บทที่ 7 เติมเต็มกันและกัน

เซียวจ้านเป่ยได้สติจึงปล่อยนางทันที ก่อนจะเอ่ยเบาๆ

"ข้าขอโทษ เจ้าอย่าทิ้งผิงผิงไปเลยนะ นางไม่เอาใครเลยเจ้าเป็นคนแรกที่นางยอมให้เข้าใกล้ อีกทั้งนางยังอยากนอนกับเจ้า เหมยลี่อย่าร้องไห้ข้าสัญญาหากเจ้าไม่เต็มใจต่อไปข้าจะไม่ข่มเหงเจ้าอีก"

เซียวลี่ผิงคือสมบัติที่มีค่าที่สุดในชีวิตเขา นางหน้าตาคล้ายเสด็จแม่ของเขามาก เซียวจ้านเป่ยยอมแลกทุกอย่างขอเพียงนางปลอดภัย

เขาจึงเกลียดหงซิ่วมากที่ทิ้งนางไว้จนเกือบตาย เมื่อกี้พอกลับมาเจอบุตรสาวอยู่คนเดียวทำให้ภาพที่นางนอนหายใจรวยรินกลับเข้ามาอีก เซียวจ้านเป่ยหันหลังให้จูเหมยลี่ ต่างคนต่างมีความในใจจนได้ยินเสียงเด็กน้อยเรียกจึงได้สติ

"ท่านพ่อห้ามดุท่านแม่นะ ท่านแม่ข้าจะสั่งสอนท่านพ่อให้ดีท่านแม่อย่าทิ้งผิงผิงไปนะเจ้าคะ ฮือๆๆๆๆแงๆๆๆๆๆ"

จูเหมยลี่รีบวิ่งเข้าไปในบ้านอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาลูบหลัง น้ำตานางร่วงทันทีความว้าเหว่นี้นางได้รับมาก่อน ในตอนนั้นเธอขอร้องคุณแม่ว่าอย่าทิ้งคุณพ่อกับเธอไป แต่คุณแม่ขึ้นรถไปไม่หันหลังกลับมา

ไม่มีแม้น้ำตาสักหยด ไม่มีความอาลัยอาวรณ์บุตรสาวเข่นเธอสักนิด

เวลาบินไปหาที่เมืองไทยก็ไม่มีเวลาให้ แต่ไปออกงานกับสามีใหม่ พาบุตรสาวบุตรชายไปเปิดตัวตามสื่อต่างๆ เป็นภาพครอบครัวอบอุ่น คุณยายกีดกันรังเกียจเธอไม่อยากให้ไปหา

จนกระทั่งเธอตายยังมีแค่คุณพ่อที่ร้องไห้กอดศพเธอ สำหรับคุณแม่เหมือนกับว่าเธอไม่ควรมาขัดขวางความสุขของครอบครัวใหม่

เซียวลี่ผิงเด็กคนนี้และเธอคือการเติมเต็มของกันและกัน ตอนนั้นเธออ้างว้างว้าเหว่ถูกทอดทิ้งให้เดียวดาย

จนกระทั่งยืนมองร่างตัวเองแต่ก็ไม่เห็นน้ำตาของมารดาสักหยด เหมือนอยากรีบเซ็นชื่อยินยอมให้ถอดเครื่องช่วยหายใจไวไวด้วยซ้ำ

"นี่คือชะตาลิขิตหรือคะ สวรรค์มีจริงหรือท่านเห็นใจที่หนูหว้าเหว่ถูกทอดทิ้งแต่เด็ก จึงให้หนูมาเจอคนที่โชคชะตาเดียวกันเพื่อเติมเต็มความรักหรือคะ ขอบคุณนะคะที่ให้มาเจอเด็กคนนี้ ขอบคุณจริง ฮือๆๆๆ"

จูเหมยลี่ขอบคุณโชคชะตาในใจ น้ำตาไหลออกมาเอง

เซียวจ้านเป่ยเข้ามาเห็นภาพที่ทั้งคู่กอดกันก็รู้สึกอบอุ่นบอกไม่ถูก นางคงไม่หนีไปใช่ไหม

นางบอกว่ารอเขากลับมาจะหย่า ก็ได้หากถึงเวลานั้นนางอยากหย่าเขาจะไม่รั้งไว้ แต่ตอนที่เขาไม่อยู่ให้นางช่วยดูแลบุตรสาวของเขาก็พอ

"เอ่อ ผิงผิงอย่างอแงเลย พ่อกับท่านแม่แค่คุยกันนานไปหน่อย สายแล้วไปทำอาหารเถอะ ไหนบอกจะพาลูกไปเก็บผักป่าไง ข้าจะไปเป็นเพื่อนพวกเจ้า"

เซียวจ้านเป่ยเอ่ยขัดสองแม่ลูก "ไม่ต้องหรอก วันนี้สหายท่านที่ชื่อตงหยางนำหมูป่ามาให้ ท่านจะขายหรือชำแหละก็ไปจัดการเถอะ ส่วนไก่ข้าจะทำน้ำแกงบำรุงผิงผิง ข้าไม่ใช่คนพูดมากแต่ขอพูดสักคำ วันข้างหน้าข้าไม่รู้อนาคต แต่ค่าอาหารเดือนละหนึ่งตำลึง จางลู่เหลียนใส่แต่ผ้าเนื้อดี แต่บุตรสาวท่านกลับไม่มีเนื้อสักนิด ค่าอาหารท่านแพงไปหรือไม่ ผิงผิงไปทำอาหารกัน แม่จะทำไก่ย่างหอมๆให้กิน"

จากนั่นก็จูงมือกันไปไม่สนใจเซียวจ้านเป่ยสักนิด เขาถูกบุตรสาวกับเมียเมินอีกตามเคย ไหงเขากลายเป็นส่วนเกินไปได้ ผิดพลาดตรงไหนกันเนี่ย

จูเหมยลี่นำไก่มาหมักเกลือน้ำตาล นำกระเทียมกับพริกไทยมาทุบๆโขลกเล็กน้อยทาบนตัวไก่ จากนั้นก็เรียกคนด้านนอก

"ท่านลุง รบกวนท่านไปเด็ดใบบัวให้ข้าสักหลายๆใบ เลือกใบไม่อ่อนไม่แก่นะ"

เซยวจ้านเป่ยหนวดกระตุก ยายเด็กบ้านี่พูดไม่ฟังหรือไงกันนะ ก่อนจะไปเด็ดใบบัวตามคำสั่งนางมาให้

"นี่ที่เจ้าให้ไปเด็ด ต่อไปเรียกท่านลุงหนึ่งคำจูบเจ้าหนึ่งครั้ง ไม่ได้ข่มเหงเจ้าแต่เป็นการลงโทษเข้าใจหรือยังเด็กดื้อ หืม"

เขากระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นๆนั่นทำเอาจูเหมยลี่หวั่นไหว ก่อนจะผลักอกเขาเบาๆ หน้าแดงจนถึงใบหู คนตัวสูงอาศัยจังหวะบุตรสาวเผลอรั้งเอวนางมากอดแล้วจุมพิต จูเหมยลี่ทุบอกเขาเบาๆถลึงตาใส่เตรียมจะตอกกลับ เซียวลี่ผิงหันมาพอดี นางจึงทำได้แค่ลูบผมของเขาที่หลุดลุ่ยแล้วพูดเสียงหวาน

"ท่านพี่ ไปชำแหละหมูได้แล้ว เดี๋ยวจะได้หมักเอาไว้ สายแล้วขึ้นเขาช้าไปผักจะแก่เสียหมดเจ้าค่ะ" เซียวลี่ผิงเห็นท่านแม่กอดท่านพ่อก็ขอกอดด้วย

"ท่านพ่ออุ้มหน่อยกอดผิงผิงด้วยเจ้าค่ะ กอดสามคนเลยข้ารักท่านพ่อท่านแม่"

เซียวจ้านเป่ยอุ้มบุตรสาวขึ้นมาจูเหมยลี่หอมแก้มนาง จากนั้นเซียวจ้านเป่ยก็หอมอีกข้าง

ในที่สุดก็สงบศึกได้อีกหนึ่งยก จางลู่เหลียนที่เอาตะกร้าสำรับมาส่งยืนน้ำตาคลอ เขาจูบนางพี่จ้านเป่ยจูบนางแพศยาจูเหมยลี่นั่น จางลู่เหลียนเกลียดจูเหมยลี่เหลือเกิน

นางหันหลังถือตะกร้ากลับไม่ส่งอาหารทันที เซียวจ้านเป่ยไม่เห็น แต่จูเหมยลี่เห็น นางงูพิษนี่อยากมาเป็นแม่เลี้ยงลูกสาวเขาแต่แอบงุบงิบเงินไว้เอง

อาหารที่เจ้าทำเดือนหนึ่งยังไม่ถึงห้าร้อยอีแปะเลยมั้ง ถึงจูเหมยลี่จะเป็นมาเฟีย มีทั้งบ่อนคาสิโน ปล่อยเงินกู้ แต่นางก็เลี้ยงและอุปการะเด็กด้อยโอกาสมากมาย จึงไม่ชอบคนที่เอาความลำบากคนอื่นมาทำให้ตัวเองร่ำรวย

"จางลู่เหลียน นังหนูมาเจอกับแม่สักตั้งสิ ไอ้พ่อก็โง่เกินพาลูกไปซื้อกินยังจะดีกว่าอีก ทนกินฝีมือกะโหบกกะลาอยู่ได้ ตาแก่ปัญญาทึบเอ๊ย"

จูเหมยลี่ด่าเขาในใจหลายรอบ แต่นางไม่รู้เหตุผลที่เขาไม่อยากพาบุตรสาวออกไปข้างนอก

จูเหมยลี่ผัดเห็ดตี้มู่ใส่ไข่ แบบใส่พริกกับไม่ใส่พริก นำเนื้อหมูที่เซียวจ้านเป่ยซื้อมาสับและปรุงรส จากนั้นก็นำแป้งสาลีที่นวดพักเอาไว้มาปั้น ก่อนจะแผ่ออกห่อเกี้ยวไส้หมูสับ ไส้กุ่ยช่ายป่า ไส้เห็ดผสมหมูสับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป