บทที่ 10 เผลอใจ

ตอนที่ 10. เผลอใจ

กลางดึก

ภายในห้องนอนเงียบสนิท มีเพียงแสงจันทร์สลัวลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาเบา ๆ พาขวัญหลับสนิทอยู่ริมเตียง ร่างเล็กขดตัวนิดๆ ราวกับยังไม่คุ้นชินกับการนอนร่วมกับใคร

ส่วนอัศวิน…แม้จะหลับตาอยู่ แต่กลับนอนไม่หลับกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอลอยเข้ามาใกล้เกินไป ใกล้จนหัวใจเริ่มไม่สงบชายหนุ่มลืมตาขึ้นช้า ๆ ก่อนหันไปมองคนข้างตัวพาขวัญกำลังหลับจริง ๆ ใบหน้าตอนหลับของเธอดูต่างจากตอนปกติ

ไม่มีรอยยิ้มฝืน ๆ ไม่มีสายตาที่พยายามเข้มแข็งเหลือเพียงความอ่อนโยนและความเหนื่อยล้าเท่านั้น อัศวินมองเธอเงียบ ๆ อยู่นานก่อนจะขยับเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัวและในที่สุด แขนแกร่งก็ค่อย ๆ ดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมกอด พาขวัญขยับตัวนิดหนึ่งเหมือนจะตื่นแต่อีกวินาทีต่อมา เธอกลับซุกหน้าเข้าหาอกเขาโดยสัญชาตญาณหัวใจอัศวินกระตุกแรงทันที

เขาก้มมองใบหน้าเธอใกล้ ๆ ก่อนยกมือขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าออกอย่างเบามือ สายตาคมที่เคยเย็นชา ค่อย ๆ อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว

“พาขวัญ…” เขาเรียกชื่อเธอแผ่วเบาแต่คนในอ้อมกอดยังคงหลับสนิท อัศวินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนโน้มหน้าลงช้า ๆแล้วจูบลงบนหน้าผากเธอเบามาก เป็นจูบที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เขาเคยให้ใครจากนั้นเขาก็หลับตาลง ทั้งที่ยังคงกอดเธอเอาไว้แบบนั้น

เช้าวันต่อมา

แสงแดดยามเช้าส่องเข้ามาในห้องนอน พาขวัญค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ แต่ทันทีที่ขยับตัวเธอก็ชะงัก เพราะตัวเองกำลังอยู่ในอ้อมกอดของอัศวิน แขนแกร่งของเขาพาดรัดเอวเธอไว้แน่น ราวกับกลัวเธอหายไปไหน หัวใจพาขวัญเต้นแรงขึ้นทันทีเธอค่อย ๆ เงยหน้ามองเขา อัศวินยังหลับอยู่ใบหน้าตอนหลับของเขาดูต่างจากเวลาตื่นมาก ไม่มีความเย็นชา ไม่มีสายตาแข็งกร้าวมีเพียงความหล่อเหลาและความอบอุ่นที่เธอไม่เคยได้เห็นใกล้ ๆ แบบนี้พาขวัญเผลอยิ้มบาง ๆ ออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนจะค่อย ๆ แกะแขนเขาออกเบาที่สุดราวกับกลัวเขาตื่น

หญิงสาวลุกจากเตียงเงียบ ๆ แล้วเดินออกจากห้องไปชั้นล่างของบ้านยังเงียบมาก วันนี้แม่บ้านพากันออกไปซื้อของเข้าบ้านเพิ่มเติมตั้งแต่เช้า จึงไม่มีใครอยู่เลยพาขวัญจึงเดินเข้าครัวตามปกติ

เธอเริ่มลงมือทำอาหารเช้าง่าย ๆ เหมือนทุกวันทั้งที่จริง…เธอไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ แต่พาขวัญกลับชอบช่วงเวลาแบบนี้ช่วงเวลาที่ได้ดูแลเขา แม้อีกฝ่ายอาจไม่เคยเห็นค่าก็ตาม

กลิ่นอาหารอ่อน ๆ เริ่มลอยฟุ้งทั่วครัวและในตอนนั้นเองเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลังพาขวัญหันกลับไปก่อนจะชะงักเล็กน้อย

อัศวินยืนอยู่ตรงประตูครัวในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแลค ผมยังไม่เซ็ตเต็มที่เหมือนเพิ่งตื่นแต่สิ่งที่ทำให้เธอใจเต้น…คือสายตาของเขา สายตาที่กำลังมองเธอนิ่ง ๆเหมือนมองอะไรบางอย่างที่ไม่อยากละสายตา

โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองดูการกระทำของเธออยู่  “ไหน ๆ ก็ทำแล้วทำไปขอบคุณหมอคีรินด้วยดีกว่า”

 พาขวัญพูดกับตัวเองเบา ๆและนั่นให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังโมโหเป็นอย่างมาก

“นอนกับผัวทั้งคืนตื่นมาจะทำอาหารให้ชู้ เธอนี่มันร่านใช้ได้”อัศวินพูดก่อนเดินมากระชากแขนพาขวัญ เสียงของอัศวินที่ดังมาจากด้านหลังทำเอาพาขวัญตกใจเป็นอย่างมาก แต่ต้องตกใจเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่ออยู่ ๆ อัศวินโอบกอดเธอจากทางด้านหลัง ก่อนจะขยำไปที่สองเต้าของเธออย่างเอาแต่ใจ ใบหน้าคมคายซุกไซ้ที่ซอกคอ

“ยะ อย่า..ค่ะ”

“เอ๊ะ!...” อัศวินจับพาขวัญนั้งบนเคาท์เตอร์ ก่อนทรุดตัวลงนั่ง จับก้นนุ่มเบะอ้าหมุดหน้าเข้าหากลีบร่องรัก  ก่อนจะแลบลิ้นยาวตวัดเลียน้ำหวานใสที่หลั่งออกมา

แผล๊บ แผล๊บ แผล๊บ

“อ๊ะ อ๊าส์!” เสียงหวานครางกระเส่า แอ่นสะโพกผายรับปลายลิ้นร้อนที่ตวัดลึกเข้ามา อัศวินตวัดปลายลิ้นรัวใส่กลีบร่องทั้งดูดทั้งซดด้วยความกระหาย ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูงถลกชุดนอนหญิงสาวขึ้นไปกองไว้บนเอวขอด งัดเอาแท่งเอ็นร้อนออกมาถูไถไปตรงปากทางสวาท

“ฉันจะทบทวนให้ว่าเธอน่ะมีผัวแล้ว”

พูดจบชายหนุ่มกระแทกแก่นกายใหญ่เข้าไปในร่องสวาทคับแคบ

“อ๊ะ เจ็บ อย่านะเดี๋ยวมีใครมาเห็น” พาขวัญร้องออกมาและมองซ้ายมองขวาไปที่ประตู เพราะกลัวว่าจะมีคนมาเห็นนั่นเอง แต่อัศวินไม่ได้ฟังในสิ่งที่พาขวัญพูดออกมาก

มือใหญ่จับยกขาข้างหนึ่งยกพาดไว้บนเคาน์เตอร์ เปิดทางให้เห็นร่องสาวบวมแดงที่ถูกเขารุกรานแทบทั้งคืน เสียงหวานร้องครวญครางออกมาเป็นระยะ เขามองสิ่งที่สอดประสานเข้าออกในร่องฉ่ำกระตุ้นอารมณ์กระสัน

“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”

พาขวัญครางไม่ได้ศัพท์ร่างเล็กโยกคลอนไปตามจังหวะโจนจ้วง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดัง ปั่ก ปั่ก หนักแน่นผสมกับเสียงครางกระเส่า

เพี๊ยะ เพี๊ยะ

ฝ่ามือหนาฟาดเข้าใส่แก้มก้นงามงอนที่ส่ายร่อนสู้ด้วยความมั่นเขี้ยว

ร่างสูงด้านหลังก็อัดกระแทกจ้วงแทงเข้าไปถี่รัว ท่อนเนื้ออวบใหญ่ขยับเข้าออก ทุกจังหวะส้นเอ็นที่โป่งนูนตะปุ่มตะปั่มครูดเข้ากับผนังอ่อนนุ่มเกิดเป็นความเสียวซ่านเกินบรรยายจนร่างเล็กสั่นระริกเกินควบคุม

สะโพกงอนส่ายเด้งรับความเสียวซ่านที่เกินบรรยายจนกระทั่งความเสียววิ่งวนกระจุกตัวอยู่ตรงท้องน้อย

“อ๊ะ อ๊ะ

เสียงหวานร้องบอกก่อนที่ชายหนุ่มจะอัดกระแทกแท่งร้อนเข้าออกหนัก ๆ อีกสองสามครั้ง จนร่างเธอสั่นสะท้านเกร็งกระตุกตอดเสร็จสมหมดเรี่ยวแรง แทบทรุดลงไปกองกับพื้น

อัศวินจับร่างเล็กหันหน้ากลับมาหา ดึงเอาแท่งแตงกวาสีชมพูที่ปลายหัวแดงก่ำ ลำตัวอาบไปด้วยน้ำรักชักรูดไปมา ก่อนจะประคองมันจ่อเข้ากับปากเล็ก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป