บทที่ 6 แฟนเก่าชอบหึง หึงอร่อย
ระหว่างทานมื้อเที่ยง ในที่สุดอินทร์รดีก็ได้เจอหน้าพงศ์ภัทรเสียที
พอคิดถึงเรื่องที่เขายกโทษให้ไพลินเร็วขนาดนั้น แถมยังปล่อยให้ไพลินมาอวดความหวานต่อหน้าเธออีก ในใจก็เลยรู้สึกขุ่นเคืองอัดอั้นตันใจ
เธอใช้ตะเกียบจิ้มข้าวในชามอย่างแรง อดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำเบาๆ ว่า
"ไอ้คนคลั่งรัก จอมเสียเปรียบ ไม่มีความหนักแน่นเอาซะเลย"
พงศ์ภัทรใช้ตะเกียบกลางคีบซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานชิ้นหนึ่งมาวางในชามของเธอ
พอเห็นท่าทางแก้มป่องเพราะความโกรธของเธอ ก็อดขำไม่ได้
"ลองชิมดูสิ วันนี้ซี่โครงหมูอร่อยนะ"
พงศ์ภัทรคีบให้ตัวเองชิ้นหนึ่ง แล้วค่อยๆ เคี้ยวอย่างละเมียดละไม
เห็นเขายิ้มแย้มแจ่มใส อินทร์รดีก็คิดในใจว่า นี่สินะพลังแห่งความรัก!
ดูสิอารมณ์ดีเชียว!
ในเมื่ออารมณ์ดีก็น่าจะคุยง่าย เธอจึงรวบรวมความกล้าพูดออกไปว่า
"คุณพงศ์ภัทรคะ ในเมื่อคุณยกโทษให้คุณไพลินแล้ว งั้นเราไปหย่ากันเถอะค่ะ"
พงศ์ภัทรเงยหน้ามองเธอ สีหน้าเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงทันที
"อินทร์รดี เธอไม่เห็นความสำคัญของการแต่งงาน หรือไม่เห็นหัวฉันกันแน่? คนที่รีบจะแต่งก็คือเธอ คนที่รีบจะหย่าก็คือเธอ เธอปั่นหัวฉันเล่นเหรอ?"
อินทร์รดีโดนพงศ์ภัทรตะคอกใส่ก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ จมูกเริ่มแสบ น้ำตาก็พาลไหลออกมา เธอพูดด้วยความโมโหว่า
"ไม่หย่าแล้วจะให้ฉันทนดูพวกคุณสวีทกันทุกวันเหรอ? ในเมื่อคืนดีกันแล้ว ฉันก็ขอถอยออกมาดีกว่า ทำไมต้องดึงฉันไปอยู่ตรงกลางด้วย เห็นฉันรังแกง่ายนักเหรอ?"
พรืด... พอเห็นท่าทางเสียใจของอินทร์รดี พงศ์ภัทรก็หลุดขำออกมา ในใจเขารู้สึกโล่งอกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ที่แท้ ภรรยาตัวน้อยของเขาก็กำลังหึงนี่เอง พงศ์ภัทรเดินเข้าไปหาอินทร์รดี
"อินทร์รดีได้กลิ่นอะไรไหม แถวนี้กลิ่นน้ำส้มสายชูเปรี้ยวจี๊ดเลยนะ!"
"เปล่าซะหน่อย!"
อินทร์รดีถูกจับได้คาหนังคาเขา ก็ฟุบหน้าลงกับโต๊ะร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ยอมมองหน้าพงศ์ภัทร
พงศ์ภัทรดึงอินทร์รดีให้มานั่งข้างๆ หยิบทิชชู่เช็ดน้ำตาให้เธอ คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายให้ฟัง
"มันไม่ใช่เรื่องยกโทษหรือไม่ยกโทษหรอก เธอช่วยฉันไว้ เพื่อรักษาสัญญา ฉันเลยเซ็นสัญญาให้เธอเข้าสังกัด... บริษัทเพื่อนฉัน ส่วนบ้านกับรถ เป็นสวัสดิการพื้นฐานของศิลปินในค่าย การแนะนำผู้กำกับให้ ก็คือการมอบโอกาส ส่วนเงินหนึ่งล้านนั่น เป็นเงินส่วนตัวที่ฉันให้เธอ ในฐานะ..."
พงศ์ภัทรชั่งใจนิดนึงแล้วพูดต่อ
"ค่าตอบแทนน้ำใจ"
"ค่าตอบแทนน้ำใจ? ไม่ใช่ค่าเลิกราเหรอ?" อินทร์รดีไม่เข้าใจ
"ไม่ใช่ค่าเลิกรา แต่ขอบคุณที่เธอพาเธอมาหาฉัน ขอบคุณที่ทำให้เธอตาสว่างเห็นธาตุแท้ของโตษิณต่างหาก"
พงศ์ภัทรอธิบาย
อินทร์รดีพึมพำว่า "มิน่าล่ะคุณถึงไม่ยอมหย่า จ่ายไปเยอะขนาดนั้น ก็ต้องถอนทุนคืนจากฉันสินะ!"
พงศ์ภัทรแหย่เธอ พูดทีเล่นทีจริงว่า
"แค่นี้จิ๊บจ๊อยน่า... ฉันจ่ายเพื่อเธอไปตั้งเยอะ ต้องถอนทุนคืนจากตัวเธอให้คุ้ม ห้ามพูดเรื่องหย่าอีก เข้าใจไหม?"
"ตราบใดที่คุณไม่ไปอวดความหวานกับไพลินอีก ฉันก็จะไม่พูด"
พงศ์ภัทรพอใจมากกับอาการหวงก้างของอินทร์รดี เขาหอมแก้มเธอไปฟอดหนึ่ง แล้วพูดว่า
"รายนั้นเขาเป็นนักแสดง อย่าไปถือสาคำพูดเขาเลย"
อินทร์รดีค้อนขวับใส่เขา เขาจึงรีบกลับคำทันที "ฉันจะไม่ให้โอกาสเธอมาโชว์สวีทอีกแน่นอน"
————————————————————————————————
อารมณ์ของพงศ์ภัทรดีเป็นพิเศษ หลังมื้อเที่ยง เขาพาอินทร์รดีเดินชมบ้านของพวกเขา
หลังจากเดินดูชั้นล่างอย่างลวกๆ เขาก็พาเธอขึ้นไปชั้นสอง อินทร์รดีอยากจะออกไปเดินเล่นในสวน
"อินทร์รดี วันหลังยังมีโอกาสอีกเยอะ ตอนนี้ฉันจะพาไปดูห้องนอนของเราก่อน"
พูดจบ เขาก็พาอินทร์รดีไปยังห้องแต่งตัวที่เธอเข้ามาหาเสื้อผ้าเมื่อเช้า บอกเธอว่านั่นคือเสื้อผ้าที่เตรียมไว้ให้เธอทั้งหมด
อินทร์รดีประหลาดใจ
"ของฉันเหรอ?"
"ก็ใช่น่ะสิ!" พอเห็นท่าทางไม่อยากจะเชื่อของอินทร์รดี พงศ์ภัทรก็แทบจะลมจับ
อินทร์รดีพลิกดูเสื้อผ้าข้างใน ไพลินตัวสูงและอวบอั๋นกว่าเธอ เสื้อผ้าพวกนี้ดูไม่น่าจะใส่ได้ ดูจากไซส์แล้ว มันเป็นของเธอจริงๆ
"ฉันนึกว่าเป็นของแฟนเก่าคุณซะอีก!" อินทร์รดีพูด
พงศ์ภัทรโมโหเธออีกรอบ ยัยเด็กคนนี้ เข้าใจผิดเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้วเนี่ย!
เขาก้าวประชิดตัวอินทร์รดี เชยคางเธอขึ้น บังคับให้เธอเงยหน้ามองเขา แล้วพูดลอดไรฟันว่า
"อินทร์รดี เธอมีหัวใจบ้างไหม!"
พูดจบ เขาก็ประกบปากจูบเธออย่างรุนแรง ขบเม้มริมฝีปากเธออย่างเอาแต่ใจเพื่อลงโทษ อินทร์รดีเจ็บจนเผลอครางออกมาเบาๆ...
พงศ์ภัทรฉวยโอกาสตอนที่ริมฝีปากเล็กเผยอออก สอดลิ้นร้อนเข้าไปอย่างช่ำชอง การพัวพันของเรียวลิ้นและไฟราคะที่คุกรุ่นระหว่างสองเรา ค่อยๆ กลืนกินสติสัมปชัญญะจนหมดสิ้น
"อินทร์รดี ฉันดีใจนะ ที่เธอเป็นของฉัน" พงศ์ภัทรกระซิบข้างหูเธอ แทบอยากจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัว
อินทร์รดีถูกพงศ์ภัทรจูบจนลมหายใจติดขัด
ประสาทสัมผัสทุกส่วนในร่างกายถูกปลุกเร้าจนขีดสุด
ปาก จมูก หู หรือแม้แต่ทุกเซลล์ในร่างกาย
ต่างรับรู้ถึงลมหายใจของพงศ์ภัทรได้อย่างชัดเจน
ทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม ทำให้เธอหลงใหล
เธอรู้สึกเหมือนบางสิ่งบางอย่างได้หลุดลอยออกจากร่าง
เช่นความเขินอาย การยับยั้งชั่งใจ ความสุขุมเยือกเย็น ที่เคยเป็นของอินทร์รดี
เหลือเพียงแค่สัญชาตญาณของความเป็นหญิง
ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นทั่วสรรพางค์กาย
เพื่อตอบสนองสัมผัสจากเขา
พงศ์ภัทรรู้สึกได้ว่าแม่กวางน้อยในอ้อมกอดไม่เหมือนกับครั้งแรกของพวกเขา
ถ้าหากตอนนั้นเขาเป็นเหมือนแม่ทัพผู้พิชิตศึก
และอินทร์รดีคือเชลยสงครามของเขา
สิ่งที่เขาได้รับคือความสุขจากการเป็นผู้พิชิต
แต่ครั้งนี้
อินทร์รดีคือเพื่อนร่วมทาง
พวกเขาออกเดินทางไปด้วยกัน
ข้ามผ่านทะเลทรายอันกว้างใหญ่ไพศาล อดทนต่อความยากลำบากนานัปการ
จนกระทั่งถึงโอเอซิสในตำนานที่ใฝ่ฝันมานานแสนนาน
พวกเขาสำรวจทุกตารางนิ้วของโอเอซิสด้วยความอยากรู้อยากเห็น ต้นไม้ทุกต้น ดอกไม้ทุกดอก และลิ้มรสผลไม้ทุกผล...
อินทร์รดีหลับตาลง ความรู้สึกในร่างกายขยายตัวอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
มือและริมฝีปากของพงศ์ภัทร เปรียบเสมือนกำลังบรรเลงบทเพลง
ดีดสีตีเป่าไปบนเรือนร่างของเธอ เดี๋ยวหนัก เดี๋ยวเบา
เธอเพิ่งค้นพบว่าในร่างกายของตัวเองซ่อนความลับไว้มากมายขนาดนี้
สามารถบ้าคลั่ง เร่าร้อน ลืมตัว และเอาแต่ใจได้
เธอหลับตาพริ้ม
ตั้งใจสัมผัสกระแสความรู้สึกที่พลุ่งพล่านอยู่ภายใน
เหมือนมีแมลงตัวเล็กๆ ไต่ไปตามผิวหนัง กัดกินเนื้อของเธอ ไหลเวียนไปตามกระแสเลือด ลึกเข้าไปถึงกระดูกดำ
เธอรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่า กำแพงบางอย่างในใจได้พังทลายลง เสียงครางหวานหูหลุดรอดออกมา
เล็บของเธอจิกแน่นลงบนแผ่นหลังกำยำของชายหนุ่ม
เหมือนเป็นการเรียกร้อง และเหมือนเป็นการเชื้อเชิญ
"ไปที่เตียงกันนะ?" พงศ์ภัทรขบเม้มติ่งหูของอินทร์รดีเบาๆ เสียงแหบพร่า
อินทร์รดีซบหน้าลงกับไหล่ของเขา ไม่ได้พูดอะไร
แต่มือซนๆ กลับบีบเอวสอบของเขาเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
พงศ์ภัทรรู้สึกเหมือนโดนมนต์สะกด
ความยับยั้งชั่งใจที่เคยภูมิใจนักหนามลายหายไปสิ้น
ความปรารถนาที่จะครอบครองเธอพุ่งสูงจนควบคุมไม่อยู่
เขาอุ้มอินทร์รดีขึ้นทันที แล้วตรงไปยังห้องนอน
เสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยถูกปลดเปลื้องออกจนหมด
ร่างกายเปลือยเปล่าแนบชิดกัน
อินทร์รดีกอดพงศ์ภัทรไว้แน่น เรียวขาเกี่ยวรัดรอบเอวสอบของเขา
ซึมซับสัมผัสและการจูบของเขาอย่างตะกละตะกลาม
ราวกับลูกสัตว์ตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลก
เสียงครวญครางดังระงมไม่ขาดสาย
พงศ์ภัทรรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะระเบิด
ความอดทนของเขามาถึงขีดสุด เขาจูบคนในอ้อมกอดอย่างดุดัน
ทั้งคู่ล้มตัวลงบนเตียง
เขายืดตัวขึ้น แล้วโถมกายเข้าหาอย่างหนักหน่วง พร้อมกับเสียงกรีดร้องยาวนานของอินทร์รดี
ทั้งสองจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งตัณหาราคะของกันและกัน
ไม่นานนัก บนเตียงกว้าง ก็อบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความรักอันเร่าร้อน
——————————————————————
อินทร์รดีไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน
ตื่นมาอีกที เพราะเสียงโทรศัพท์ดังปลุก
เธอรับสายด้วยความงัวเงีย แต่สีหน้าของอินทร์รดีก็แย่ลงเรื่อยๆ
จนกระทั่งวางสาย เธอก็ดูเหมือนดอกไม้ที่ขาดน้ำ
เหี่ยวเฉาลงทันตาเห็น
