บทที่ 9 ข้อตกลงกับนาง
เซียวจ้านเป่ยรู้สึกโหวงในอก นางไม่อยากอยู่กับเขาหรือ
"แล้วผิงผิงเล่านางจะทำเช่นไรนางชอบเจ้ามาก เหมยลี่เจ้าไม่หย่าได้ไหม ข้าไม่อยากแต่งงานใหม่ข้าไม่อยากได้สตรีคนใหม่ ข้ากลัวได้แบบหงซิ่วอีก"
เซียวจ้านเป่ยวางชามลงเขารู้สึกอิ่มทันที จูเหมยลี่ดุเขา
"กินให้หมดอย่าเหลือทิ้งขว้าง คนไม่มีจะกินเยอะแยะ ท่านมีกินแต่กินทิ้งกินขว้างข้าไม่ชอบ"
"ข้ากินไม่ลง เหมยลี่ข้าคือ"
"ข้าไม่ทิ้งนางหรอกอย่าห่วงเลย จนกว่าท่านจะเจอสตรีถูกใจ จากนั้นท่านแค่หย่าให้ข้าช่วงเวลาที่ท่านไม่อยู่ข้าจะเลี้ยงดูผิงผิงรอท่านกลับมา"
จูเหมยลี่คีบอาหารเข้าปากทุกคำที่เอ่ยไม่ได้มองหน้าเขาสักนิด เซียวจ้านเป่ยถอนหายใจ
"อีกเพียงเดือนเดียวข้าต้องไปแล้ว เดี๋ยวข้าเอาหมูป่าไปขายเหลาอาหารดีกว่า เข้าเมืองใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วยามเท่านั้น ได้เงินมาจะได้ซื้อของที่เจ้าต้องการด้วย พรุ่งนี้จะขึ้นเขาเผื่อได้กวางหรือหมีสักตัว หาเงินให้เจ้าไว้ใช้จ่ายตอนข้าไม่อยู่ เบี้ยหวัดเดือนละสองตำลึงจะส่งมาให้"
จูเหมยลี่พยักหน้าจากนั้นนางก็กินข้าวต่อ เซียวจ้านเป่ยรู้สึกว่านี่เป็นอาหารที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา ขนาดตอนที่อยู่ที่ตำหนักเป็นคุณชายจวนอ๋อง มีพ่อครัววังหลวงมาทำให้ อาหารยังไม่อร่อยขนาดนี้ นางมีฝีมือจริงๆ
กินข้าวเรียบร้อยจูเหมยลี่ก็เก็บล้าง นางห่อเกี้ยวไว้เยอะ แบ่งไปบ้านของเซี่ยตงหยางแล้วยังเหลือกว่าห้าสิบตัว จึงคิดว่าไม่ต้องทำมื้อเย็น
"เซียวจ้านเป่ย ท่านจะเข้าเมืองอีกรอบขากลับบ้านมาอาจไม่เจอข้ากับลูก ข้าสัญญากับนางว่าจะพาขึ้นเขาไปเก็บผักป่า ไม่เห็นก็รอในบ้านดีๆอย่าปากเสียอีก ถึงขาจะตัวเล็กก็ทำเจ้าเจ็บได้นะ"
เซียวจ้านเป่ยขำแรงเจ้าเท่ากับมด หากไม่เพราะนางเล่นงานตอนเขาเผลอนางจะทำอะไรเขาได้หรือ หันไปเห็นบุตรสาวกำลังนั่งรอมารดาอยู่ คงอยากไปเที่ยวเต็มที
ยืนมองสองแม่ลูกเตรียมมีดพร้าใส่ตะกร้าก็ถอนหายใจ ที่นี่อยู่ไกลเมืองหลวงถึงหนึ่งพันห้าร้อยกว่าลี้ เขาไม่เคยพาเซียวลี่ผิงไปไหนเลย
บุตรสาวหน้าตาคล้ายเสด็จแม่มากนัก ตอนนั้นที่เขาถูกตามฆ่าเขาเป็นเพียงซื่อจื่อที่ร่ำเรียนหนังสือเพื่อปกครองตำหนักรอรับตำแหน่งต่อจากเสด็จพ่อ ปู่หลงแอบสอนวรยุทธให้ป้องกันตัวเขาจึงพอมีฝีมือ
เดิมทีเขาแซ่อ้ายซึ่งเป็นแซ่ของราชวงศ์ แต่หลังจากถูกตามฆ่าก็เปลี่ยนมาใช้แซ่มารดาคือแซ่เซียว
ฉู่หรานซินคือบุตรใต้เท้าฉู่ฉางชิงเจ้ากรมฝ่ายการคลัง แต่งเข้ามาเป็นชายารองหลังจากที่เขาได้หกขวบ ว่ากันว่านางคือสตรีที่เสด็จพ่อรัก อีกทั้งตั้งแต่แต่งนางเข้ามาเสด็จพ่อก็ไม่มาเยือนเรือนไผ่ของเสด็จแม่อีกเลย จนนางตรอมใจจากไป
ปู่เซียวหลงเป็นสินเดิมที่ติดตามมาจากสกุลเซียว ตั้งแต่พาเขาหนีรอดมาได้ก็ตั้งใจที่จะสอนวรยุทธเขาทุกอย่าง อีกทั้งยอมพาเขาไปหาอาจารย์ตนเองโขกศีรษะคุกเข่าอยู่แรมเดือนเพื่อให้เขาได้ร่ำเรียน
ในที่สุดเขาก็เก่งกาจมีฝีมือ เรื่องที่หงซิ่ววางยาเขานั้นคงเป็นปู่หลงนั่นแหละที่ทำ เพื่อให้เขามีบุตรและใช้กลบเกลื่อนร่องรอย เขาปล่อยตัวรุงรังเหมือนตาแก่
ถ้าไม่ใช่เพราะสินสอดห้าสิบตำลึง มารดาของหงซิ่วจะยอมยกนางให้หรือ เขายังจำตอนที่เขาเสร็จสมจากนางได้ดีโมโหอยากบีบคอนางให้ตายคามือ แต่ปู่หลงมาห้ามและกลับบอกเขาว่า
""ซื่อจื่อ บ่าวรู้ว่าท่านรังเกียจสตรี แต่อย่างน้อยนางก็ไม่ขี้เหร่หากมีทายาทจะคุณหนูหรือคุณชายจะได้ดูรูปงาม บ่าวอายุมากแล้วอีกทั้งถูกพิษเรื้อรังมานาน ไม่รู้จะอยู่เป็นเพื่อนท่านได้นานแค่ไหน ข้าแอบให้นางดื่มยาบำรุงไปมากแล้ว หากครั้งนี้นางไม่ท้อง ครั้งหน้าท่านก็ฝืนใจอีกสักครั้งนะขอรับ"
นึกถึงคนที่จากไปแล้วเขาก็ถอนหายใจ เซียวหลงไม่อยู่ทันได้เห็นผิงผิงเกิดด้วยซ้ำ พิษกำเริบจนเขาจากไปก่อนหน้าเพียงเดือนเดียว
เงินที่เสด็จแม่ฝากไว้เป็นชื่อเขามีมากมายนัก แต่เพราะไม่อยากเปิดเผยร่อยรอย จึงต้องใช้ชีวิตติดดิน มีทองแท่งเล็กๆอยู่หากขายคงได้แท่งละสักสิบตำลึงซึ่งไม่พอให้ใช้ชีวิตสองคนแม่ลูก
พรุ่งนี้ขึ้นเขาล่าเสือหรือหมีสักตัว หากขายได้ก็คงมากกว่าสามร้อยถึงห้าร้อยตำลึง จะฝากเป็นชื่อนางไว้ ป้าสะใภ้นางละโมบนักถ้าเขาไม่อยู่อาจมารังแกและแย่งชิงไปได้ เห็นจูเหมยลี่กำลังจะสะพายตะกร้าก็เรียกไว้ก่อน
"เหมยลี่ ข้ามีอยากให้ช่วยหาของสักหน่อย ผิงผิงนั่งรอท่านแม่อยู่ตรงนั้นก่อนนะ ลูกเป็นเด็กดีหรือเปล่า"
"ลูกจะไม่ดื้อเจ้าค่ะ ท่านแม่รีบไปช่วยท่านพ่อนะเจ้าคะผิงผิงจะรออยู่ตรงนี้"
จูเหมยลี่เดินตามเขาเข้าไปในบ้าน ดูท่าเขาคงรู้ว่าเงินที่ซ่อนไว้ถูกนางแคะไปจนหมดแล้ว จึงอยากหาเรื่อง เพราะตกลงกันแล้วว่าจะไม่ทะเลาะหรือเถียงกันต่อหน้าเด็ก จึงต้องทะเลาะกันลับตาเจ้าตัวน้อย
"นี่ท่านลุง ถ้าจะถามเรื่องเงินที่ท่านซ่อนเอาไว้ละก็เสียใจด้วย ตอนนี้เหลืออยู่สองร้อยกว่าอีแปะเท่านั้น ส่วนหนึ่งก็อยู่ในท้องท่าน อื้อๆๆ"
