บทที่ 17 ยอมโกนหนวด
ทั้งสี่คนเดินกลับมาถึงบ้าน เซียวจ้านเป่ยหันไปถามบุตรสาว
"ผิงผิง ลูกอยากไปเล่นกับพี่ๆที่บ้านลุงเซี่ยไหม วันนี้พ่ออนุญาตเจ้าเดี๋ยวค่ำๆพ่อจะไปรับ กลับ ต้องทำความสะอาดบ้านอีกฝุ่นเยอะเดี๋ยวลูกจะป่วยได้"
เซียวจ้านเป่ยบอกลูกสาวผิงผิงทำสีหน้าครุ่นคิดนิดหนึ่ง "ท่านพ่อบอกว่าหากอยากมีน้องของตัวเอง ข้าต้องให้ท่านพ่ออยู่กับท่านแม่สองคนบ่อยๆ อืมท่านพ่อคงอยากให้ข้ามีน้อง ได้เอาตามนี้"
เซียวผิงผิงคิดในใจเรียบร้อยก็พยักหน้า
"ท่านแม่เจ้าคะ ลูกปวดใจนักที่ต้องห่างท่านแม่ แต่เมื่อวานท่านแม่บอกว่าบ้านเราฝุ่นเยอะหากไม่ทำความสะอาดจะป่วยได้ ข้าไม่อยากป่วยไม่อยากกินยา ท่านแม่ข้าจะคิดถึงท่านแม่นะเจ้าคะ ท่านพ่อไม่ต้องรีบไปรับก็ได้ท่านต้องช่วยงานท่านแม่ ห้ามอู้งานนะเจ้าคะ"
เซี่ยตงหยางถึงกับเหนื่อยใจกับความหน้าด้านของเซียวจ้านเป่ย คำพูดเหล่านี้ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยพูดเองหรือเขาสอนให้พูดกันแน่
เหตุใดเขาจะไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้าอยากจะรักเมียตัวเองขนาดไหน สายตาเจ้ามันฟ้อง ก่อนจะอุ้มเซียวลี่ผิงไปเล่นกับเด็กๆที่บ้านตนเอง
เซี่ยตงหยางไปแล้ว เซียวจ้านเป่ยก็ยิ้มใส่คนในอ้อมกอด เขายังอุ้มนางอยู่ไม่ยอมวาง ส่วนจูเหมยลี่ก็อยากรู้นักว่าเขาจะอึดได้ถึงเมื่อไหร่เจ้าไม่อยากวางก็เรื่องของเจ้า ข้าสบายดี
"ลี่เอ๋อร์จ๋า ไปช่วยโกนหนวดให้หน่อยสิ ข้าซื้อมีดโกนมาแล้วคนดีเวลาจูบเจ้าๆจะได้ไม่เจ็บอีก"
"ตาแก่ลามก วันๆคิดเรื่องอื่นเป็นบ้างไหมหึ วางข้าลงได้แล้ว"
ปากบ่นเขาแต่ก็ยอมทำให้ จากนั้นทั้งคู่ช่วยกันเอาข้าวของที่เซียวจ้านเป่ยซื้อมาลงจากเกวียน
จูเหมยลี่มองดูธัญพืช ข้าวสาร แป้งสาลี แป้งหมี่ และสิ่งที่เขาหาซื้อมาให้ เสื้อผ้าและผ้าเนื้อดีหลายผืน
จูเหมยลี่เก็บผ้าไว้อีกห้อง นางเริ่มปูเตียงให้เขาก่อน นำผ้านวมผืนนุ่มมาปูให้ เสร็จจากห้องเขาก็ไปห้องของนางกับเจ้าตัวน้อยเซียวลี่ผิง
"ลี่เอ๋อร์ วันมะรืนมีคุณชายคนนึงอยากให้ข้านำทางไปล่าสัตว์บนเขา ค่าตอบแทนหนึ่งพันสองร้อยตำลึง ข้าต้องไปชายแดนเลยรับปากเขา นี่เป็นเงินมัดจำข้าเปิดเป็นชื่อของเจ้าที่ร้านฝากเงิน"
เซียวจ้านเป่ยส่งป้ายถอนเงินให้จูเหมยลี่นางรับมาก่อนจะเอ่ย
"เหตุใดท่านไม่ไปจ่ายทางการ ตัวเองก็ไม่ต้องไปเป็นทหารไม่ต้องจากลูกอีกด้วย หรือว่า ท่านมีเหตุผลอื่น"
"อืม ข้าอยากใช้ฝีมือเผื่อจะได้ตำแหน่งขุนพล นายกองให้เจ้าได้เป็นฮูหยินจะได้สุขสบาย"
"เฮ้อ ข้าไม่ใช่คนยึดติด ท่านดูรั้วดีๆแล้วกัน วันนี้หมาขี้เรื้อนยังเข้ามาได้ ไม่รู้อีกหน่อยใครจะย่องมาอีก ช่วยสร้างห้องน้ำ กับห้องเก็บเสบียงให้ข้าหน่อย ซื้ออิฐมาปูพื้นบ้านด้วย ซื้อไหมาให้ข้าเยอะๆด้วย หน้าฝนยอดผักป่า หน่อไม้มีเยอะ ดองเอาไว้กินหน้าหนาว เอาไว้ไปกินกองทัพด้วย"
"ได้ ข้าจะซ่อมประตูกับเสริมรั้วให้แข็งแกร่ง ทางการเลื่อนวันเดินทางออกไปข้าได้เวลาเพิ่มอีกยี่สิบวัน เท่ากับมีเวลาอีกเดือนครึ่ง ข้าจะซื้ออิฐมาเสริมแล้วกัน"
เซียวจ้านเป่ยที่กำลังขนของลงเอ่ยปากบอกกับนาง
"ไม่ต้องหรอก ก้อนหินในลำธารเยอะนัก เอามาซ่อมแซมได้ พรุ่งนี้ท่านขึ้นเขาไปหาหินปูนมาเยอะหน่อย ซื้ออิฐสักสองพันก้อนก็พอ ข้าจะมาปูพื้นบ้าน นี่เพิ่งเข้าหน้าฝนไม่ถึงครึ่งเดือน บ้านกลายเป็นปลักโคลนหมดแล้ว"
เซียวจ้านเป่ยที่ขนของเสร็จแล้วเดินมาหานาง พร้อมกับกอดจูเหมยลี่จากด้านหลัง
"ไปอาบน้ำกันข้าเสร็จแล้ว ช่วยโกนหนวดให้ข้าด้วย เดิมกะว่าไปล่าสัตว์แล้วค่อยโกน แต่เมื่อตอนสาย อยู่บนเขาเจ้าบอกว่าหากไม่โกนจะไม่ให้ข้าชื่นใจเจ้าอีก ข้าทนไม่ได้หรอก คิดถึงเมียแต่ให้นั่งมองอย่าเดียวข้าลงแดงตายแน่ๆ"
จูเหมยลี่ พลิกตัวกลับมามองหน้าเขาก่อนจะกำมือแล้วทุบไหล่เขาแรงๆสองที
"ลามกทุกเวลา ข้าจะทำกุญแจลงกลอนห้องข้า ไม่ให้ท่านเข้ามาได้ อื้อๆ"
เซียวจ้านเป่ยจูบจูเหมยลี่เนิ่นนาน จนคนตัวเล็กเริ่มวาบหวามกับเขาแล้ว คลุกเคล้าทุกทีที่มีโอกาสเลย เซียวจ้านเป่ยถอนจุมพิตออกก่อนจะจุงมือนางไปที่ลำธาร
นี่คือสาเหตุที่เขาให้ลูกไปอยู่บ้านสหาย เขาไม่ใช่บุรุษขี้เหร่ เขารูปงามที่สุดในแคว้นก็ว่าได้ เพราะเขาเหมือนเสด็จปู่ ไม่เหมือนเสด็จพ่อสักนิด
หากได้โกนหนวดออกแล้วเผื่อเมียอยากปล้ำเขาๆจะได้นอนรอให้นางจับเขากิน หึๆๆ หัวเราะในลำคอจนจูเหมยลี่หันมามองอย่างสงสัย
จูเหมยลี่นั่งลงริมตลิ่ง เซียวจ้านเป่ยนอนหนุนตักนางหลับตาลง จูเหมยลี่ค่อยๆโกนหนวดให้เขาอย่างเบามือ ผู้ชายคนนี้ปากร้ายมาก แต่จิตใจค่อนข้างดี บางทีในชีวิตอาจผ่านเรื่องเลวร้ายมาจึงกลายเป็นคนเช่นนี้
"เอ่อ ท่านลุง อื้ม ท่านพี่เจ้าคะ ท่านจะไปชายแดนสองปี ก่อนจะไปข้าอยากตกลงกับท่านหน่อย"
มือบางค่อยๆถากหนวดของเขาทีละนิดๆ เซียวจ้ายเป่ยหลับตาก่อนจะตอบกลับมาแค่ "อืม ว่ามา"
จากนั้นก็ไม่มีเสียงตอบกลับอีก จูเหมยลี่ลังเลว่าควรเอามีดโกนปาดคอเขาตอนนี้เลยได้ไหม เขาหลับอยู่ไม่ระวังตัวหรอก ก่อนจะมีเสียงเอ่ยขึ้น
"อยากปาดคอขา มือเจ้าต้องไวนะเมียจ๋า ไม่งั้นข้าจะเชือดเจ้าให้ขาอ่อนลงจากเตียงไม่ได้เลย" จูเหมยลี่ตกใจรู้ได้ไงวะ
"ตาบ้านี่ เป็นผีหรือไงนะ"
"คือว่าข้าอยากขอเวลาท่านหน่อย ข้ารู้ว่าตนเองแต่งให้ท่านแล้ว แต่ข้ายังเด็กอยู่ อายุแค่สิบห้าเอง รอท่านกลับจากทหารก่อนลองศึกษานิสัยกันอีกสักปีแล้วค่อย เอ่อ.."
"แล้วค่อยเข้าหอ แม่ตัวดีเจ้าเด็กที่ไหนกันล้นมือข้าขนาดนี้ อืมแต่ข้ายังไม่ได้พิสูจน์ดอกเหมยของเจ้าเลยนี่นา ว่าดอกอวบอิ่มชุ่มชื่นหรือไม่แค่ไหนกัน ไม่รดน้ำจะแห้งเหี่ยวนะ"
"ท่านมันตาแก่โรคจิต"
