บทที่ 12 สามีสวมรอย EP12
โต๊ะไม้สักขัดเงาและเก้าอี้บุนวมกำมะหยี่ถูกเคลื่อนมาวางไว้กึ่งกลางเวที สำหรับให้บ่าวสาวนั่งลงนามในเอกสารสำคัญ โดยมีนายอำเภอยืนคอยท่าอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
กำพลเดินตรงเข้ามาหาบุตรสาว มือหนาคว้าจับเรียวแขนบอบบางเอาไว้แน่น กึ่งจูงกึ่งบังคับให้เธอเดินไปที่โต๊ะตัวนั้น
“คุณพ่อคะ นี่มันอะไรกัน ขวัญไม่ยอมนะคะ จะให้ขวัญจดทะเบียนสมรสทำไม ยังไงสุดท้ายเราก็ต้องหย่ากันอยู่ดี”
เพลงขวัญกระซิบเสียงเครียด เธอคิดเอาไว้ตลอดทั้งคืนว่าหลังจากงานงี่เง่านี้จบลง เธอจะคุยกับอีตาเจ้าบ่าวตัวแทนให้รู้เรื่อง เธอไม่มีวันยอมใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายปากร้ายคนนั้นเด็ดขาด จบงานก็ถือว่าทางใครทางมัน หลังจากนั้นเธอจะขอบิดาบินไปพักผ่อนชอปปิงที่ยุโรปสักเดือนสองเดือน ส่วนเรื่องงานในวงการ ทันทีที่ข่าวท้องปลอม ๆ นั่นกระพือออกไป บรรดาลูกค้าก็พากันทยอยยกเลิกพรีเซ็นเตอร์กันเป็นแถว ซึ่งเธอก็ไม่ได้แคร์อะไร ในเมื่อต่อให้ไม่มีงาน เธอก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติไม่อดตาย
“จด ๆ ไปก่อนเถอะลูก ตอนนี้ได้ฤกษ์งามยามดีแล้ว” กำพลบีบแขนลูกสาวเบา ๆ
“ไม่นะคะ ขวัญไม่จด แค่ต้องมายืนยิ้มปั้นหน้าแต่งงานกับเขามันก็แย่พออยู่แล้วนะคะพ่อ” เพลงขวัญขืนตัว กัดฟันกระซิบให้บิดาได้ยินกันเพียงสองคน
“ทำเพื่อพ่อสักครั้งเถอะนะขวัญ ถือว่าพ่อขอร้อง”
แววตาอ้อนวอนและน้ำเสียงสั่นพร่าของบิดา ทำให้เพลงขวัญชะงักไป ความดื้อดึงที่พกมาเต็มกระเป๋าค่อย ๆ พังทลายลงเมื่อเห็นรอยย่นรอบดวงตาของคนที่รักเธอที่สุด สุดท้ายดาราสาวจึงจำต้องทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้าง ๆ อีตาปากหมาที่ตอนนี้นั่งรอหน้าสลอนอยู่ก่อนแล้ว
“นี่นายรู้อยู่ก่อนแล้วใช่ไหมว่าจะต้องมีการจดทะเบียนสมรสด้วย” ทันทีที่นั่งลง หญิงสาวก็เค้นเสียงถามรอดไรฟันด้วยความเคียดแค้น
ปริญญ์เพียงแค่ยักไหล่เบา ๆ แทนคำตอบ ก่อนจะหยิบปากกาด้ามทองขึ้นมาเตรียมเซ็น
“ฉันถาม นายไม่ได้ยินหรือไงฮะ”
เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำเมินตั้งท่าจะจรดปลายปากกาลงบนกระดาษ เพลงขวัญก็ฟิวส์ขาด เอื้อมมือไปกระชากแขนเสื้อทักซิโด้ของชายหนุ่มเต็มแรง จนลืมตัวไปสนิทว่าตอนนี้เธอกับเขากำลังตกเป็นเป้าสายตานับร้อยคู่ รวมถึงเลนส์กล้องของสื่อมวลชน
“อย่ามาเล่นตัวเรียกร้องความสนใจแถวนี้ เซ็น ๆ ไปซะให้มันจบเรื่อง แล้วค่อยไปวีนต่อหลังไมค์ ไม่เห็นหรือไงว่าคนเขากำลังมองเราอยู่”
ปริญญ์กระซิบเตือนสติเสียงดุ ยิ่งเธอแสดงอาการต่อต้านมากเท่าไร มันก็ยิ่งเป็นผลเสียต่อตัวเธอเองเท่านั้น ลำพังแค่ป้ายชื่อเจ้าบ่าวที่ถูกสลับตัวกะทันหัน ก็ทำเอาแขกเหรื่อซุบซิบนินทากันจนปากฉีกแล้ว
“นี่นาย ฝากไว้ก่อนเถอะ”
เพลงขวัญฮึดฮัด แต่เมื่อหันไปเห็นกล้องที่ซูมเข้ามา เธอจึงจำยอมคลายมือออกอย่างเลี่ยงไม่ได้
ปริญญ์ไม่สนใจท่าทีฮึดฮัดของเจ้าสาวจอมวีนอีก เขาจรดปลายปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงบนช่องว่างอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเลื่อนแผ่นกระดาษไปตรงหน้าหญิงสาว พร้อมส่งสายตากดดันกึ่งบังคับให้เธอรีบเซ็นตาม เขาอยากให้พิธีน่าเบื่อนี้จบ ๆ ไปเสียที เพราะตอนนี้ทั้งเหนื่อยล้าและง่วงนอนจนตาแทบปิด อยากจะทิ้งตัวลงนอนสักตื่นก่อนจะต้องตื่นมาผจญกับงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสในช่วงค่ำ
เมื่อหลังชนฝา เพลงขวัญจึงตวัดลายเซ็นลงไปบนกระดาษด้วยมือที่สั่นเทาเพราะความโกรธ ทันทีที่ทุกอย่างเสร็จสิ้น ทะเบียนสมรสสองใบก็ถูกยื่นให้คู่บ่าวสาวถือโชว์ เพื่อให้ช่างภาพบันทึกภาพแห่งความทรงจำ เสียงปรบมือแสดงความยินดีเกรียวกราวจากแขกเหรื่อดังก้องห้องบอลรูม เว้นเสียแต่รอยยิ้มของคู่บ่าวสาวเท่านั้น ที่ฝืนเกร็งราวกับกำลังกลืนบอระเพ็ดขมจัดลงคอ
สี่ชั่วโมงต่อมา หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการอันแสนตึงเครียดในช่วงเช้า เจ้าบ่าวเจ้าสาวป้ายแดงก็ถูกต้อนให้เข้ามาพักผ่อนในห้องรับรองวีไอพีด้านหลังงาน โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตามเข้ามาด้วย หลังจากส่งแขกเหรื่อกลับจนหมด แขกบางรายที่มาจากต่างจังหวัดหรือไม่อยากฝ่าการจราจรติดขัด ก็เลือกที่จะเปิดห้องพักของโรงแรมเพื่อรอร่วมงานเลี้ยงฉลองในช่วงเย็น
ปัง
“นี่มันหมายความว่ายังไงคะ ทำไมไม่มีใครบอกขวัญเลยว่าจะมีการมัดมือชกให้จดทะเบียนสมรสแบบนี้”
ทันทีที่ประตูห้องรับรองปิดสนิทลง เพลงขวัญก็ระเบิดอารมณ์ หันไปตวาดถามทุกคนที่อยู่ในห้องด้วยความอัดอั้น
“หนูขวัญ รักษามารยาทด้วยลูก” กำพลรีบปรามบุตรสาวเสียงเข้ม เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นสีหน้าของพิณนาราที่แสดงออกชัดเจนว่าไม่ปลื้มปฏิกิริยาก้าวร้าวของลูกสาวเขาเอาเสียเลย
“งั้นคุณพ่อก็อธิบายขวัญมาสิคะ ว่านี่มันเรื่องบ้าอะไร พ่อบังคับให้ขวัญจดทะเบียนกับผู้ชายคนนี้ ก็เท่ากับว่าขวัญกับเขา”
