บทที่ 7 นอนร่วมกัน

ไฟในห้องดับวูบลง

ทัศนวิสัยของณิชาภัทรมืดมิดลง แต่ประสาทสัมผัสส่วนอื่นกลับตื่นตัวขึ้นอย่างน่าประหลาด

เธอได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและยาวนานของชายหนุ่มข้างกายอย่างชัดเจน รวมถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวเขาราวกับเตาผิงมนุษย์

การต้องนอนร่วมเตียงกันตั้งแต่การพบหน้าครั้งที่สอง ทำให้ร่างกายของณิชาภัทรเกร็งขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ใจเย็นไว้ เธอบอกกับตัวเองในใจ

นี่เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจ ต่อไปคงต้องนอนร่วมเตียงกันแบบนี้อีกไม่น้อย เธอต้องรีบปรับตัวให้ชิน

หญิงสาวพยายามทำสมองให้ว่างเปล่า บังคับตัวเองให้ข่มตาหลับ

ทว่าในขณะที่สติกำลังจะเลือนราง เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มด้านหลังก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย มันชัดเจนยิ่งนักในความเงียบสงัดของยามราตรี

"พรุ่งนี้ไปที่ศูนย์การค้าเคเคแอล ในเครือจรรยชาติ ไปเลือกแหวนแต่งงานสักคู่"

"แบล็คการ์ดวางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง"

ความง่วงงุนของณิชาภัทรพลันมลายหายไปจนหมดสิ้น

เธอพลิกตัวกลับมาทันควัน พยายามมองหาโครงหน้าของเขาในความมืด "เราแต่งงานกันตามสัญญา แค่แหวนธรรมดาก็พอค่ะ ไม่ต้องซื้อแพงขนาดนั้นหรอก"

สิ้นเสียงของเธอ ไออุ่นจากร่างสูงตรงหน้าก็เคลื่อนเข้ามาประชิดอย่างกะทันหัน

กลิ่นอายของชัยกรเปรียบเสมือนตาข่ายที่มองไม่เห็น เข้าโอบล้อมรอบตัวเธอไว้

เธอสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบที่กำลังจับจ้องมาที่ใบหน้าของเธออย่างไม่วางตา

"นี่เป็นสิ่งที่ 'คุณนาย' สมควรได้รับ" น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความเย้ายวนประหลาด

ลมหายใจอุ่นจัดของชายหนุ่มแทบจะรินรดลงบนปลายจมูก ระยะห่างที่ใกล้จนน่าใจหายทำให้หัวใจของเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ

ณิชาภัทรลอบกลั้นหายใจ ก่อนจะตอบรับเสียงแผ่วเบาราวกับคนขวัญหนีดีฝ่อ "ค่ะ"

เธอกระชับผ้าห่มในมือแน่น แล้วขยับตัวถอยหนีไปชิดขอบเตียงราวกับกระต่ายตื่นตูม

แต่วินาทีถัดมา แรงดึงมหาศาลก็กระชากเธอกลับไปพร้อมกับผ้าห่ม ชัยกรดึงเธอเข้าไปหาตัวอย่างง่ายดาย!

แผ่นหลังของเธอปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่ร้อนผ่าวอย่างจัง

ลมหายใจอุ่น ๆ ของชายหนุ่มเป่ารดลงมาที่กลางกระหม่อม แฝงไปด้วยแววขบขัน

"คุณปู่สั่งให้คนรับใช้เตรียมผ้าห่มไว้แค่ผืนเดียว"

"เธอม้วนผ้าห่มไปหมดแบบนั้น กะจะให้ฉันนอนหนาวตายหรือไง?"

ณิชาภัทรเพิ่งได้สติ ใบหน้าร้อนผ่าวจนแดงระเรื่อไปถึงใบหู

เธอค่อย ๆ คลายมือที่กำผ้าห่มแน่นอย่างเก้ ๆ กัง ๆร่างกายที่เกร็งเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลง

โชคดี... ที่เขาไม่ได้มีความหมายอื่นแอบแฝง

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อณิชาภัทรตื่นขึ้นมา ที่ว่างข้างกายก็ว่างเปล่าเสียแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงความเย็นเยียบ ราวกับว่าร่างกายที่ร้อนผ่าเมื่อคืนเป็นเพียงภาพลวงตาของเธอเอง

บนโต๊ะข้างเตียง การ์ดสีดำสนิทวางสงบนิ่งอยู่ตรงนั้น บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและอำนาจของผู้เป็นเจ้าของโดยไร้สุ้มเสียง

เธอลงมาทานอาหารเช้า คุณปู่ชวนเธอคุยอยู่นานสองนานกว่าจะยอมปล่อยให้เธอออกจากบ้านด้วยความอาลัยอาวรณ์

ใจกลางเมือง ณ ศูนย์การค้าเคเคแอล

ห้างสรรพสินค้าที่ตกแต่งอย่างหรูหราแห่งนี้ เป็นศูนย์รวมของแบรนด์หรูระดับโลก และเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งของอาณาจักรธุรกิจในเครือบริษัทจรรยชาติอันยิ่งใหญ่

ณิชาภัทรเดินเข้าไปในร้านจิวเวลรี่แวนคลีฟ แอนด์ อาร์เปลส์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ชั้นหนึ่ง มุ่งตรงไปยังโซนแหวนแต่งงาน

เมื่อนึกถึงคำกำชับของชัยกรเมื่อคืน สายตาของเธอก็ข้ามผ่านดีไซน์เรียบง่ายเหล่านั้นไปโดยอัตโนมัติ และไปหยุดอยู่ที่แหวนเพชรเม็ดงามที่ประดับประดาอย่างหรูหราอลังการ

"คุณผู้หญิงตาถึงมากค่ะ นี่เป็นคอลเลกชัน 'Beloved' ประจำปีของแบรนด์เรา เพชรเม็ดกลางเป็นเพชรน้ำงามระดับดีคัลเลอร์ ไร้ตำหนิ ผลิตออกมาจำนวนจำกัดทั่วโลก สื่อความหมายถึงรักเดียวใจเดียวค่ะ"

พนักงานขายแนะนำด้วยความกระตือรือร้น

ณิชาภัทรมองดูแหวนเพชรที่ทอประกายระยิบระยับล้อแสงไฟ ก่อนจะพยักหน้า "ขอลองวงนี้หน่อยค่ะ"

เมื่อแหวนสวมลงบนนิ้วเรียวยาว มันยิ่งขับให้มือของเธอดูขาวผ่องและงดงามยิ่งขึ้น

สิบห้าล้านบาท

ณิชาภัทรมองดูราคาบนป้ายโดยที่ใจไม่ไหวติงแม้แต่น้อย

ในเมื่อชัยกรบอกให้เลือกของแพง เธอก็จะสนองเจตนารมณ์ของเขาอย่างไม่อิดออด

ขณะที่เธอกำลังจะบอกให้พนักงานห่อของ เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้น "กริ๊ง"

ตามมาด้วยเสียงหวานหยดย้อยที่ฟังดูดัดจริตจนน่าขนลุก

"ณัฐพลคะ เราแวะดูร้านนี้กันหน่อยดีไหม?"

มือของณิชาภัทรชะงักกึก

เธอเงยหน้าขึ้น สบตาเข้ากับอริสาที่กำลังควงแขนณัฐพลเดินนวยนาดเข้ามาในร้าน

เมื่อสบตากัน อริสาเหลือบไปเห็นแหวนเพชรเม็ดโตที่ส่องประกายวูบวาบบนนิ้วของณิชาภัทร แววตาของหล่อนฉายความริษยาออกมาวูบหนึ่งอย่างปิดไม่มิด แต่เพียงเสี้ยววินาที ใบหน้านั้นก็เปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ

"พี่ณิชา? บังเอิญจังเลยค่ะ พี่ก็มาซื้อของที่นี่เหมือนกันเหรอ?"

หล่อนรีบกระตุกแขนเสื้อของณัฐพลอย่างออดอ้อน "ณัฐพลคะ ดูสิ แหวนบนนิ้วพี่ณิชาสวยจังเลย ริสาอยากได้บ้าง คุณซื้อให้ริสาหน่อยได้ไหมคะ?"

สายตาของณัฐพลจับจ้องไปที่ณิชาภัทร เมื่อเห็นแหวนเพชรที่บาดตาวงนั้น คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันแน่น

บริษัทเขียวภักดีช่วงนี้มีปัญหาขาดสภาพคล่อง เธอมึปัญญาที่ไหนมาซื้อของแพงระยับขนาดนี้?

พนักงานขายเห็นท่าไม่ดี จึงรีบยิ้มเจื่อน ๆ พลางอธิบาย "ขอประทานโทษด้วยนะคะคุณผู้หญิง คอลเลกชัน 'Beloved' ทางร้านเราเหลือเพียงวงนี้วงเดียวแล้วค่ะ"

"ฉันไม่สน! ฉันจะเอาวงนี้!" อริสากระทืบเท้าเบา ๆ ส่งสายตาตัดพ้ออันน่าสงสารไปให้ณัฐพล

ณัฐพลหันขวับมาทางณิชาภัทรทันที แล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าตนมีสิทธิ์เหนือกว่า

"ถอดแหวนออกมา แล้วส่งให้ริสาลองเดี๋ยวนี้"

ณิชาภัทรแค่นหัวเราะออกมา ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลก

"ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น?"

เธอลุกขึ้นยืนช้า ๆ สายตาเย็นชาจ้องมองเขาเขม็ง "กฎของการมาก่อนได้ก่อน ไม่เข้าใจเหรอคะ? อีกอย่าง... ณัฐพล คุณใช้สิทธิ์อะไรมาชี้นิ้วสั่งฉัน?"

สามีเก่าเหรอ?

น่าสมเพชสิ้นดี!

เมื่อเห็นณิชาภัทรมีท่าทีแข็งกร้าว ขอบตาของอริสาก็แดงระเรื่อขึ้นมาทันใด

หล่อนขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังณัฐพลอย่างอ่อนแอ แล้วพูดด้วยเสียงสั่นเครือ

"พี่ณิชา อย่าโกรธเลยนะคะ เป็นความผิดของริสาเอง..."

"ริสาแค่เห็นว่าแหวนมันสวยมาก ก็เลยอยากจะขอลองใส่ดูเฉย ๆ ไม่ได้ตั้งใจจะแย่งของพี่เลยนะคะ"

พูดจบ หล่อนก็ปาดน้ำตาที่หางตาอย่างถูกจังหวะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

"ริสานึกขึ้นได้แล้ว เมื่อวานพี่ณิชาบอกว่า ของของพี่ ต่อให้ต้องตัดทิ้งเอาไปให้หมากิน ก็จะไม่มีวันตกถึงมือริสา เป็นริสาเองที่ลืมคำพูดนั้น... ขอโทษนะคะ"

คำพูดนั้นเปรียบเสมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิงแห่งโทสะของณัฐพล

เขามองณิชาภัทรด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจและตำหนิติเตียน

"ณิชาภัทร! สิ่งที่คุณทำกับริสามันยังเลวร้ายไม่พออีกเหรอ? ตอนนี้ยังจะมาฉีกหน้าเธอต่อหน้าคนอื่นอีก?"

เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอหนึ่งก้าว ก่องจ้องมองลงมาด้วยท่าทีคุกคาม

"ผมจะพูดอีกครั้ง ถอดแหวนออกมา!"

"ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าผมใช้อำนาจก็แล้วกัน!"

"ไม่มีทาง" ณิชาภัทรสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว เน้นเสียงชัดถ้อยชัดคำ

"ได้! คุณบีบผมเองนะ"

ณัฐพลหัวเราะด้วยความโกรธจัด เขาล้วงกระเป๋าหยิบบัตรสีทองอร่ามออกมา แล้วตบลงบนเคาน์เตอร์เสียงดัง "ปัง!"

"แหวนวงนี้... ผมซื้อ!"

ผู้จัดการร้านเห็นบัตรทองใบนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที

นี่คือบัตรทอง วีไอพี ระดับสูงสุดของศูนย์การค้าเคเคแอล ผู้ถือบัตรมีสิทธิพิเศษเหนือลูกค้าคนใดในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้!

ผู้จัดการรีบปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้มประจบสอพลอ หันขวับมาทางณิชาภัทร เตรียมจะขอให้เธอถอดแหวน

"คุณผู้หญิงคะ ต้องขอประทานโทษจริง ๆ..."

"คุณอย่าเพิ่งเข้ามายุ่ง" ณิชาภัทรถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

เธอจ้องมองณัฐพลเขม็ง หัวใจราวกับถูกแช่ในน้ำแข็ง ความรู้สึกเย็นยะเยือกค่อย ๆกัดกินใจทีละน้อย

"ณัฐพล... คุณจะใช้อำนาจของบัตรทองมากดขี่ฉัน เพื่อผู้หญิงคนนี้จริง ๆเหรอ?"

ใจของณัฐพลลังเลไปวูบหนึ่งในวินาทีนั้น

แต่เมื่อเขาหันไปเห็นใบหน้าอันน่าสงสารและดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของอริสา ความลังเลอันน้อยนิดนั้นก็มลายหายไปสิ้น

เขาตีหน้าขรึม น้ำเสียงไร้ซึ่งความอบอุ่นใด ๆ

"คุณทำเรื่องเลวร้ายกับริสาไว้ตั้งมากมาย คุณก็ควรจะรู้ตัวว่าผมจะใช้อำนาจจัดการกับคุณ"

"คุณหาเรื่องใส่ตัวเองทั้งนั้น"

พูดจบ เขาก็ไม่แม้แต่จะปรายตามองณิชาภัทรอีก หันไปออกคำสั่งกับผู้จัดการร้านทันที

"ภรรยาของผมไม่ชอบให้มีคนอื่นมาเกะกะในร้าน"

"เชิญผู้หญิงคนนี้... ออกไป"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป