บทที่ 3 สามีสวมรอย EP3
“จะมากไปแล้วนะคะคุณอา คุณอามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาต่ำๆ แบบนี้กับขวัญ แล้วลูกชายของคุณอาทำตัวดีนักหรือไง เที่ยวนอนกับผู้หญิงไม่เลือกหน้า มั่วไม่เลือกที่ คลำเจอไม่มีหางก็ลากขึ้นเตียงไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้น ที่ขวัญลดตัวมายอมแต่งงานด้วยนี่ก็ถือเป็นบุญกะลาหัวเท่าไรแล้วคะ”
สถานการณ์ภายในบ้านบานปลายจนถึงขีดสุด เมื่อพิณนาราและเพลงขวัญเปิดฉากสาดวาจาเชือดเฉือนกันอย่างไม่มีใครยอมใคร เหลือแต่ประมุขของทั้งสองตระกูลที่ได้แต่นั่งหน้าเคร่งเครียด ครั้นจะไปกระชากตัวเจ้าบ่าวตัวดีมารับผิดชอบ ก็ไม่รู้ป่านนี้ไปมุดหัวอยู่ในหลืบไหน
ทว่า…ท่ามกลางเสียงทะเลาะโวยวายที่ดังลั่นทะลุออกไปนอกบ้าน เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นกระทบพื้นหินอ่อน เสียงนั้นลากยาวและเนิบนาบ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งจะก้าวพ้นกรอบประตูเข้ามา
เสื้อเชิ้ตยีนส์สีซีดที่พับแขนลวกๆ ขึ้นมาถึงศอก กับกางเกงคาร์โก้สีเข้มเปื้อนฝุ่นดิน ขัดกับสภาพแวดล้อมหรูหราของคฤหาสน์อย่างสิ้นเชิง ชายหนุ่มผู้เพิ่งเดินทางกลับบ้านเป็นครั้งแรกในรอบห้าปีขมวดคิ้วเข้มเข้าหากัน ดวงตาคมกริบกวาดมองความพังพินาศและเศษซากอารมณ์ของคนในห้องโถงรับแขก แทนที่จะมีเสียงเฮฮารื่นเริงเตรียมงานมงคล กลับกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อม
“เกิดอะไรขึ้นครับ” เสียงทุ้มพร่าเอ่ยถามทำลายความเงียบ
บุคคลทั้งสี่หันขวับไปมองยังต้นเสียงเป็นตาเดียว โดยเฉพาะเพลงขวัญ ทันทีที่นัยน์ตาคู่สวยตวัดไปเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งก้าวเข้ามา เส้นความอดทนที่ตึงเปรี๊ยะของดาราสาวก็ขาดผึงลงในเสี้ยววินาที
ไอ้ผู้ชายเฮงซวย กล้าหนีงานแต่ง กล้าทิ้งจดหมายหยามหน้าเธอ แล้วยังกล้าโผล่หัวมาที่นี่อีกงั้นเหรอ
เพลงขวัญลุกพรวด ร่างบางสั่นสะท้านด้วยแรงโทสะ สองขาก้าวฉับๆ ตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมายโดยไม่รอให้ใครหน้าไหนได้อ้าปากห้าม มือเรียวเงื้อมขึ้นสุดแขนก่อนจะฟาดลงบนแก้มสากของชายหนุ่มเต็มแรง
เผียะ
เสียงฝ่ามือกระทบเนื้อดังสนั่นลั่นห้อง ใบหน้าคร้ามแดดของชายหนุ่มหันไปตามแรงตบ รอยแดงรูปนิ้วมือทั้งห้าปรากฏชัดขึ้นบนผิวแก้มทันตาเห็น
“นี่สำหรับชื่อเสียงของฉัน” ดาราสาวตวาดลั่น น้ำเสียงและแววตาเกรี้ยวกราดจดจ้องมองใบหน้าหล่อเหลานั้นอย่างกินเลือดกินเนื้อ ผู้ชายตรงหน้าถ้าไม่เลือดกบปาก อย่ามาเรียกเธอว่าเพลงขวัญ
เธอเงื้อมมือขึ้นอีกครั้ง และฟาดซ้ำลงไปที่เดิมโดยที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ขยับตัวหนี
เผียะ
“และนี่สำหรับไอ้หน้าตัวเมียที่คิดจะล้มงานแต่ง นึกว่าตัวเองเป็นใคร กล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้”
หญิงสาวหอบหายใจแรง อกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่อัดแน่นจนแทบระเบิด ทว่า…คนที่ถูกตบซ้ายขวาจนหน้าหันกลับไม่ได้ร้องโวยวาย หรือแสดงท่าทีหวาดกลัวอย่างที่ ‘ปราณ’ ควรจะเป็น ชายหนุ่มเพียงแค่ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ ก่อนจะตวัดสายตาดุดันกลับมามองเธอ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นนิ่งลึก เยียบเย็น และมีกลิ่นอายดิบเถื่อนบางอย่างที่ทำให้เพลงขวัญเผลอชะงักลมหายใจไปชั่วครู่
“ขวัญ หยุดเดี๋ยวนี้ นั่นไม่ใช่นายไม้ลูก”
กำพลรีบถลาเข้ามาดึงแขนบุตรสาวเอาไว้ มองปราดเดียวคนเป็นพ่อก็รู้ว่าบุรุษตรงหน้า ไม่ใช่เจ้าตัวปัญหาที่หนีหาย แต่เป็น ‘นายหมอก’ น้องชายฝาแฝดที่ไม่เคยเจอหน้าค่าตามาหลายปี
เพลงขวัญเบิกตากว้าง สติที่ขาดผึงเริ่มกลับเข้ารูปเข้ารอย เธอเดินถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อตระหนักได้ว่าสิ่งที่บิดาพูดคือความจริง
แม้ว่าผู้ชายตรงหน้าจะมีโครงหน้า จมูกโด่งสัน หรือแม้กระทั่งความสูงที่เหมือนกันราวกับพิมพ์หล่อออกมาจากบล็อกเดียวกัน แต่ทว่าการแต่งกาย รังสีความกดดันรอบตัว และโดยเฉพาะแนวไรหนวดจางๆ ที่ขึ้นครึ้มเหนือสันกราม บ่งบอกชัดเจนว่านี่ไม่ใช่คุณชายสำอางอย่างปราณ เส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นทรงนั่นก็ต่างกันลิบลับ
แต่ดาราสาวเชิดหน้าขึ้น รวบรวมความเย่อหยิ่งกลับมาสวมทับใบหน้าสวยเฉี่ยวอีกครั้ง
‘ช่างปะไร ตบใครมันก็เจ็บเหมือนกันนั่นแหละ ถือเสียว่าฟาดเคราะห์แทนแฝดพี่ของเขาก็แล้วกัน’
