บทที่ 6 จูบ?
ณิชาภัทรดึงสัญญาซื้อขายบ้านสองฉบับที่ลงนามเรียบร้อยแล้วกลับมาถือไว้ใน รอยยิ้มพรายปรากฏบนใบหน้าด้วยความพึงพอใจ
แม้บิดาจะถูกสั่งพักงานเพื่อตรวจสอบความโปร่งใส แต่ใครจะรู้ว่าตลอดระยะเวลาหลายปีที่เขากุมอำนาจบริหาร 'บริษัทเขียวภักดี' เขาได้ยักยอกเงินเข้ากระเป๋าตัวเองไปมหาศาลเพียงใด
การจะงัดข้อกับเขาแบบตาต่อตาฟันต่อฟันในตอนนี้ คงไม่ใช่ทางเลือกของคนฉลาด
งานนี้ต้องขอบคุณอริสาจริง ๆ ที่หยิบยื่นโอกาสทองมาให้ถึงที่
ทันทีที่การโอนกรรมสิทธิ์วิลล่าหรูสองหลังเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ มันจะเป็นเส้นทางสำคัญที่นำเธอไปสู่การสืบสาวถึงแหล่งที่มาของเงินทุนสีเทาที่พ่อซุกซ่อนไว้
อชิระมองดูสัญญาซื้อขายสองฉบับนั้นด้วยความรู้สึกเจ็บปวดราวกับถูกใครมากรีดเนื้อเถือหนังออกไป ข้าวปลาแทบกลืนไม่ลง เขาทำหน้าทะมึนตึงก่อนจะสะบัดหน้าเดินกลับเข้าห้องไป
ซึ่งณิชาภัทรเองก็ไม่ได้ใส่ใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น เธอได้รับสายจากเบอร์แปลก
ปลายสายคือเสียงทุ้มต่ำที่แสนเย็นชาของชัยกร
"คุณปู่ท่านอยากเจอคุณ วันนี้ให้มาทานข้าวที่คฤหาสน์จรรยชาติ"
"อีกอย่าง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หลังจากนี้คุณต้องย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่กับผม"
ณิชาภัทรนึกถึงค่าสินไหมทดแทนจำนวนห้าร้อยล้านบาท เธอจึงตอบตกลงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ตกลงค่ะ"
หลังจากวางสาย เธอนิ่งงันอยู่ครู่หนึ่งพลางครุ่นคิดถึงข้อตกลงเรื่องค่าเสียหายและการแต่งงานสายฟ้าแลบกับชัยกร เธอตัดสินใจว่าจะต้องปิดบังแม่และพี่ชายไปก่อน
ขืนบอกไปตอนนี้ ทั้งคู่อาจเป็นกังวลจนกินไม่ได้นอนไม่หลับอย่างแน่นอน
เธอเดินไปที่ห้องของมารดา แล้วเอ่ยปากด้วยข้ออ้างที่เตรียมไว้ในใจ
"แม่คะ หนูหย่ากับณัฐพลแล้ว ช่วงนี้หนูอยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียวสักพัก เลยว่าจะย้ายไปอยู่ที่คอนโดใจกลางเมืองสักระยะนะคะ"
นันท์ชวัลได้ฟังดังนั้นก็รีบสนับสนุนทันทีด้วยความเป็นห่วง
"ก็ดีเหมือนกันลูก ไปอยู่คนเดียวจะได้พักผ่อนสมอง ดีกว่าอยู่ที่นี่ให้เห็นหน้าพ่อตัวดีของลูกที่ลำเอียงไม่เข้าเรื่อง เดี๋ยวจะพาลเสียสุขภาพจิตเปล่า ๆ"
ช่วงบ่าย ณ คฤหาสน์จรรยชาติ
คฤหาสน์ทรงไทยประยุกต์ที่ดูโอ่อ่าและแฝงไว้ด้วยความขลัง ทุกกระเบียดนิ้วสะท้อนถึงความหรูหราที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง
ทันทีที่ณิชาภัทรก้าวลงจากรถแท็กซี่ เธอก็เห็นชัยกรนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ รอรับอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของคฤหาสน์
ทั้งสองพากันเข้าไปด้านใน และได้พบกับประมุขใหญ่แห่งตระกูลจรรยชาติ... คุณปู่ของชัยกร
ชายชราแม้จะอายุมากแล้วแต่ยังคงดูแข็งแรงกระฉับกระเฉง แววตาที่เคยเฉียบคมดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความเมตตาเอ็นดูเมื่อทอดมองมายังณิชาภัทร
"หนูคือณิชาใช่ไหมลูก? หน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรากว่าในรูปเสียอีก"
ท่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะหันไปถลึงตาใส่หลานชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
"ต่อไปนี้ถ้าเจ้าหลานตัวดีมันกล้ารังแกหนู หนูมาฟ้องปู่ได้เลยนะ ปู่จะจัดการให้เอง!"
ณิชาภัทรยิ้มรับพลางตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน "คุณปู่ไม่ต้องห่วงนะคะ คุณชัยกรเขาดีกับหนูมากค่ะ"
คุณปู่ดูจะพอใจในความน่ารักและและกิริยาที่รู้จักวางตัวของเธอ จึงดึงมือเธอไปนั่งใกล้ ๆ พลางเอ่ยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบอย่างเอ็นดู
"แล้วนี่ไปรู้จักกันได้ยังไงล่ะหืม?"
"หนูณิชา... หนูไม่รังเกียจจริง ๆ หรือลูก ที่จะต้องมาแต่งงานกับหลานชายขาพิการของปู่แบบนี้?"
ณิชาภัทรเผลอเหลือบมองชัยกรโดยสัญชาตญาณ
ทว่าใบหน้าภายใต้หน้ากากครึ่งซีกนั้นเรียบเฉยจนอ่านอารมณ์ไม่ออก เขาเอาแต่นั่งเงียบกริบ ไม่คิดจะช่วยแก้สถานการณ์ใด ๆ
ทำให้เธอจำต้องสวมบทบาทนักแสดงจำเป็นต่อไป
หญิงสาวหลุบตาลงเล็กน้อย แสร้งทำท่าทีเอียงอายอย่างเป็นธรรมชาติ
"คุณปู่คะ จริง ๆ แล้ว... คุณชัยกรเป็นชายในฝันของสาว ๆ ในแวดวงสังคมเรามาตลอดค่ะ หนู... หนูเองก็แอบชื่นชมเขามานานแล้ว"
"เพราะฉะนั้น หนูไม่เคยเสียใจเลยค่ะที่ได้แต่งงานกับเขา"
ในใจเธอกลับท่องไว้เพียงประโยคเดียว... เพื่อเงินห้าร้อยล้าน เพื่อรับมือกับคุณชัยกร
และเพื่อให้คุณปู่เชื่ออย่างสนิทใจ เธอจึงตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าบิ่นที่สุด หญิงสาวขยับตัวเข้าไปใกล้ โน้มใบหน้าลงไปประทับรอยจูบแผ่วเบาลงบนหน้ากากเย็นเฉียบของชัยกรต่อหน้าต่อตาชายชรา
"ต่อไปนี้หนูจะดูแลเขาเป็นอย่างดีค่ะ"
บนรถเข็น ชัยกรคาดไม่ถึงว่านิชาจะกล้าทำถึงขนาดนี้ เขาหลุบตาลงซ่อนแววตาประหลาดใจวูบหนึ่งไว้ภายใต้ขนตาหนา
ขณะที่คุณปู่เห็นภาพความหวานชื่นตรงหน้าก็ยิ้มแก้มแทบปริด้วยความพอใจเป็นที่สุด
"ดี! ดีมาก! นี่สิหลานสะใภ้ขวัญใจปู่!"
ท่านรีบสั่งให้พ่อบ้านนำซองเอกสารสีน้ำตาลมามอบให้นิชาทันที
"นี่เป็นของรับขวัญจากปู่ รับไว้สิลูก เป็นโฉนดวิลล่าหลังงาม"
นิชารีบยกมือไหว้พลางปฏิเสธด้วยความเกรงใจ "คุณปู่คะ มันมากเกินไปค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ"
สิ้นเสียงหวาน ชัยกรที่นั่งเงียบขรึมอยู่นานก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ปู่ให้ ก็รับไว้เถอะ"
สายตาของชัยกรที่จ้องมองมายังณิชานั้นแฝงด้วยความในบางอย่าง
ทำให้เธอไม่กล้าปฏิเสธอีก และจำต้องรับซองเอกสารมาถือไว้
คุณปู่มองดูความ "รักใคร่กลมเกลียว" ของทั้งคู่ด้วยความปลาบปลื้ม จึงตัดสินใจรวบรัดตัดความเพื่อผูกมัดทั้งคู่ทันที
"ปู่เห็นพวกเธอรักกันดีขนาดนี้ วันนี้ไม่ต้องกลับไปไหนแล้ว คืนนี้นอนค้างที่คฤหาสน์นี่แหละ!"
"ปู่สั่งให้เด็กจัดห้องหอไว้เรียบร้อยแล้ว"
ณิชาภัทรและชัยกรสบตากันชั่ววูบหนึ่ง ท่ามกลางความตกใจและกดดันนั้น กลับไม่มีใครกล้าเอ่ยคำปฏิเสธออกมาแม้แต่คำเดียว
...
ตกดึก หลังจากมื้อค่ำผ่านพ้นไป
ณิชาภัทรเดินออกมาจากห้องน้ำ กลิ่นสบู่หอมอ่อน ๆ และไอน้ำอุ่นยังคงลอยอบอวลอยู่รอบกาย
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นชัยกรนั่งพิงหัวเตียง ในมือถือเอกสารฉบับหนึ่งไว้
แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาตกกระทบลงบนหน้ากากสีเงินของเขายิ่งทำให้บรรยากาศดูลึกลับ
ณิชาภัทรรู้ดีว่าหน้าที่ตามสัญญาแต่งงานคือการดูแลเขา เธอจึงเดินตรงไปที่เตียงเพื่อทำหน้าที่นั้น
"ดึกมากแล้ว คุณควรพักผ่อนนะคะ เดี๋ยวจะกระทบกับอาการบาดเจ็บที่ขา"
มือเรียวยื่นออกไปหมายจะช่วยหยิบเอกสารจากมือเขา
ทว่าชายหนุ่มกลับรวบเก็บเอกสารอย่างรวดเร็วด้วยความระแวดระวัง สันแฟ้มจึงกระแทกถูกมือของณิชา ทำให้มือของเธอปัดไปโดนหน้ากากบนใบหน้าเขาโดยไม่ตั้งใจ
กริ๊ก...
เสียงหน้ากากหลุดร่วงลงสู่พื้น
เผยให้เห็นใบหน้าคมคาย คิ้วเข้มพาดเฉียง จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป
หัวใจของณิชาภัทรกระตุกวูบ... เขาไม่ได้เสียโฉม?
ยิ่งไปกว่านั้น ใบหน้านี้... ช่างเหมือนกับผู้ชายคนนั้นที่เคยช่วยชีวิตเธอไว้ในโกดังร้างเมื่อวันก่อนไม่มีผิด!
แต่ความคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปอย่างรวดเร็ว
จะเป็นไปได้อย่างไร...
ชัยกรคือทายาทหมื่นล้านแห่งจรรยชาติกรุ๊ปที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนพิการ แล้วเขาจะไปปรากฏตัวในที่กบดานของพวกโจรแบบนั้นได้อย่างไร
ณิชาภัทรพยายามตั้งสติพลางขยับตัวเข้าไปใกล้ชัยกรอีกนิด
"หน้าของคุณ... ไม่ได้เสียโฉมเหรอคะ?" น้ำเสียงของนิชาเจือไปด้วยความตกตะลึง
"ไม่ใช่เรื่องที่คุณควรจะสนใจ" ชัยกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
นิชาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า ในใจเริ่มระแวงถึงจุดประสงค์ที่เขาต้องปิดบังใบหน้าที่แท้จริง
คงไม่ใช่ว่ามีอันตรายอะไรหรอกนะ?
"คุณชัยกร ในเมื่อตอนนี้ฉันล่วงรู้ความลับของคุณแล้ว คุณไม่กลัวฉันจะเอาไปป่าวประกาศเหรอคะ?"
"ขู่ผมเหรอ?" ชัยกรเอ่ยปากถาม แต่น้ำเสียงกลับแผงไปด้วยแววคุกคามที่ทำให้หายใจไม่ออก
ณิชาภัทรรู้สึกถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามา เธอเตรียมจะถอยหลังเพื่อเว้นระยะห่าง
แต่ยังไม่ทันได้ขยับหนี มือหนาที่ร้อนผ่าวก็คว้าหมับเข้าที่ข้อมือบางอย่างรุนแรง!
โลกทั้งใบหมุนคว้างในชั่วพริบตา ร่างระหงถูกกระชากด้วยพละกำลังมหาศาลจนเสียหลักล้มลงไปนั่งแหมะอยู่บนตักแกร่งของชายหนุ่ม
"คุณ!"
ยังไม่ทันจะเอ่ยจบประโยค ใบหน้าหล่อเหลาก็โน้มลงมาประชิด ริมฝีปากเย็นชื้นบดขยี้ลงมาอย่างดุดันเพื่อปิดปากเธอทันที
จูบนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของการช่วงชิงที่ไม่อาจต้านทาน
ณิชาภัทรพยายามดิ้นรนขัดขืนตามสัญชาตญาณ สองมือยันแผงอกกว้างเอาไว้สุดแรง
"อื้อ... ปล่อย..."
เป๊าะ!
เสียงกระดุมชุดนอนผ้าซาตินตรงหน้าอกหลุดกระเด็นเพราะแรงยื้อฉุด
ชายหนุ่มดูเหมือนจะชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะโหมระดมจูบหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ นานจนณิชาภัทรแทบจะขาดอากาศหายใจ ชัยกรถึงได้ยอมถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า
ดวงตาคมกริบฉายแววเข้มลึก สายตาหลุบมองผิวขาวเนียนวับ ๆ แวม ๆ ที่โผล่พ้นสาบเสื้อ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงเล็กน้อย
เมื่อณิชาภัทรรู้สึกตัว เธอรีบยกมือขึ้นกอดอกเพื่อปิดบังร่างกาย ใบหน้าแดงซ่านด้วยความโกรธ
"ในสัญญาไม่ได้ระบุเรื่องนี้ไว้นะคะ ฉันไม่ได้ขายตัว!"
เมื่อเห็นท่าทางพองลมเหมือนปลาปักเป้าของหญิงสาว ชัยกรกลับนึกอยากแกล้งเธอขึ้นมา
"ทำไม... คุณคิดว่าเงินห้าร้อยล้านนั่นจะได้มาง่าย ๆ งั้นเหรอ?"
ความเขินอายบนใบหน้าณิชาภัทรจางลงเล็กน้อย "แต่เราตกลงกันแล้วว่า—"
ชัยกรพูดแทรกขึ้นมาทันที "วางใจเถอะ ผมไม่มีอารมณ์กับผู้หญิงแบบคุณหรอก"
สิ้นคำสบประมาทนั้น ณิชาภัทรขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ "แล้วเมื่อกี้คุณจูบฉันทำไม?"
ชัยกรกวาดสายตามองณิชาภัทรตั้งแต่หัวจรดเท้า
พลางยอมรับในใจว่ารูปโฉมของเธอนั้นงดงามไร้ที่ติอย่างแท้จริง
เขาโน้มหน้าเข้าไปใกล้จนลมหายใจอุ่นรดที่ข้างหู แล้วกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า
"เมื่อกี้คุณปู่ส่งคนมาเฝ้าหน้าห้อง ผมบอกคุณไม่ทัน"
ณิชาภัทรเข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
ที่แท้ก็แค่การแสดงละครตบตาคนของคุณปู่เท่านั้น
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก... ก็ยังดี
แค่จูบเดียว ไม่ถือว่าขาดทุนอะไร
ทว่าลึก ๆ แล้วเธอต้องยอมรับว่าใบหน้าของชัยกรนั้นหล่อเหลาราวกับเทพเจ้าสร้าง ไม่มีที่ติเลยสักนิด
แถมเมื่อครู่ตอนที่ดิ้นรนขัดขืน มือเธอยังเผลอสัมผัสโดนแผงอกและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อแน่นตึง... สัมผัสดีชะมัด
ณิชาภัทรตบแก้มตัวเองเบา ๆ เพื่อเรียกสติจากความร้อนผ่าวที่กำลังลามเลียไปทั่วหน้า เธอรีบลุกจากตักเขาแล้วเดินจ้ำอ้าวไปที่เตียงอีกฝั่ง ล้มตัวลงนอนแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงหนีความอาย
ชัยกรมองก้อนผ้าห่มกลม ๆ บนเตียง พยายามข่มความรุ่มร้อนที่ปะทุขึ้นในกายให้สงบลง
"ต่อไปเรื่องแบบนี้คงเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลังคนอื่น โอกาสที่คุณต้องใกล้ชิดกับผมยังมีอีกมาก รีบปรับตัวให้ชินซะ"
เสียงอู้อี้ของณิชาภัทรดังลอดออกมาจากใต้ผ้าห่มเป็นการรับรู้
ครู่ต่อมา ชัยกรวางมือลงบนที่วางแขนของรถเข็น ออกแรงดันตัวแล้วลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคง เขาเดินตัวตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำโดยทิ้งรถเข็นไว้เบื้องหลัง
ณิชาภัทรที่นอนหันหลังคลุมโปงอยู่ ย่อมไม่เห็นภาพนั้น
ผู้ชายที่อยู่ด้านหลังเธอ... ขาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยพละกำลัง แข็งแรงสมบูรณ์ ไม่หลงเหลือเค้าโครงของคนพิการเลยแม้แต่น้อย
