บทที่ 4 สามีสวมรอย EP4
ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคร้ามแดดยืนนิ่งงัน นิ้วแกร่งยกขึ้นแตะมุมปากที่ได้เลือดเพราะแรงตบของหญิงสาวแปลกหน้า ไม่สิ ต้องเรียกว่า ‘ว่าที่พี่สะใภ้’ ถึงจะถูก
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”
ปริญญ์ หรือ ‘หมอก’ น้องชายฝาแฝดของปราณเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ เขานึกเปรียบเทียบความวุ่นวายภายในคฤหาสน์หรูหราแห่งนี้ กับความสงบเงียบของ ‘เกาะสายหมอก’ ที่เขาเพิ่งจากมาไม่ได้
ห้าปีแล้วที่เขาตัดสินใจขออนุญาตบุพการีเดินทางออกจากเมืองกรุงเพื่อไปตามหาความฝัน ทิ้งชีวิตที่มีแต่รถราและตึกสูงใหญ่ที่มองไปทางไหนก็ไม่เจริญหูเจริญตา ไปบุกเบิกเกาะร้างซึ่งเป็นมรดกตกทอดของคุณปู่ที่ทิ้งไว้ให้บิดา ด้วยความที่เป็นคนรักธรรมชาติ ชอบอยู่กับท้องฟ้าและน้ำทะเลมากกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ปริญญ์พลิกฟื้นเกาะร้างให้กลายเป็นเกาะส่วนตัว ทำฟาร์มไข่มุกจนชื่อเสียงโด่งดัง ส่งออกไปยังต่างประเทศจนกลายเป็นเศรษฐีย่อม ๆ ของทางภาคใต้
แต่เพราะเป็นคนชอบเก็บตัว รักความสงบ เขาจึงไม่ค่อยได้ตามข่าวสารแวดวงสังคมในเมืองกรุงสักเท่าไร โดยเฉพาะเรื่องว่าที่เมียของพี่ชาย ที่ได้ข่าวแว่ว ๆ ว่าเป็นถึงดาราดังระดับแถวหน้าของเมืองไทย ทว่าวันนี้ ทันทีที่เขาได้เห็นตัวจริงเสียงจริง และได้ลิ้มรสฝ่ามือหนัก ๆ ของว่าที่พี่สะใภ้เข้าเต็มสองฉาด ปริญญ์ก็เริ่มตระหนักถึงข้อมูลที่บรรดาลูกน้องบนเกาะอุตส่าห์ไปสืบเสาะมาเล่าให้ฟังเพื่อไม่ให้เจ้านายตกข่าว
‘เพลงขวัญ ดาราสาวเจ้าบทบาท มีนิสัยชอบเหวี่ยงขี้วีน และมีข่าวคาวกับบรรดาดาราชายร่วมค่ายแทบจะทุกคน แต่ที่หนักสุดคงจะเป็นพระเอกหน้าหล่อลูกครึ่งที่มีข่าวว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นตั้งท้อง จนต้องประกาศแต่งงานสายฟ้าแลบเพื่อกลบข่าวฉาว’ นี่คือสิ่งที่เขาได้รับรู้มา
“มานั่งก่อนสิลูก” ประภพกวักมือเรียกบุตรชายให้เข้ามาภายในบ้าน และให้มานั่งลงบนโซฟาตัวที่ว่าง
ปริญญ์เดินไปนั่งตามคำสั่งของบิดาอย่างว่าง่าย “คุณอาสวัสดีครับ ไม่เจอกันนานคุณอาสบายดีนะครับ” ผู้มาใหม่ยกมือขึ้นไหว้เพื่อนรักของบิดาด้วยความเคารพ
“อาสบายดี ว่าแต่เราเถอะหายหน้าหายตาไปเลย”
กำพลรับไหว้พร้อมกับทักทายอย่างเป็นมิตร เพราะสำหรับเขาแล้วปริญญ์เป็นหลานชายอีกคนที่เขาให้ความเอ็นดู และอาจจะมากกว่าปราณเสียด้วยซ้ำ เพราะหลานชายคนนี้มีนิสัยรักสงบ และนิสัยค่อนข้างเหมือนกับประภพคือพูดน้อย จริงใจ และไม่ชอบรับอะไรจากใครง่าย ๆ ชอบสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตนเองมากกว่า
ทำไมเขาถึงรู้นิสัยดีนะหรือ ก็ในเมื่อคนที่เขาเสนอจะส่งเสียให้ไปเรียนเมืองนอกพร้อมกับบุตรสาวคือปริญญ์ตั้งแต่แรก ทว่าหลานชายคนนี้ขอปฏิเสธเนื่องจากอยากเดินตามความฝันของตนเอง โดยที่ปราณเป็นฝ่ายขอรับข้อเสนอเอาไว้เอง แต่แทนที่ปราณจะเลือกเรียนที่เดียวกับเพลงขวัญ กลับเลือกเรียนกันคนละประเทศ จึงไม่ได้ทำความรู้จักกันอย่างจริงจัง
กระทั่งเมื่อหลายเดือนก่อน ข่าวคาวของบุตรสาวเริ่มโด่งดังจนทำให้ชื่อเสียงของครอบครัวพลอยด่างพร้อยไปด้วย ทำให้เขาต้องเข้าไปคุยกับเพื่อนรักถึงเรื่องสัญญาที่เคยให้กันไว้ในอดีต จริงอยู่ที่การตัดสินใจครั้งนี้ค่อนข้างจะเห็นแก่ตัวไปสักหน่อย แต่เขาเชื่อสุดหัวใจว่าลูกสาวสุดที่รักไม่ได้ทำเรื่องเสื่อมเสียอย่างที่เป็นข่าว
อีกทั้งคนเป็นพ่ออย่างเขาก็อยากเห็นแก้วตาดวงใจเป็นฝั่งเป็นฝาจะได้หมดห่วง สำหรับคนเป็นพ่อมีสามสิ่งที่อยากเห็นจากลูก นั่นคือลูกสาวเรียนจบ มีงานทำที่มั่นคงเลี้ยงตัวเองได้ และข้อสุดท้ายคือมีสามีและครอบครัวที่อบอุ่น นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาอยากให้เพลงขวัญแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนรัก เขามั่นใจว่าถ้าลูกสาวได้แต่งงานด้วย นิสัยเอาแต่ใจอาจจะเปลี่ยนไป เป็นกุลสตรีมากขึ้น อย่างน้อยปราณก็เป็นลูกของประภพผู้มีเหตุผลและรักครอบครัว กับพิณนาราภรรยาที่มั่นคงในรัก นั่นย่อมการันตีได้ว่าปราณจะเป็นสามีที่ดีต่อลูกสาวของเขาได้ไม่ยาก
หลังจากพูดคุยกับเพื่อนรักจบ ก็ถึงคราวเกลี้ยกล่อมเพลงขวัญ ซึ่งในตอนแรกบุตรสาวค้านหัวชนฝา จะไม่ยอมแต่งงานท่าเดียว เพราะยึดถือคติที่ว่าจะแต่งงานกับคนที่ตัวเองรักเท่านั้น เขาถึงได้เปิดโอกาสให้หลานชายกับลูกสาวได้พบกัน ได้ลองศึกษานิสัยใจคอกันก่อนจะกำหนดวันแต่ง จนกระทั่งเวลาผ่านไป ท่าทีของบุตรสาวก็เริ่มอ่อนลง และยอมแต่งงานกับปราณในที่สุด
“ครับ ตอนนี้ฟาร์มไข่มุกกำลังไปได้สวยครับคุณอา” ปริญญ์ตอบรับ ค่อนข้างภูมิใจเมื่อพูดถึงฟาร์มไข่มุกของตนเอง “ว่าแต่นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือครับ” เขาอดที่จะถามกลับไปไม่ได้ เมื่อเห็นสายตาของ ‘มือตบ’ ที่นั่งจ้องหน้าเขาเสียเขม็ง
“ก็พี่ชายของลูกน่ะสิ หนีงานแต่ง”
พิณนาราเป็นฝ่ายตอบบุตรชายคนเล็กแทน แม้จะไม่เห็นด้วยเรื่องการแต่งงานคลุมถุงชน แต่ก็อดกลัดกลุ้มไม่ได้เพราะอย่างไรเสีย ความผิดมันก็เริ่มต้นมาจากฝั่งของนาง ความคิดชั่วแล่นทำให้นางยอมร่วมมือกับลูกชายคนโตในการหลบหนี ครั้นยิ่งเห็นหน้าสามีก็ยิ่งรู้สึกผิด แต่ก็ไม่กล้าพูดว่าตนมีส่วนรู้เห็น ขืนพูดออกไปคงได้เสียผู้ใหญ่เป็นแน่
