บทที่ 7 สามีสวมรอย EP7
“จะมาแต่งแทนกันทำไม อยากได้รับของเหลือจากคนอื่นนักหรือไง”
เพลงขวัญเหยียดยิ้มหยัน นัยน์ตาคู่สวยตวัดมองบุรุษตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแทบจะหาความเป็นมิตรไม่เจอ ทำไมเธอจะเดาความคิดของผู้ชายคนนี้ไม่ออก เขาก็คงคิดไม่ต่างจากคนอื่นในสังคม ที่ตราหน้าว่าเธอท้อง ถึงได้ยอมมาแต่งงานแทนพี่ชาย เพื่อยัดเยียดความเป็นพ่อและรับผิดชอบเด็กในท้องละสิ
“คุณนี่ไม่มีความน่ารักเอาเสียเลยนะ พูดคำว่าขอบคุณ น่ะเป็นหรือเปล่า ผมกำลังช่วยแก้สถานการณ์ที่เลวร้ายให้คุณอยู่นะ”
ปริญญ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสายตากลับฉายแววตำหนิอย่างเปิดเผย ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพี่ชายฝาแฝดที่เกิดก่อนเขาเพียงแค่หนึ่งนาที ถึงได้ตัดสินใจหนีงานแต่งไปอย่างไร้ความรับผิดชอบ ก็ถ้าต้องแต่งกับเจ้าสาวที่อารมณ์ร้ายและฝีปากกล้าแบบนี้ ผู้ชายรักสนุกที่ไหนจะอยากได้ไปเป็นเมียหรือแม่ของลูก
แต่ก็เอาเถอะ สำหรับเขาแล้วไม่ได้สนใจเรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว ชีวิตนี้เขาไม่เคยคิดที่จะแต่งงานหรือสร้างครอบครัว วัน ๆ ขลุกอยู่แต่กับฟาร์มไข่มุกที่ต้องดูแล ไหนจะชีวิตคนงานบนเกาะที่ต้องรับผิดชอบ แค่นี้ก็แทบจะไม่มีเวลาพักเป็นของตัวเอง ครั้นจะต้องมีเมียกำมะลอที่ไม่เคยรู้จักนิสัยใจคอเพิ่มเข้ามาในชีวิตอีกสักคน มันก็คงไม่ยุ่งยากมากไปกว่าเดิมสักเท่าไร มั้ง
“ฉันขอร้องนายหรือไง” หญิงสาวตอกกลับหน้าตึง
“อืม ผมเสือกเอง ว่างั้นเถอะ”
ปริญญ์แค่นยิ้ม อดไม่ได้ที่จะต่อปากต่อคำกับว่าที่ภรรยา ทั้งที่ปกติแล้วเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทที่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับผู้หญิง เรียกว่าในชีวิตนี้จำนวนสตรีที่เขาเสวนาด้วยแทบนับคนได้ ขนาดอยู่บนเกาะสายหมอก มีสาว ๆ เดินพาเหรดมาทอดสะพานให้เลือกมากมาย ทั้งสาวน้อยสาวใหญ่ แต่เขากลับไม่เคยชายตามอง จนได้ฉายาจากลูกน้องว่า ‘คุณหมอกผู้พร้อมจะแต่งงานกับหอยมุก’
พอหวนนึกถึงฉายานี้ เขาก็แอบขำในใจ ช่างแตกต่างกับพี่ชายราวฟ้ากับเหวเสียจริง ๆ ตั้งแต่ยังเด็ก เขากับไม้ มักจะมีความชอบที่สวนทางกับค่านิยมของฝาแฝดโดยทั่วไป พวกเขาไม่ชอบแต่งตัวเหมือนกัน ไม่ชอบไว้ทรงผมเหมือนกัน หรือแม้กระทั่งเส้นทางการศึกษาก็ยังแยกกันชัดเจน เขาเลือกเรียนเกษตรและประมง ในขณะที่พี่ชายเลือกเรียนบริหารธุรกิจ วันหยุดเขาชอบขลุกอยู่กับบ้านอ่านหนังสือเงียบ ๆ แต่ไม้ชอบที่จะออกไปเที่ยวผับ บาร์ สังสรรค์เฮฮาตามประสาคุณชายรักสนุก
ครั้นพอโตขึ้น อุปนิสัยก็ยิ่งแตกแยกกันชัดเจน เขากลายเป็นคนพูดน้อย เงียบขรึม และมักจะคิดให้รอบคอบก่อนพูดเสมอ ส่วนพี่ชายค่อนข้างเจ้าชู้ ใช้เงินเก่งราวกับพิมพ์แบงก์ได้เอง เปลี่ยนผู้หญิงบ่อยเสียยิ่งกว่าเปลี่ยนผ้าปูที่นอน แต่ด้วยความที่มีหน้าตาหล่อเหลาและคารมเป็นต่อ หน้าฉากใคร ๆ จึงต่างมองว่าปราณเป็นผู้ชายเพอร์เฟกต์ที่ใครอยู่ใกล้ก็ต้องหลงรัก
ส่วนตัวเขามันก็แค่พวกชาวเกาะ ไม่ได้หลงใหลแสงสีในเมืองหลวง ไม่ชอบเดินห้างหรู ไม่บ้าแต่งตัวแบรนด์เนม และเพราะหน้าตาที่โขกพิมพ์เดียวกันมานี่แหละ เขาจึงถูกพี่ชายแอบอ้างเอาชื่อไปหลอกฟันผู้หญิงอยู่บ่อยครั้ง ด้วยความรำคาญ เขาจึงเลือกที่จะแต่งตัวเซอร์ ๆ ปล่อยให้หนวดเคราขึ้นครึ้ม เพื่อสร้างจุดต่างระหว่างเขาและพี่ชายให้ชัดเจนที่สุด
“ฉันถามจริง ๆ เถอะ” เสียงของเพลงขวัญดึงเขากลับสู่ปัจจุบัน “ทำไมถึงยอมแต่งงานแทน”
ดาราสาวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคมเข้ม เธอไม่เข้าใจนักว่าทำไมผู้ชายตรงหน้า ถึงยอมเอาชีวิตทั้งชีวิตที่ควรจะมีอิสระ มาผูกมัดกับผู้หญิงที่มีข่าวฉาวอย่างเธอ
“มันมีหลายเหตุผล”
“อะไรบ้าง” เธอกอดอก รอคอยคำตอบ
“ข้อแรก ผมแต่งเพราะไม่อยากให้พ่อ แม่ และคุณอาพลต้องทุกข์ใจและเสียหน้าไปมากกว่านี้ ส่วนข้อสอง ผมกำลังชดใช้ความผิดที่ไม้ก่อเอาไว้”
“ก็แค่สองเหตุผล” หญิงสาวเลิกคิ้ว
“และข้อสุดท้าย” ปริญญ์หรี่ตาลง มองทะลุเข้าไปในกำแพงความเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า “เพราะคุณเป็นผู้หญิง ต่อให้ปากเก่งป่าวประกาศว่าไม่แคร์ แต่ผมสังเกตได้จากแววตา ว่าคุณไม่ได้เข้มแข็งอย่างที่ปากพูด คุณเสียใจที่ไม้ทำแบบนี้ นั่นอาจเป็นเพราะลึก ๆ แล้วคุณอาจจะรักไม้ แต่บังเอิญว่าพี่ชายของผมดันรักตัวเองมากกว่าคุณ”
“ฉันไม่ได้รักเขา” เพลงขวัญตวาดปฏิเสธเสียงสั่น เผลอหลบสายตาคมกริบที่จ้องจับผิดอย่างลืมตัว
“โกหกใครน่ะโกหกได้ แต่ไม่มีวันหลอกหัวใจตัวเองได้หรอกนะ คุณดาราดัง”
“อย่ามาสู่รู้เรื่องของฉัน”
“คุณเองก็อย่าปากเก่งให้มันมากนัก ทำตัวให้อ่อนหวานน่ารักให้สมกับหน้าตาสวย ๆ หน่อย หรือคุณมีความสุข จะนอนตายตาหลับหรือไง ที่ปล่อยให้คนอื่นเอาชีวิตคุณไปนินทาสนุกปาก ถ้าไม่ได้ท้องอย่างที่ข่าวลง ทำไมถึงไม่ออกมาแก้ข่าวให้มันชัดเจน อย่างน้อยถ้าไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ก็ถือว่าทำเพื่อคุณอาพล ท่านเป็นพ่อ แม้ท่านจะไม่เคยต่อว่าหรือตำหนิคุณ แต่คุณคิดจริง ๆ หรือว่าท่านจะไม่เสียใจที่ลูกสาวถูกสังคมรุมประณาม”
