บทที่ 1
"พุดดิ้ง อันนั้นกินไม่ได้นะ"
ทันทีที่ชามยาหกคว่ำลงกับพื้น เจ้าพุดดิ้ง แมวพันธุ์บริติช ชอร์ตแฮร์ที่ฉันเลี้ยงไว้ ก็กระโดดลงมาจากขอบหน้าต่างทันที มันแลบลิ้นเลียน้ำยาที่เจิ่งนองอยู่บนพื้น
ฉันอยากจะห้าม แต่หัวมันหนักอึ้ง ตัวก็เบาหวิว ไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว
ฉันพยายามดุไปสองสามที แต่พุดดิ้งไม่สนใจฉันเลย สุดท้ายฉันก็ต้องปล่อยเลยตามเลย
ยานั้นเป็นยาบำรุงที่สามีฉันอุตส่าห์ลำบากไปเสาะหามาให้ ถึงแม้ยาคนกับยาแมวจะไม่เหมือนกัน แต่มันกินไปแค่นิดเดียว คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง
ฉันฝืนสังขารก้มเก็บชามยาขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงอย่างยากลำบาก แล้วทิ้งตัวลงนอนหอบหายใจบนหมอน
พอพุดดิ้งเลียยาบนพื้นจนเกลี้ยง มันก็กระโดดกลับขึ้นไปบนขอบหน้าต่าง นั่งยองๆ อาบแดดแล้วใช้ขาหน้าเลียหน้าเลียตาตัวเอง
ฉันมองแสงแดดที่สาดส่องผ่านกระจกเข้ามาด้วยความโหยหา จินตนาการไม่ออกเลยว่ามันจะอบอุ่นสักแค่ไหน
ตั้งแต่ร่างกายเริ่มแย่ลง จนตอนนี้แม้แต่จะลุกขึ้นยืนยังลำบาก ฉันก็ไม่ได้ออกไปตากแดดมานานมากแล้ว
พอคิดถึงสภาพร่างกายของตัวเอง ฉันก็อดรู้สึกหดหู่ใจไม่ได้
ตั้งแต่คลอดลูกแฝดชายหญิงท้องที่สอง ร่างกายของฉันก็ทรุดโทรมลงเรื่อยๆ
เริ่มจากอาการเวียนหัว ต่อมาก็กลายเป็นง่วงซึม อ่อนเพลีย ผมร่วงเป็นกำๆ สุขภาพจิตก็แย่ลงทุกวัน
จนถึงตอนนี้ แทบจะไม่มีแรงลุกจากเตียงด้วยซ้ำ
โชคดีที่ฉันมีสามีที่รักและดูแลครอบครัวดีมากอย่าง 'อาทิตย์' หลังจากที่ฉันคลอดลูกแฝดแล้วเริ่มเวียนหัวบ่อยๆ เขาก็เป็นห่วงสุขภาพฉันมาก พยายามเกลี้ยกล่อมให้ฉันวางมือจากงานแล้วมาพักผ่อนอยู่บ้าน
ส่วนตัวเขาเอง เพื่อที่จะมาดูแลฉัน ก็ยอมทิ้งอาชีพนักเขียนบทที่เขารัก ผันตัวมาช่วยบริหารบริษัทที่พ่อแม่ฉันทิ้งไว้ให้
ใครที่รู้จักเราต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาติที่แล้วฉันคงไปกู้ชาติมาแน่ๆ ถึงได้เจอสามีดีขนาดนี้
ตัวฉันเองก็คิดเหมือนกัน มีสามีที่รักฉัน มีลูกๆ ที่น่ารักและรู้ความอีกสามคน ฉันนี่มันคือผู้ชนะในชีวิตชัดๆ!
ติดก็แต่ร่างกายของฉันนี่แหละ ที่ไม่รักดี อยู่ๆ ก็ทรุดลง ไปตรวจโรงพยาบาลใหญ่ๆ มาทั่วแล้ว ก็ยังหาสาเหตุไม่เจอ
สามีทำเพื่อฉันทุกอย่าง วิ่งเต้นหาวิธีรักษา สรรหายาดีๆ มาให้ลอง
แถมยังจ้างแม่บ้านมาดูแลฉันเป็นพิเศษ คอยต้มยา กำชับให้ฉันกินยาตรงเวลาทุกมื้อ หวังเพียงให้ฉันหายป่วยเร็ววัน
ฉันเองก็อยากหายเร็วๆ เหมือนกัน แต่ทว่า...
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก..."
ในขณะที่ฉันกำลังคิดฟุ้งซ่าน แม่บ้านก็เคาะประตูเข้ามา "คุณผู้หญิงคะ ทานยาหรือยังคะ"
แม่บ้านคนนี้สามีเป็นคนหามา ชื่อ 'จอย' อายุเพิ่งจะยี่สิบห้าปี
หน้าตาจิ้มลิ้มหมดจด ถึงจะยังเด็ก แต่ก็ซื่อสัตย์ ขยันขันแข็ง ดูแลฉันดีมาก
ฉันพอใจในตัวเธอมาก เคยชมให้สามีฟังไม่รู้กี่ครั้ง แถมยังให้สามีขึ้นเงินเดือนให้เธอไปตั้งสองรอบแล้ว
ฉันเหลือบตามองพุดดิ้งที่กำลังล้างหน้าอยู่บนขอบหน้าต่าง ไม่ได้บอกไปว่ายาหกแล้วแมวมากินไปแล้ว
ทำเพียงแค่พยักหน้า แล้วตอบเสียงแผ่วเบาว่า "กินแล้วจ้ะ"
ยานี้ฉันกินมาตั้งแต่เริ่มมีอาการเวียนหัวเมื่อสามปีก่อน กินมาจนป่านนี้ก็ไม่เห็นจะดีขึ้น ร่างกายกลับยิ่งแย่ลง
พูดตามตรง หกไปซะได้ก็ดี!
ฉันไม่อยากกินมันมาตั้งนานแล้ว
จอยยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ "ทานแล้วก็ดีค่ะ คุณผู้ชายกำชับนักกำชับหนา ว่าต้องให้คุณทานยาให้ตรงเวลาทุกวัน" จอยเก็บชามยาอย่างคล่องแคล่ว พลางพูดด้วยความชื่นชม "หนูเป็นแม่บ้านมานาน เพิ่งเคยเจอสามีที่ดีเหมือนคุณผู้ชายเป็นครั้งแรก คุณผู้หญิงนี่โชคดีจริงๆ เลยนะคะ!"
ฉันรู้ดีว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน
เพียงแต่ถ้าฉันมีร่างกายที่แข็งแรงด้วย มันคงจะดีกว่านี้มาก!
ฉันถอนหายใจในใจ มองออกไปที่แสงแดดจ้านอกหน้าต่าง "จอย ฉันอยากออกไปตากแดดบ้างจัง"
"ได้สิคะคุณผู้หญิง" จอยรับคำยิ้มๆ "เดี๋ยวหนูเก็บของเสร็จแล้วจะมาเข็นรถพาออกไปนะคะ"
"อืม"
จอยเดินออกไปแล้ว ประตูปิดลงอีกครั้ง ไม่รู้ทำไม ความเงียบภายในห้องถึงทำให้ฉันรู้สึกใจคอไม่ดีชอบกล
ทันใดนั้น...
"เมี๊ยว..."
เสียงร้องโหยหวนของแมวดังขึ้น ฉันสะดุ้งหันขวับไปมองด้วยความตกใจ เห็นเจ้าพุดดิ้งร่วงผล็อยลงมาจากขอบหน้าต่าง หัวทิ่มลงพื้น ชักกระตุกอยู่บนพรมสองสามที แล้วก็นิ่งสนิทไป
ถ้าไม่ใช่เพราะท้องของมันยังกระเพื่อมอยู่ ฉันคงคิดว่ามันตายไปแล้ว
แต่อยู่ดีๆ พุดดิ้งจะตกลงมาจากหน้าต่างได้ยังไง?!
อย่าว่าแต่แมวที่มีการทรงตัวดีเยี่ยมเลย ปกติพุดดิ้งแข็งแรงมาก ต่อให้ตกลงมาแค่นี้ ก็ไม่น่าจะถึงกับสลบเหมือดไปแบบนั้น
แถมมันยังเป็นแมวที่ฉันซื้อมาตอนคลอด 'แจ็ค' เป็นของขวัญให้ลูกชาย ปกติเลี้ยงดูประคบประหงมอย่างดี ไม่มีทางที่จะไปกินอะไรผิดสำแดง หรือมีโรคประจำตัวกำเริบแน่ๆ
สิ่งเดียวที่มันกินเข้าไป แล้วผิดปกติ ก็คือ...
ฉันหันขวับกลับมา จ้องเขม็งไปที่คราบยาจางๆ บนพื้น
จู่ๆ ความเย็นยะเยือกก็แล่นปราดขึ้นมาจากแผ่นหลัง
ฉันรีบตะเกียกตะกายลงจากเตียงด้วยความตื่นตระหนก หัวหนักอึ้ง ขาแข้งอ่อนปวกเปียกเหมือนเส้นก๋วยเตี๋ยว เดินได้ก้าวเดียวก็ล้มฟุบลงกับพื้น
แต่ฉันไม่กล้าร้องออกมา ไม่รู้ทำไม ฉันถึงกลัวว่าจะมีคนได้ยิน
ฉันค่อยๆ กระเถิบตัวไปหาพุดดิ้งอย่างยากลำบาก ประคองร่างนิ่มๆ ของมันขึ้นมา
มันเหมือนกำลังหลับ แต่ต้องหลับลึกขนาดไหนกัน ถึงจับเขย่าเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น
ฉันมองดูมันที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แล้วอดจินตนาการไม่ได้ว่า เวลาฉันกินยาแล้วหลับไป ฉันจะมีสภาพเหมือนมันหรือเปล่า
ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ปล่อยให้ใครทำอะไรก็ได้!
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง?
ยาพวกนี้ อาทิตย์อุตส่าห์ดั้นด้นขับรถไปไกลเป็นพันกิโลเพื่อไปหาหมอผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงมาปรุงให้
เขารักฉันขนาดนั้น เขาจะทำร้ายฉันได้ยังไง?
แต่ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใคร?!
ชั่วพริบตา ฉันรู้สึกเหมือนตกลงไปในถังน้ำแข็ง ความหนาวเหน็บเกาะกุมไปทั่วร่างจนตัวสั่น
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากหน้าห้อง
ฉันสะดุ้งเฮือก ได้สติขึ้นมา ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน รีบอุ้มพุดดิ้งปีนกลับขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว
หัวใจเต้นรัวแรง แต่ฉันรีบหลับตาปี๋ พยายามเหยียดแขนขา ทำท่าเหมือนคนกำลังนอนหลับ
เสียงฝีเท้าหยุดลงที่หน้าประตู ฉันได้ยินเสียงคนหมุนลูกบิดประตู ร่างกายเกร็งจนสั่นเทาเล็กน้อย
ประตูถูกผลักเปิดออก คนคนนั้นดูเหมือนจะแค่ชะโงกหน้าเข้ามาดู แล้วก็ปิดประตูลง
จากนั้น เสียงพูดคุยเบาๆ ก็ดังขึ้นที่ทางเดิน "ยาห้ามขาด ต้องเฝ้าให้กินให้หมด..."
เสียงนั้นค่อยๆ ห่างออกไป ประโยคที่เหลือฉันได้ยินไม่ถนัด
ฉันลืมตาโพลงมองเพดานสีขาวโพลน รู้สึกเหมือนเพิ่งถูกงมขึ้นมาจากน้ำเย็นจัด
ความกลัวทำให้ฉันตัวสั่นไม่หยุด อาทิตย์หมายความว่ายังไง?
เขาต้องการจะทำร้ายฉันจริงๆ เหรอ?
บ้านเราฐานะดี ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อแม่ทำธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ช่วงหลายปีก่อนอสังหาริมทรัพย์บูม บริษัทของพ่อแม่เลยเติบโตมาก
แต่หลังจากฉันแต่งงานกับอาทิตย์ได้ไม่นาน พ่อแม่ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิต ฉันเลยต้องรับช่วงต่อบริษัท
ต่อมาพอสุขภาพฉันเริ่มแย่ ฉันก็โอนสิทธิ์การบริหารให้อาทิตย์ดูแลแทนชั่วคราว เพื่อจะได้พักรักษาตัว
ถ้าเขาคิดจะฆ่าฉันจริงๆ เหตุผลมันก็ฟังขึ้น
เพราะถ้าฉันตาย ในฐานะสามี เขาก็จะได้รับมรดกทั้งหมดของฉันไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
แต่... จะเป็นเขาจริงๆ เหรอ?
ฉันกับอาทิตย์รักกันมาห้าปี แต่งงานกันมาอีกสามปี
แปดปีที่ผ่านมา เขาเสมอต้นเสมอปลายกับฉันมาตลอด
เทศกาล วันครบรอบ เขาจะมีเซอร์ไพรส์ให้เสมอ บางครั้งงานยุ่งจนไม่มีเวลาให้ เขาก็จะซื้อของขวัญมาง้อ มาเอาใจฉัน
ฉันทำกับข้าวไม่เป็น เขาก็เหมางานบ้านทุกอย่าง ซักผ้า ทำกับข้าว เลี้ยงลูก ไม่เคยบ่นสักคำ
ตอนฉันป่วย เขาดูร้อนใจยิ่งกว่าใคร
พาฉันไปตระเวนหาหมอตามโรงพยาบาลต่างๆ หาหนังสือมาอ่านเพื่อหาวิธีรักษาฉัน
พอได้ยินใครว่าที่ไหนมีหมอดี เขาก็จะรีบจองตั๋วเครื่องบินพาฉันไปหาทันที
แม้แต่เพื่อนสนิทฉันยังบอกเลยว่า อาทิตย์ดูแลฉันเหมือนพ่อดูแลลูกสาว
หลายครั้งที่ลูกสาวแท้ๆ ยังต้องมาทีหลังฉัน
เพราะเขาบอกว่า ลูกสาวโตขึ้นก็ต้องมีชีวิตของตัวเอง ต้องแต่งงานออกเรือนไป
มีแค่ฉันคนเดียว ที่จะเป็นคู่ชีวิตเดินเคียงข้างเขาไปจนแก่เฒ่า
ดังนั้นใครก็มาแทนที่ฉันในใจเขาไม่ได้!
ผู้ชายที่รักฉันมากขนาดนี้ จะทำร้ายฉันได้ลงคอเหรอ?
คนคนหนึ่ง ถ้าคิดร้ายกับเราจริงๆ จะสามารถเสแสร้งแกล้งทำดี ประคบประหงมเราเหมือนไข่ในหินได้เป็นสิบปีเชียวเหรอ?
ฉันไม่อยากจะเชื่อ
เพราะถ้าเป็นเรื่องจริง เขาก็น่ากลัวเกินไปแล้ว!
แต่ถ้าไม่ใช่เขา แล้วจะเป็นใครล่ะ?!
ในบ้านหลังนี้ นอกจากอาทิตย์กับพวกเด็กๆ ก็เหลือแค่จอยที่เป็นแม่บ้าน
แต่จอยก็ดูซื่อๆ และไม่มีความแค้นอะไรกับฉัน
บ้านอื่นจ้างแม่บ้านสาวๆ สวยๆ นายจ้างผู้หญิงอาจจะต้องระแวงว่าจะแอบกินกันเองกับสามี
แต่จอยวางตัวดีมาก รู้จักกาละเทศะ แทบจะไม่เสนอหน้าออกมาตอนอาทิตย์อยู่บ้านเลย
แถมเวลาอาทิตย์อยู่บ้าน เขาก็ขลุกอยู่แต่กับฉัน สองคนนั้นแทบไม่มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพัง
อาทิตย์ก็เป็นไปไม่ได้ จอยก็ไม่มีแรงจูงใจ แล้วคนที่คิดจะฆ่าฉัน... คือใครกันแน่?
