บทที่ 6 สามีสวมรอย EP6
“ขวัญ เดี๋ยวสิลูก” กำพลร้องประท้วง เพราะเขาทนเห็นลูกสาวเสียชื่อเสียงอีกไม่ได้ ข่าวเก่ายังไม่ทันซาก็มามีข่าวถูกทิ้งกลางงานแต่งเพิ่มเข้าไปอีก แล้วแบบนี้ชีวิตของลูกต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร ยังไงเพลงขวัญก็เป็นผู้หญิง ย่อมตกเป็นฝ่ายเสียหายอยู่วันยังค่ำ
“อยู่ไปแล้วจะทำอะไรได้ล่ะคะคุณพ่อ ในเมื่อไม้และคุณอาตัดสินขวัญไปแล้วว่าท้องอย่างที่เป็นข่าว เรากลับกันเถอะค่ะ อย่าทำให้เรื่องของขวัญต้องทำให้คุณพ่อและคุณอาต้องผิดใจกันเลย ขวัญชินแล้วละค่ะกับข่าวพวกนี้ เดี๋ยวอีกหน่อยคนก็ลืมกันไปเอง ยังไงชื่อเสียงของขวัญมันก็ไม่ได้ดีเด่อะไรอยู่แล้ว เป็นดาราที่เที่ยวไปกับใครต่อใครมั่วไปหมด นิสัยไม่ดี ขี้วีน ขี้เหวี่ยง มีชื่อเสียมากกว่าชื่อเสียง” หญิงสาวประชดประชันเสียงขื่น
“อาไม่ได้ตั้งใจทำให้หนูเสียใจนะลูก” พิณนาราบอกหลานสาวออกไปด้วน้ำเสียงอ่อนลง ทั้งที่รู้ตัวดีว่าทุกคำพูดก่อนหน้านั้นเสียดแทงหัวใจคนฟังมากแค่ไหน
“ช่างเถอะค่ะ นี่มันเรื่องของขวัญ ชีวิตขวัญ” เพลงขวัญสวนกลับเสียงสะบัดอย่างไม่สนใจใคร หน้าตึงเชิดขึ้นตามวิสัยของคนที่ไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร
“ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของคุณคนเดียวแล้ว คุณดาราดัง”
เสียงทุ้มต่ำที่สวนกลับมาเรียบสนิท แต่มวลความกดดันแผ่ซ่านจนคนฟังรู้สึกได้ ปริญญ์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังวาวโรจน์
“แต่มันเป็นเรื่องของครอบครัวผม และครอบครัวคุณ คุณอาจจะชาชินกับชื่อเสียงพัง ๆ ของตัวเอง แต่พ่อของคุณ พ่อและแม่ของผม พวกท่านไม่ใช่ดารา ไม่ได้หน้าหนาพอที่จะแสร้งปั้นหน้ายิ้มทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาว ตอนที่ถูกแขกเหรื่อและนักข่าวทั้งประเทศรุมประณามได้หรอกนะ”
“เอ๊ะ นี่นายหลอกด่าฉันเหรอ” ดาราสาวแผดเสียง กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ
“คุณเพลงขวัญ ผมอายุมากกว่าคุณหกปี จะพูดจะจาอะไรหัดให้เกียรติและรักษามารยาทด้วย” ปริญญ์ปรามเสียงดุ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองจนร่างบางเผลอชะงัก “และที่สำคัญ ผมกำลังจะทำให้ปัญหาบ้าบอที่เกิดขึ้นนี่มันจบลง เพราะฉะนั้นคุณควรนั่งลง แล้วหัดฟังคนอื่นด้วยความใจเย็น”
ชายหนุ่มละสายตาจากดาราสาวจอมพยศ หันไปมองบิดาที่นั่งหน้าเครียด และมารดาที่ดวงตาแดงช้ำ เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะหันไปสบตากับเพื่อนรักของบิดา ผู้เปรียบเสมือนคุณอาที่เขารักและเคารพ ชายหนุ่มตัดสินใจแล้ว ในเมื่อปัญหาทุกอย่างเกิดจากความมักง่ายของสายเลือดฝาแฝด เขาในฐานะน้องชายและลูกชายที่อยากเห็นพ่อแม่หลุดพ้นจากตราบาปนี้ ก็คงต้องเป็นคนเช็ดล้างมันด้วยตัวเอง
“คุณอาครับ จะรังเกียจไหม ถ้าคนที่เข้าพิธีแต่งงานกับเพลงขวัญในวันพรุ่งนี้ จะเป็นผมแทน”
สิ้นประโยคนั้น บรรยากาศภายในห้องรับแขกก็เงียบกริบลงราวกับถูกปิดสวิตช์
“หมอก” พิณนาราเบิกตากว้าง หันขวับไปหาบุตรชายอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง ต่อให้นางรักปราณมากแค่ไหน และอยากแก้ปัญหาให้จบ ทว่าการเอาลูกชายอีกคนมาโยนลงกองไฟ นางทำใจยอมรับไม่ได้
“แน่ใจที่พูดใช่ไหมหมอก” ประภพเอ่ยถามเสียงสั่น แม้ลึกๆ จะรู้ว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุด แต่เขาก็อยากให้ลูกชายได้ตรองดูอีกรอบ เพราะมันหมายถึงอิสรภาพทั้งชีวิตของลูก
ปริญญ์พยักหน้าหนักแน่น เขายื่นมือไปกุมมือมารดาที่กำลังสั่นเทา บีบเบา ๆ เพื่อถ่ายทอดความมั่นใจ
“ถึงผมจะไม่ใช่ไม้ แต่หน้าตาและรูปร่างของผมก็เหมือนกัน งานแต่งพรุ่งนี้แขกส่วนใหญ่รับรู้แค่งานวิวาห์ของตระกูลเรา คงไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติหรอกครับ นี่คือวิธีเดียวที่จะเซฟหน้าตาของทั้งสองครอบครัว”
“หลานจะยอมแต่งงานกับยัยขวัญจริงหรือหมอก อาไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม”
กำพลผุดลุกขึ้นยืน น้ำเสียงสั่นพร่าไปด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด ลืมความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ไปจนสิ้น ในเมื่อลูกเขยเบอร์หนึ่งที่เขาเล็งไว้ตั้งแต่สิบปีก่อนคือปริญญ์ผู้นี้มาตั้งแต่ต้น ต่อให้ตอนนี้เขาจะต้องตายก็ถือว่านอนตายตาหลับแล้ว
“ครับ ผมจะแต่งงานกับขวัญแทนไม้เอง” ชายหนุ่มยืนยันเสียงหนักทุ้ม
“เดี๋ยว”
เสียงแหลมปรี๊ดของคนที่ถูกกันออกจากบทสนทนาดังแทรกขึ้น เพลงขวัญยืนเบิกตากว้าง ริมฝีปากบางเฉียบอ้าค้างสลับกับหุบฉับ มองผู้ชายแปลกหน้าสลับกับบิดาของตนเองด้วยความช็อกสุดขีด
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมไม่มีใครถามความสมัครใจของขวัญเลย ขวัญ-ไม่-แต่ง”
