บทที่ 13 ความสามารถพิเศษที่มาพร้อมกลิ่น
เชิงเขาซีซาน
"ฮะ ฮะ ฮัดเช้ยๆๆ โอ๊ยใครด่าแม่วะ ต่าแก่บ้านั่นแน่ๆเฮ้ออยู่ที่นี่มาสี่วันแล้ว คิดถึงบ้านฉิบหาย ป่านนี้ใครคุมบ่อนให้วะ เพิ่งปล่อยกู้ไปสิบล้านอีกดอกเบี้ยเอยเงินต้นเอยหายวับ ไอ้เด็กเวรพวกนั้นนะ จะยิงกันแต่ตัวเองเสือกไม่ตาย มาเดือดร้อนชาวบ้าน แม่งเอ๊ย"
จูเหมยลี่ด่าไปด้วยจามไปด้วย มีคนคิดถึงนางแน่ๆ แต่ใครล่ะถ้าไม่ใช่ไอ้เฒ่าลามกเซียวจ้านเป่ย เซียวลี่ผิงเป็นเด็กดีจริงๆ นั่งเล่นลูกสนที่นางเก็บมาให้ง่วนไม่งอแงสักนิด จูเหมยลี่หาขุดผักป่าได้มากมาย น่าแปลกนางนึกอะไรก็ได้กลิ่นสิ่งนั้นทันทีตามหาจนเจอ มิติไม่มีแต่มีพรจากฟ้าแบบนี้ก็เอานะ ในตะกร้ามีทั้งกวางตุ้ง มะเขือเทศ ใบกระวาน คื่นช่าย ต้นหอม ไชเท้า อีกทั้งเก็บเมล็ดพันธุ์แก่ๆ มาได้หลายชนิด
"ถ้าเป็นพรจากฟ้าให้หนูได้กลิ่นเอ่อ อะไรดีเห็ดหลินจือเหรอ ไม่ๆๆ เอาที่จับต้องได้ไม่เพ้อฝันสิจูลี่ อยากเจอลูกพีชกับรวงผึ้งใหญ่ได้ไหม ถ้าเป็นอย่างที่คาดการณ์ขอให้เจอ"
จูเหมยลี่ยืนรอพักหนึ่งก็ถอดใจ ไม่นานก็ได้กลิ่นหอม แม่จ๋ากลิ่นหวานอมเปรี้ยว อีกกลิ่นๆน้ำผึ้ง โอ้วสวรรค์ของแท้
"ผิงผิง ไปกันแม่ว่าแม่ได้กลิ่นของอร่อยนะ เอาตะกร้าไปเก็บที่บ้านก่อนไหมแล้วเราขึ้นมาอีกที่ ตกลงไหม"
"อื้ม ท่านแม่ลูกเฉาเหมยนี่อร่อยมากๆเลยเจ้าค่ะ"
เซียวลี่ผิงชอบเฉาเหมยที่จูเหมยลี่เก็บมาให้ นางนั่งกินจนปากแดงฉ่ำ
จูเหมยลี่ค่อยๆใช้ผ้าเช็ดปากให้นางอย่างอ่อนโยน ก่อนจะหอมหน้าผากเล็กๆนั่น ภาพนี้ทำเอาคนที่เพิ่งมาถึงใจละลาย นางอ่อนโยนเหลือเกินเป็นสิ่งที่มารดาควรมี แต่สตรีน่าตายอีกคนที่เขาเจอวันนี้ เป็นแม่แท้ๆของผิงผิง กลับทุบตีหยิกนางจนเขียวช้ำทุกครั้งที่เขาไม่อยู่บ้าน
เขาแน่ใจว่านางต้องมาหาเรื่องสักวัน ควรเตือนนางสักหน่อย ก่อนจะเดินไปหาทั้งคู่ เซียวจ้านเป่ยคาดการณ์ไว้ไม่ผิด หงซิ่วมาหาเรื่องจริงๆนางมาอย่างหงส์ แต่ถูกเจ้าแม่มาเฟียจูเหมยลี่หักปีกจนกลายเป็นไก่พิการกลับไปเลยล่ะ
จูเหมยลี่เตรียมสะพายตะกร้าพาบุตรสาวลงจากเชิงเขา เพื่อเอาของไปเก็บก่อนนางได้กลิ่นลูกพีช นางอยากกินจะตายอยู่แล้ว เซียวจ้านเป่ยเดินมาหาก่อนจะแย่งเอาตะกร้ามาเอง
" ข้าเอาไปเก็บเอง อืมพอแล้วไหมเมียข้าจะยามเซินแล้วข้าซื้อของมามากมายนัก ยังไม่ได้ขนลงจากเกวียนเลย"
เซียวจ้านเป่ยเห็นของในตะกร้าก็แปลกใจ บางชนิดเขาเดินผ่านทุกวัน แต่นางกลับเก็บมันเสียทุกต้น มันกินได้จริงๆหรือ แต่ตั้งแต่เรื่องบัวหิมะเขาก็ไม่กล้าขัดใจนางอีก เห็นตัวเล็กๆ เท้าหนักไม่ใช่น้อย
"ข้าได้กลิ่นผลท้อน่ะ ข้าอยากกินท่านลุงท่านพาผิงผิงไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้ากลับทีหลังเอง"
พูดจบก็หมุนตัวไปบนเขา เซียวจ้านเป่ยคว้าแขนกลมกลึงของนางไว้ก่อนจะวางตะกร้าลง
"เอาตะกร้าไว้นี่ก่อนก็ได้ ที่นี่ไม่มีใครขึ้นมาไม่มีของหายหรอก ไปกันเถอะ"
จากนั้นเซียวจ้านเป่ยก็อุ้มเซียวลี่ผิงขี่คอ เดินตามจูเหมยลี่ไปสักพักไม่นาน ก็เจอต้นท้อจริงๆ ลูกท้อสีชมพูเข้มกลิ่นหอมมาก
จูเหมยลี่วิ่งเข้าหาทันที ก่อนจะเด็ดลงมาแล้วตัดเถาวัลย์ใกล้เคียงนำน้ำในเถาวัลย์มาล้างลูกท้องสองลูก เซียวจ้านเป่ยเป็นนายพรานยังไม่รู้วิธีนี้เลย ผู้หญิงคนนี้ใช่คนเดียวกับที่วันๆก้มหน้าอยู่แต่ในแปลงนาคนนั้นจริงๆหรือ
จูเหมยลี่ผ่าผลท้อออกแล้วแคะเม็ดทิ้ง ส่งให้เซียวจ้านเป่ยกับบุตรสาวคนละชิ้น เนื้อด้านในสีเหลืองทองตัดกับเปลือกนอกสีชมพูเข้ม กลิ่นหวานอมเปรี้ยวทำให้เด็กน้อยกัดคำโตทันที
"อืม ท่านแม่อร่อยมากเลยเจ้าค่ะ ผิงผิงชอบมากๆเลย ท่านแม่ข้าช่วยท่านเก็บนะเจ้าคะ"
เซียวลี่ผิงขอบิดาลงมาช่วยมารดาเก็บลูกท้อ จูเหมยลี่อุ้มนางขึ้นมา ให้นางเด็ดทีละลูก เซียวจ้านเป่ยถือตะกร้าเดินตาม เขาเอาตะกร้าใบเล็กมาไม่รู้ว่าจะมีหลายสิบต้น
"เหมยลี่ เก็บเยอะไปกินไม่ทันจะเน่าเสียเปล่าๆนะ"
"ที่บ้านมีไหดินเผาอยู่กี่ใบกันท่านลุง ข้าจะทำลูกท้อแช่อิ่ม อร่อยมากเลยท่านต้องไปกองทัพเอาไปด้วยสิเวลาหิวจะได้ไม่ต้องทรมาน"
เซียวจ้านเป่ยดีใจรู้สึกหวานนักที่นางนึกถึงเขา แต่เขาแยกแยะได้ตั้งแต่เจอหน้านางเรียกเขาว่าท่านลุงสองคำแล้ว คืนนี้จะจูบเจ้าให้ขาดใจเด็กบ้า ตกลงกันแล้วเรียกอีกจะถูกลงโทษเพราะฉะนั้นเจ้าจะโทษข้าไม่ได้นะ เก็บได้เต็มตะกร้าแล้วก็พากันไปยังจุดที่พวกเขาจากมาเอาตะกร้าอีกใบที่ใส่ผลท้อวางไว้ จูเหมยลี่เอ่ยกับบุตรสาว
"ผิงผิง แม่คิดว่าแม่น่าจะเจอน้ำผึ้งหวานๆด้วย แต่ว่าผึ้งตัวน้อยๆต่อยเจ็บมาก เจ้าต้องนั่งอยู่ตรงนี้นะห้ามตามแม่ไปอยู่กับท่านพ่อ ลูกจะเป็นเด็กดีได้หรือไม่"
"อืม ลูกอยู่ตรงนี้คนเดียวได้เจ้าค่ะ ท่านพ่อไปกับท่านแม่นะเจ้าคะ ลูกไม่อยากให้ผึ้งตัวน้อยต่อยท่านแม่ ได้ไหมเจ้าคะท่านพ่อ"
บริเวณนี้เป็นป่าด้านนอกไม่อันตรายมากนัก นอกจากกระต่าย ไก่ป่าหรือเพียงพอนก็ไม่มีสัตว์ดุร้าย เซียวจ้านเป่ยจึงพยักหน้า จูนเหมยลี่รู้ดีว่านางหวาดกลัวว่าจะถูกทิ้งจึงพยักหน้า แล้วเรียกบุตรสาวมาหา
"มานี่เดี๋ยวแม่จะซ่อนลูกไว้ เผื่อผึ้งตัวน้อยบินมา ลูกก็ไม่ต้องทะเลาะกับพวกมันแล้ว"
