างเปิดเผย แต่หลังจากผ่านเรื่องราวลึกซึ้งเมื่อครู่ ถ้ามัวแต่เขินอายหลบเลี่ยงก็ดูจะดัดจริตเกินไป จึงปล่อยเลยตามเลยให้พงศ์ภัทรจัดการ

โชคดีที่พงศ์ภัทรเห็นใจว่านี่เป็นครั้งแรกของอินทร์รดี จึงใช้ความยับยั้งชั่งใจเฮือกสุดท้ายช่วยทำความสะอาดให้เธอจนเรียบร้อย แล้วอุ้มกลับมาที่เตียง

พงศ์ภัทรนอนหงาย ให้ศีรษะของอินทร์รดีหนุนอยู่บนอกข้างซ้าย ท่อนล่างแนบชิด ขาเกี่ยวประสานกัน

อินทร์รดีเพิ่งเคยนอนร่วมเตียงกับผู้ชายเป็นครั้งแรก จึงขยับตัวหวังจะหลุดพ้นจากพันธนาการของพงศ์ภัทร

แต่ชายหนุ่มรู้ทัน มือขวาค่อยๆ เอื้อมมาโอบไหล่ ลูบหลังเธอเบาๆ ราวกับกำลังกล่อมแมวน้อย อินทร์รดีลืมความบ้าคลั่งและความขัดเขินเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น สงบลงอย่างสิ้นเชิง ยอมรับสัมผัสอันอ่อนโยนที่ลูบไล้จากต้นคอลงมาที่แผ่นหลังอย่างว่าง่ายดุจลูกแมว แล้วผล็อยหลับไปในที่สุด

จนกระทั่งเสียงเคาะประตู ปัง ปัง ปัง ดังขึ้นปลุกให้เธอตื่น

บทถัดไป