บทที่ 12 นางเป็นแค่สินค้าที่ใครจะซื้อนางก็ขาย
หงซิ่วเห็นเซียวจ้านเป่ยก็อยากเยาะเย้ยที่เขายังยากจนแต่นางกลับมั่งมีจึงเดินไปหากล่าววาจาเยาะเย้ย เหลียงเถี่ยต้านที่กำลังรอคุณชายจากเมืองหลวง เห็นอดีตสามีของอนุผู้เร่าร้อนก็รอดูเรื่องสนุก
"นึกว่าใคร ที่แท้ก็นายพรานเซียว ไม่เจอเกือบปีเจ้าสบายดีหรือ นังเด็กนั่นล่ะอยู่ดีหรือว่าตายแล้ว"
เซียวจ้านเป่ยหันมาตามเสียง ก่อนจะเดินหนีหงซิ่วยังคงเดินตาม คังหยุนยืนมองดู ส่วนเหลียงเถี่ยต้านเองก็ไม่รู้ว่าเขาคือใคร
"นี่เซียวจ้านเป่ย ข้าว่านะอีกกี่ปีเจ้าก็ยากจนอยู่อย่างนี้แหละได้ข่าวว่าเมียโดดน้ำตายหรือเหอะ น่าสงสาร เอาเช่นนี้ดีหรือไม่สามีข้ากำลังหาทาสไปทำเหมืองที่ทางใต้ เจ้าสนใจขายตัวหรือไม่เล่า"
เซียวจ้านเป่ยหันกลับมาก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ได้ข่าวว่าชู้รักของเจ้าก็เอาเจ้าไปเร่ขายให้ขุนนางผลัดกันขี่มิใช่หรือ อีกหน่อยเจ้าราคาตกก็คงขายต่อให้คนงานที่เหมืองรุมกันขี่แทน เหตุใดข้าดีใจนักที่สตรีแพศยาอย่างเจ้าหลุดพ้นเสียได้ นี่หงซิ่วภรรยาข้าน่ะนะนางเป็นสตรีที่งามยิ่งนัก เจ้าอย่าเอ่ยถึงนางเลยเจ้าไร้ค่าไม่คู่ควรหรอก ทำเมียข้ามัวหมองเปล่าๆ"
เซียวจ้านเป่ยจากไปแล้วหงซิ่วกรี๊ดเสียงดัง จนเหลียงเถี่ยต้านต้องมาลากนางไปเขาเป็นมือปราบแต่อยู่อีกอำเภอ ไม่สามารถใช้อำนาจที่นี่ได้ ทุกอย่างอยู่ในสายตาคังหยุน เขาให้คนไปสืบประวัติมือปราบกับอนุคนนี้แล้วกลับมารายงาน
เซียวจ้านเป่ยซื้อของตามรายการที่เมียสั่งครบทุกอย่าง เอ่อต้องหาซื้อผ้าห่ม ผ้านวมหนาๆปูเตียงสักหน่อย นางให้ซื้อข้าวเหนียวทำไมเยอะแยะนักนะ เขาแวะร้านผ้า ได้ยินมาว่านางตัดเย็บเสื้อผ้าเป็น ซื้อผ้าไปฝากนางสักหน่อยดีกว่า
"เอ่อท่านลุง ท่านมาซื้อผ้าหรือเจ้าคะ"
คนงานหญิงในร้านขายผ้ากลัวใบหน้าของเขาจึงเอ่ยตะกุกตะกัก ท่านลุงเขาดูแก่ขนาดนั้นเชียวหรือไง มิน่ายายเด็กบ้านั่นถึงเอาแต่เรียกเขาตาแก่ๆอยู่ได้ เจียวเหนียงเดินออกมาพอดี ทักทายเขาอย่างเป็นกันเอง
"ท่านลุงท่านนี้ ท่านจะซื้อผ้าไปฝากภรรยา หรือบุตรสาวกันเจ้าคะ หรือจะเป็นชุดสำเร็จร้านข้าก็มี"
เซียวจ้านเป่ยอยากจะบ้าตาย อืมพาไอ้หน้าอ่อนนั่นขึ้นเขาล่าสัตว์กลับมาก่อนจะโกนหนวดโกนเคราสักที ยายเด็กบ้านั่นคำก็ตาแก่สองคำก็ตาเฒ่า คอยดูเถอะตาเฒ่าอย่างข้าจะทำให้เจ้าขาอ่อนครางแต่ชื่อข้าสักวันแม่ตัวดี
"เอ่อ เถ้าแก่เนี๊ยข้าอยากได้ชุดสตรี สามชุดขนาดเท่านี้ กับชุดเด็กผู้หญิงสี่ขวบสามชุดขอรับ ขอผ้าห่มสี่ผืน ผ้านวมสี่ผืน แล้วก็ผ้าฝ้ายเนื้อดีท่านมีกี่ข้าเอาหมดสีละสองพับ ผ้าฝ้ายสีขาวห้าพับ ผ้าไหมเนื้อตีห้าพับ รองเท้าสตรีสามคู่ของเด็กสามคู แค่นี้แหละขอรับ"
คังหยุนที่เดินตามมาถึงกับหยุดฟัง ซื้ออะไรเยอะแยะ หรือเข้าไม่เคยมีเงิน พอได้สี่ร้อยตำลึงที่ได้จากเขาเอามาซื้อของขนาดนี้ หงซิ่วที่หันมาเห็นคังหยุนก็ถึงกับตะลึง เขารูปงามมากนัก หงซิ่วใจเต้นจนหวั่นไหวอยากนอนทอดกายให้บุรุษตรงหน้าเหลือเกินต่อให้เปลืองตัวเปล่าๆนางก็ยอม
แต่เขาไม่ได้มองนางสักนิดกลับไปทักทายเซียวจ้านเป่ย หงซิ่วยิ่งรังเกียจเซียวจ้านเป่ยนัก นางถูกแม่เลี้ยงขายให้เซียวหลงปู่ของเขาห้าสิบตำลึง เซียวจ้านเป่ยอัปลักษณ์ หนวดเครารุงรังหน้าตาสกปรก อีกทั้งถูกปู่ของเซียวจ้านเป่ยวางยา นางกับเขามีสัมพันธ์กันแค่ครั้งเดียวในคืนนั้น นางก็ทนไม่ได้แล้ว ขยะแขยงเขาเหลือทน
ที่นางอดทนอยู่เพราะไม่มีที่ให้ไป หงซิ่วเกลียดอีมารหัวขนเซียวลี่ผิงนั่น จนในที่สุดก็ได้เจอเหลียงเถี่ยต้านจึงขโมยเงินเซียวจ้านเป่ยแล้วหนีตามมายอมเป็นอนุมีกินมีใช้ อีกทั้งเหลียงเถี่ยต้านนั้นหน้าตาดี แต่บุรุษตรงหน้านี้สิเรียกว่าหน้าตาแท้จริง แต่เขาไม่มองนางสักนิด กับส่งเสียงคุยกับเซียวจ้านเป่ยเจื้อยแจ้ว
"พี่ชาย ท่านซื้อผ้าเยอะแยะจะนำไปเป็นสินสอดให้สตรีบ้านใดกันเล่า"
คังหยุนเห็นเขาซื้อผ้ามากกว่าสิบพับอีกทั้งเครื่องนอน ปกติคนชนบทมักซื้อสิ่งเหล่านี้เป็นสินสอดหรือสินเดิมให้บุตรสาว
"เป็นสิ่งของที่ภรรยาให้ซื้อน่ะ นางสั่งเอาไว้เอ่อน้องชายข้าต้องกลับแล้ว นางไม่ชอบให้ข้าห่างนางนานๆ ข้าเพิ่งแต่งงานได้สี่วันน่ะ"
คังหยุนมองหน้าเขาสลับกับสตรีอีกคนที่ลูกน้องเพิ่งมารายงาน เขาขยะแขยงจึงถอยเท้าออกห่าง สตรีคบชู้น่ารังเกียจเสียจริงๆ ไม่ว่าบุรุษตรงหน้าจะเป็นเช่นไร น่าเกลียดหรืออัปลักษณ์แต่ก็แต่งกันแล้ว หงซิ่วชม้อยตามองคังหยุนอย่างเอียงอาย คังหยุนรู้สึกคลื่นใส่รังเกียจนางยิ่งกว่าเดิม จากนั้นก็หันไปหาเซียวจ้านเป่ยแทน
"อ้อ อาซ้อคงงามมากสินะ ท่านจึงรักนางเช่นนี้ เป็นสามีที่ใส่ใจภรรยายิ่งนัก โชคดีของนางเหลือเกิน"
คำพูดนั้นของคังหยุนทำให้หงซิ่วริษยาทันที เซียวจ้านเป่ยไม่เคยมองหน้านางสักครั้งตลอดสี่ปี ขนาดถูกวางยายังเอาเสื่อฟางมาปิดหน้านางไม่ยอมมอง ไม่เปลื้องกระทั่งผ้า แค่ถอดกางเกงครึ่งเดียว จับขานางแยกออกแล้วก็สอดใส่ทันทีนางเจ็บแทบฉีกขาดเขาก็ไม่สนใจจนเขาปลดปล่อย เดินจากไปอย่างไม่ไยดี
นางตั้งครรภ์เขาก็ไม่มอง นางทำร้ายตัวเองให้แท้งบุตร เขาตบหน้านางแล้วบอกว่าหากเด็กในท้องเป็นอะไรไปนางก็ไม่มีสิทธมีชีวิตอยู่
แล้วนังผู้หญิงคนใหม่มีสิทธิ์อะไรที่เซียวจ้านเป่ยทะนุถนอม นังแพศยาคนไหนกันที่เขาอ่อนโยนด้วย หงซิ่วจึงเอ่ยขึ้นให้คนในตลาดที่กำลังเดินไปมาและคนในร้านผ้าได้ยิน
"แหมคุณชายท่านนี้ อะไรคือรักเมียหรือเจ้าคะ คุณชายท่านนี้คงไม่รู้ได้ยินว่าภรรยาเขากระโดดน้ำตายตั้งแต่คืนแรก เหอะ...อยู่ข้างนอกทำเป็นเสแสร้งว่ารักลูกเมีย ข้าโชคดีนักที่จากเจ้ามาได้ "
"อ้อ ที่แท้เจ้าเคยเป็นเมียท่านลุงคนนี้หรือ แหม่ๆๆโชคดีจริงๆแหละแม่นางน้อยเจ้างามเพียงนี้ เขาไม่คู่ควรกับเจ้าหรอก"
"ใช่ๆ ไม่ดูสารรูปตนเองสักนิด อยากมีเมียสวย ถุยคางคกอยากกินเนื้อหงส์ฟ้า"
หงซิ่วทำท่าเอียงอายเมื่อสายตาบุรุษทั้งหลายมองมาที่นางอย่างหลงใหล และด่าว่าเขาไม่คู่ควรกับนาง เซียวจ้านเป่ยไม่สนใจนำของใส่เกวียนเรียบร้อย เมียเขาสั่งอะไรกันแล้วเขาก็ซื้อตามใจนางอีกด้วย เกวียนแทบไม่มีที่วางแล้ว ก่อนจะนั่งที่บังคับเกวียนแล้วเอ่ยขึ้นเสียงเย็น
"สตรีผู้นี้ไม่ใช่เมียข้า นางเป็นแค่สินค้าที่ใครจะซื้อไปขี่ก็ได้นางขายหมดนั่นแหละ ข้าแค่โชคร้ายนึกว่านางจะดีเหมือนหน้าตา ที่แท้ก็ของผุเน่าๆร่านไปทั่ว เสียดายของๆข้านักที่ไปทิ่มเอาสิ่งโสโครก ล้างอยู่นานแรมปีกว่าจะสะอาด ข้าถึงหาภรรยาใหม่ได้ไม่อยากให้นางแปดเปื้อนอาจม" จากนั้นก็บังคับเกวียนกลับบ้าน
บรรดาสตรีที่บิดหูบุรุษของตนอยู่ก็หัวเราะสะใจมองไปนั่งหงซิ่วทันที หงซิ่วอับอายที่เซียวจ้านเป่ยด่านางว่าเป็นหญิงร่าน คำๆนี้เมื่อออกจากปากบุรุษแล้วคนจะมองนางเช่นไร เซียวจ้านเป่ยข้าอยากรู้นักว่านังแพศยาที่เจ้าอ่อนโยนด้วยนั้น จะงามเพียงใดกันเชียว หึ..อัปลักษณ์อย่างเจ้าขอทานยังไม่ต้องการเลย
