บทที่ 5 สามีสวมรอย EP5

“ทำไมไม้ทำแบบนั้นล่ะครับ ทั้งที่พรุ่งนี้ก็วันงานแล้ว” ปริญญ์อดจะตำหนิพี่ชายออกมาไม่ได้ แต่ไหนแต่ไรปราณมักจะนำเรื่องหนักใจมาให้ และบ่อยครั้งที่สร้างเรื่องแล้วโยนความผิดมาให้เขา โดยที่พ่อแม่ไม่เคยทราบเรื่อง และเขาเองก็ไม่ใช่คนช่างฟ้อง จึงต้องยอมรับผลกรรมที่ไม่ได้ก่ออยู่ร่ำไป

“ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” เพลงขวัญสวนกลับทันควัน

“หรือเพราะข่าวที่คุณท้องกับคนอื่นหรือเปล่า ไม้ถึงไม่อยากจะรับของเหลือจากใคร”

ปริญญ์สวนกลับอย่างลืมตัว ด้วยความที่พอจะรู้ข่าวมาบ้าง และค่อนข้างมั่นใจว่าเหตุผลน่าจะเป็นไปตามที่ได้ยินมา ส่วนหนึ่งเขาเป็นฝาแฝดของปราณ ย่อมรู้ว่าพี่ชายของเขารู้สึกนึกคิดอย่างไร รายนั้นถ้ารู้ว่าตัวเองจะต้องกลายเป็นคนโง่ต่อหน้าคนอื่น และถูกมองราวกับเป็นตัวตลก ก็อย่าหวังว่าพี่ชายที่รักแต่ตัวเองจะเอาชีวิตโสดไปผูกติดกับผู้หญิงที่มีราคี

“หมอก พูดอะไรหัดเกรงใจอาพลหน่อย ขอโทษอาพลเดี๋ยวนี้” ประภพดุบุตรชาย เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาขึงขังของเพื่อนรักที่จ้องมองบุตรชายด้วยความโกรธ

“ผมขอโทษครับคุณอา ผมแค่พูดไปตามที่ได้ยินมา” ปริญญ์ยกมือขึ้นไหว้อย่างลุแก่โทษ เขาผิดที่พูดตรงเกินไป แต่นั่นเพราะเขาได้ยินข่าวคาวและค่อนข้างมั่นใจว่าพี่ชายหนีไปเพราะสาเหตุนี้จริง ๆ

“ข่าวมันก็แค่ข่าว จะจริงจังอะไรนักหนา” เพลงขวัญเชิดหน้าขึ้น หาได้สนใจกับข่าวลือไม่ เพราะเธอรู้ตัวเองดีที่สุดว่าอะไรเป็นอะไร แก้ข่าวไปก็หาว่าแก้ตัว เดี๋ยวสื่อก็เอาไปเล่นข่าวกันไม่เลิก สู้ทำเฉย ๆ ไว้น่าจะดีที่สุด ก็เหมือนทุกทีที่เธอมีข่าวกับดาราคนนั้นคนนี้ เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้มีข่าวฉาวรายวันเยอะนัก

“หนูเพลงอาจจะคิดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก แต่สำหรับอาแล้วมันคือเรื่องใหญ่” พิณนาราพยายามสงบใจและเริ่มใช้เหตุผลเข้าคุย

“แต่ขวัญไม่ได้เป็นอย่างที่ข่าวเขาเขียน”

“อาไม่รู้หรอกว่ามันจริงหรือไม่ อย่าหาว่าอาเชื่อข่าวมากกว่าเลยนะ แต่อาก็เห็นหนูไปไหนมาไหนกับดาราที่เป็นข่าวจริง ๆ อาเองก็อดคิดไม่ได้เหมือนกัน ว่าที่รีบร้อนต้องการให้แต่งงานทั้งที่ยังไม่ได้ศึกษานิสัยใจคอกันให้ดี เป็นเพราะกระแสข่าวการตั้งท้องหรือเปล่า อาเป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ดาราที่อยู่หน้ากล้องแสดงละครอย่างหนูขวัญ อาไม่รู้หรอกว่าอันไหนเรื่องจริง อันไหนคือการแสดงละคร”

พิณนาราเว้นจังหวะ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรักของสามี “ส่วนเธอกำพล เธอจะมาต่อว่าเราฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก อยู่ ๆ ก็โผล่มาทวงสัญญา ทั้งที่ไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว แล้วจะให้ฉันคิดยังไง”

“ถ้าเธอไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกก็ควรที่จะบอกกันสิ ไม่ใช่ปล่อยให้ฉันจัดการทุกอย่างจนเรียบร้อยแล้วมาหักหน้ากันแบบนี้” กำพลโต้กลับ

“เธอเคยขอความคิดเห็นจากพวกเราหรือเปล่า มาทวงสัญญา แล้วก็บังคับให้พวกเราทำตาม จากนั้นก็ไปป่าวประกาศทั้งที่ทางเรายังไม่ได้ตอบตกลง สุดท้ายพอเด็กทั้งสองเริ่มทำความรู้จัก เป็นหนูขวัญเองหรือเปล่าที่บังคับให้ตาไม้ขอแต่งงาน ทุกอย่างที่มันเลยเถิดมาขนาดนี้ ก็เพราะว่าพวกเราไม่ได้มานั่งคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เธอมาถึงก็สั่ง ๆ แล้วจะให้เราทำยังไง”

พิณนาราสูดลมหายใจลึกๆ “อีกอย่างเธอก็รู้นะพล ว่าภพเขาไม่ใช่คนช่างพูดช่างเจรจา จะเอ่ยปากพูดขัดเธอสักคำก็กลัวเธอจะโกรธ แต่สำหรับฉัน ฉันไม่สนหรอกนะ เรื่องสัญญาพวกเธอสัญญากันเองโดยไม่สนจิตใจของลูก ๆ สุดท้ายลงเอยแบบนี้แล้วจะโทษใครได้ นอกจากเราที่เป็นพ่อแม่”

“แล้วเราควรทำยังไงต่อไป จะให้ฉันยืนถือไมค์ล้มงานแต่งพรุ่งนี้ ฉันทำไม่ได้หรอก” กำพลอารมณ์เริ่มเย็นลงเมื่อได้ฟังในสิ่งที่อดีตผู้หญิงที่เขาเคยรักพูด ซึ่งมันจริงทุกคำ เขาเป็นพวกชอบเผด็จการออกคำสั่งมาแต่ไหนแต่ไร และเจ้าประภพเองก็เป็นพวกยอมคน ไม่มีปากไม่มีเสียง สุดท้ายเลยกลายเป็นว่าพ่อแม่ต่างหากที่เป็นฝ่ายรังแกลูก

“ก็ไม่ต้องทำยังไงหรอกค่ะ เมื่อไม่มีเจ้าบ่าวก็ไม่ต้องมีงานแต่ง แค่ยกเลิก ชื่อเสียงของขวัญมันคงไม่แย่ไปกว่าเดิมหรอก เรากลับกันเถอะค่ะคุณพ่อ”

เพลงขวัญทำใจเอาไว้แล้วหลังจากทราบเรื่องว่าที่เจ้าบ่าวหนีไป อย่างมากก็แค่ตกเป็นเป้าให้ชาวเน็ตวิจารณ์เป็นข่าวหน้าหนึ่งอยู่ไม่เกินสองสัปดาห์ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบหายไปเอง ส่วนเธอก็ถือโอกาสพักร้อนหนีไปเที่ยวยุโรปสักเดือนสองเดือน พอเรื่องเงียบแล้วค่อยกลับมา คนไทยลืมง่ายจะตายไปเรื่องพวกนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป