บทที่ 15 จัดการบ้านใหญ่

"พวกเจ้าทำอะไรกัน จูหมิงซู เหวินซื่อ วางข้าวของบ้านข้าลงเดี๋ยวนี้" จูเหมยลี่สั่งเสียงเย็น เซี่ยตงหยางที่กำลังจะมาหาสหายถึงกับยืนฟังอยู่นอกรั้ว เสียงนางดูมีอำนาจนัก

"นางตัวดี  มีสามีเข้าหน่อยทำเสียงแข็งใส่ข้า พวกข้าเห็นสามีเจ้าเอาหมูป่าไปขาย ซื้อของกลับมามากมาย เจ้าแต่งมาสี่วันแล้ว ไม่กลับบ้านเดิมนำข้าวของไปคำนับ หึยังมีผู้อาวุโสอยู่ในสายตาหรือไม่ ผ้าไหมเหล่านี้เจ้าสามคนใส่ไม่หมดหรอก ส่วนชุดพวกนี้พอดีตัวซู่เอ๋อร์นัก เจ้าออกเรือนแล้ววันๆเลี้ยงแต่อีเด็กลูกติดนั่นจะสวยไปทำไม หรืออยากหนีตาชู้แบบเมียเก่าเขาล่ะ โอ๊ย"

ตุ๊บ!! เหวินซื่อกระเด็นไปนอนแอ่งแม้งทันที จูเหมยลี่เท้าไม่เบาสักนิดเตะป้าสะใภ้จนลอยไปกระแทกกับรั้วบ้าน จูหมิงซูหวีดร้องโวยวายเสียงดัง ไม่นานคนที่ยังทำงานอยู่ในแปลงนา และบางคนกำลังล้างเครื่องมือเกษตรเพื่อกลับบ้านได้ยินพากันวิ่งมาทันที จูพั่งที่วิ่งมาตามเสียงกรีดร้องเห็นภรรยาตนเองล้มอยู่ลุกไม่ไหวก็ถามบุตรสาวว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อรู้สาเหตุก็เดินสามขุมมาหาจูเหมยลี่เตรียมจะทุบตี

"นางสารเลว ข้าวของเหล่านั้นถ้าข้าพี่สาวเจ้าต้องการมันก็เป็นของพี่สาวเจ้า เป็นของป้าสะใภ้เจ้ากล้ามีปัญหาหรือ ได้สามีเป็นนายพรานเข้าหน่อยคิดว่ามีคนปกป้องหรือ วันนี้ข้าจะตีสั่งสอนเจ้าเอง"  

จูพั่งถูกจูเหมยลี่เตะสีข้างติดกันสามที จากนั้นนางก็กระชากจนผมเขาหลุดร่วง จูเหมยลี่ตะโกนหาเซียวจ้านเป่ย

"อ๊ะ!! โอ๊ย ๆๆๆ นางเด็กเลวเจ้ากล้าเตะข้า โอ๊ยย" 

"ท่านพี่ ให้ลูกอยู่ในบ้านอย่าออกมา ข้าจะตีหมาที่มันมาขโมยของที่บ้าน จะตีให้พิการเลยหมาขี้เรื้อนน่ารังเกียจ ข้าจะลากมันไปบ้านปู่เก่อคัง ให้เขาทุบมันที่ศาลบรรพชนหมานิสัยเลวชอบขโมยของผู้อื่น"

เมื่อเอ่ยจบก็คว้าเข้าที่ศีรษะจูพั่งลุงใหญ่ของนางก่อนจะหันมาทางเซี่ตงหยางที่เพิ่งมาถึง จูเมหยลี่เอ่ยกับเขา

"อ้อ...ท่านพี่เซี่ยรึ ข้าต้องขออภัยที่ไม่สะดวกต้อนรับ ข้ากำลังทำเรื่องสำคัญอยู่ สามีข้าอยู่ด้านใน ท่านเข้าไปเองนะ"

เซี่ยตงหยางยืนงงเลยจากนั้นก็เห็นจูเหมยลี่กระชากผมจูพั่งลากไปในหมู่บ้าน เซียวจ้านเป่ยก็หัวเราะ เมียเขานางช่างอืมวันหลังเขาจะไม่ทำให้นางโกรธน่าจะดีที่สุด ชาวบ้านเห็นท่าไม่ดีรีบไปตามจูเก่อคังผู้นำหมู่บ้านทันที อีกทั้งเขายังเป็นผู้นำสกุลตระกูลจูอีกด้วย

"อ้าวๆๆ อาเหมยลี่เอ๊ย เจ้าทำอะไรนั่น ปล่อยๆๆ คุยกันดีๆ เฮ้อ "

จูเก่อคังมาถึงก็ไกล่เกลี่ย ดูจากแรงกระชากจูพั่งคงเจ็บไม่น้อย ตามเนื้อตัวถูกลากมาตามทางจนถลอกปอกเปิก เลือดออกหลายจุด จูเหมยลี่ปล่อยมือจากศีรษะลุงใหญ่ตัวดีของนาง กำลังจะเอ่ยปากก็มีเสียงแหลมดังมา

"ตายแล้ว น้องเหมยลี่เจ้าทำอะไรเนี่ย เขาเป็นลุงใหญ่ของเจ้านะ ขนาดลุงของเจ้ายังทำเพียงนี้ แล้วเด็กน้อยคนหนึ่งอย่างลี่ผิงเจ้าคงไม่.."

จางลู่เหลียนที่มาดูเรื่องสนุกของสตรีแพศยาที่นางเกลียดหน้าอยู่ก็น้ำตาไหล แสดงท่าทีหวาดกลัวต่อจูเหมยลี่   ทำให้จูเหมยลี่เลยเปลี่ยนแผนเสียเลย เดิมทีจะฟ้องร้องว่าพวกเขามาขโมยของ เอาใหม่เจ๊จะเปลี่ยนว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำดีกว่า จางลู่เหลียน หล่อนกับฉันมวยคนละชั้นย่ะ

จูเหมยลี่ทรุดลงคุกเข่าไหล่สั่นก้มหน้า นางกำลังสั่งน้ำตาออกมา แค่นึกถึงวันที่แม่ทิ้งไปไม่หันกลับมามองทั้งๆที่เธออ้อนวอนสักพักน้ำตาก็ท่วมท้น นางสะอื้นจนตัวโยน เงยหน้ามองท้องฟ้าไม่มองผู้คน มือชี้ขึ้นฟ้าร้องด่าสวรรค์ด่าโชคชะตา

"ฮือๆๆๆๆสวรรค์เจ้าตาบอดหรือ   ข้าจูเหมยลี่พ่อแม่ตายก็เจียมตัวทำไร่ทำนาเลี้ยงไก่เลี้ยงหมูซักกระทั่งผ้าเปื้อนระดูของป้าสะใภ้กับพี่สาวตนเอง แล้วทำไมๆพวกเขายังไม่พอใจ จะเอาข้าไปขายเป็นทาส  สามีข้าเมตตาสงสารจึงยอมแต่งงานกับข้า ฮือๆๆๆ เขาไม่อยู่จะไปเป็นทหาร รับใช้ทางการให้ชาวบ้านได้นอนตาหลับ ไม่ต้องกลัวว่าศัตรูจะบุกมาฆ่าตอนไหน ฝนตกก็ขึ้นเขาฮือๆๆๆแค่ขายหมูป่าสองตัวเอาเงินซื้อเสบียงไว้ให้ลูกเมียกินยามตัวเขาอยู่ไกล ยังมีคนมาแย่งจานข้าวข้ากับลูกอีกหรือ สวรรค์เทพเซียนทั้งหลาย พวกท่านกินดื่มของที่ข้าถวาย ข้าจุดธูปเทียนให้ท่าน แล้วพวกท่านเล่าทำอะไรเพื่อข้าบ้าง กินดื่มของผู้อื่นแต่กลับไร้หัวใจ สวรรค์ท่านไม่คิดตอบแทนข้าสักหน่อยหรือ "

ชาวบ้านซุบซิบชี้ไม้ชี้มือ อะไรนะเหวินซื่ออายุสี่สิบกว่า จูหมิงซูอายุสิบแปดแล้วพวกนางยังให้หลานสาวน้องสาวซักผ้าระดูให้ มันช่างน่าอับอายยิ่งนักเรื่องนี้ เหล่าบุรุษที่ได้ยินเรื่องที่จูเหมยลี่พูดก็ถึงกับหน้าแดง เรื่องนี้มันน่ารังเกียจเกินไปแล้ว ของแบบนั้นไม่มีใครไม่ทำเอง

"นี่จูพั่ง ข้าว่าเมียกับลูกเจ้าก็เกินไปนะ ข้าแต่งกับเมียมานานจนบุตรชายมีหลานข้ายังไม่เคยเห็นผ้าซับระดูนางสักครั้ง"

"ใช่ๆ น่าเกลียดนัก ของสกปรกของตนกลับใช้ผู้อื่นทำให้ ป่านนี้ยังไม่ออกเรือนสงสัยสวรรค์ลงโทษเจ้าจริงๆจูหมิงซู" 

สามคนพ่อแม่ลูกอ้าปากพูดไม่ออก นางเด็กเลวนี่มีฝีปากดีเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป