บทที่ 12 ตัวการ

ตอนที่ 12. ตัวการ

อีกด้านหนึ่งของเมือง ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกหรู ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีเข้มกำลังนั่งมองเอกสารบนโต๊ะด้วยสีหน้าเคร่งเครียด วรันต์ วรเมธากุล พ่อของอัศวินและเจ้าของกลุ่มธุรกิจวรเมธากุล

“คุณอัศออกไปแล้วครับ” เลขาฯ รายงานเบา ๆ วรันต์พยักหน้าช้า ๆ ก่อนเอนหลังพิงเก้าอี้ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา บริษัทวรเมธากุลแทบล้มทั้งยืน หนี้สิน

ผู้ถือหุ้นกดดัน ธนาคารเริ่มไม่ไว้ใจจนสุดท้าย…เขาจำเป็นต้องยอมจับมือกับตระกูลภักดีอนันต์แม้จะรู้ว่าลูกชายเกลียดเรื่องนี้มากแค่ไหนก็ตาม

“คุณพาขวัญเข้าบริษัทอีกแล้วนะครับวันนี้” เลขาฯ พูดต่อ

“ฝ่ายการเงินบอกว่าเธอช่วยปิดดีลกับธนาคารให้เราได้อีกครั้ง” วรันต์นิ่งไป ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

“เด็กคนนั้นเก่งกว่าที่ฉันคิด”

น้ำเสียงเต็มไปด้วยความซับซ้อน ตั้งแต่พาขวัญแต่งเข้ามา เขาเห็นทุกอย่างมาตลอดเห็นว่าเธอช่วยบริษัทเงียบ ๆ เห็นว่าเธอพยายามประคองอัศวินยังไงแม้จะโดนลูกชายเขาทำร้ายจิตใจแค่ไหน…เธอก็ไม่เคยตอบโต้

“คุณท่านจะบอกคุณอัศเรื่องอดีตไหมครับ”

คำถามนั้นทำให้วรันต์เงียบลงทันที มือใหญ่ค่อย ๆ กำแน่นเรื่องในอดีต…เรื่องที่ไม่มีใครรู้ทั้งหมดโดยเฉพาะ “ความจริง” เกี่ยวกับการตายของแม่อัศวินเขาปิดมันมาตลอดหลายปีและถ้าความจริงนั้นถูกเปิดออก ทุกอย่างอาจพังหมด

“ยังไม่ถึงเวลา”

วรันต์ตอบเสียงต่ำเพราะเขารู้ดี ลูกชายเขาเกลียดพาขวัญมากแค่ไหน และถ้าวันหนึ่งอัศวินรู้ว่า ตัวเองทำร้ายผู้หญิงที่ไม่ผิดมาตลอด…อาจไม่มีวันให้อภัยตัวเองอีกเลยในตอนนั้นเองประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดเข้ามาแรง ๆร่างสูงของอัศวินเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเย็นชา

“พ่อเรียกผม?”

วรันต์เงยหน้ามองลูกชายก่อนสายตาจะหยุดอยู่ที่แผลบนมือเขา

“มือไปโดนอะไรมา”

“ไม่มีอะไร” อัศวินตอบสั้น ๆ แล้วทิ้งตัวนั่งลงแต่คนเป็นพ่อกลับมองออกทันที ลูกชายเขาอารมณ์ไม่ปกติ

“ทะเลาะกับพาขวัญมาอีกแล้ว?” คำถามนั้นทำให้อัศวินขมวดคิ้วทันที

“พ่อจะพูดชื่อเธอทุกครั้งใช่ไหม”

“ทำไม” วรันต์จ้องหน้าเขานิ่ง ๆ

“แกเกลียดเด็กคนนั้นมากขนาดนั้นเลยหรือไง”

อัศวินหัวเราะเย็น ๆ “ผมควรรักลูกสาวศัตรูหรือไง”

ห้องทั้งห้องเงียบลงทันทีวรันต์มองลูกชายอยู่นานก่อนพูดช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“อัศวิน คนที่แกควรระวังไม่ใช่พาขวัญ”

ชายหนุ่มหรี่ตาลงทันที

“พ่อหมายความว่าไง”

วรันต์เอนตัวพิงเก้าอี้ ก่อนสายตาจะเย็นลงอย่างมีบางอย่างซ่อนอยู่

“เพราะศัตรูตัวจริงของแก… อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด”

อีกด้านหนึ่งของเมืองภายในคฤหาสน์หรูที่เงียบเกินไปชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำกำลังยืนมองวิวเมืองจากกระจกบานสูงในมือถือแก้วไวน์สีเข้ม ใบหน้าของเขาดูสุขุม น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยอำนาจ

แต่ดวงตาคู่นั้น…เย็นเยียบจนน่ากลัว ปรเมศ อัครเดชากุลอดีตหุ้นส่วนคนสนิทของวรันต์ วรเมธากุล และคนที่ไม่มีใครรู้ว่า…เขาคือ “ตัวจริง” ที่อยู่เบื้องหลังทุกอย่าง

ทั้งการล่มสลายของสองตระกูล ทั้งความเกลียดชังรวมถึงการตายของแม่อัศวิน

“คุณอัศวินเริ่มใกล้ชิดกับคุณพาขวัญมากขึ้นแล้วครับ”

ลูกน้องรายงานเสียงเบา ปรเมศยกยิ้มมุมปากช้า ๆ

“สุดท้ายก็เป็นแบบนี้สินะ” น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงความเย็นยะเยือก

“จะให้จัดการไหมครับ” ชายวัยกลางคนหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนหมุนแก้วไวน์เล่น “ยังปล่อยให้อัศวินรักเธอให้มากกว่านี้ก่อน”

คำพูดนั้นทำให้ลูกน้องนิ่งไปส่วนปรเมศค่อย ๆ หรี่ตาลงภาพในอดีตแวบเข้ามาในหัว คืนที่รถตกเหวเสียงกรีดร้องของผู้หญิงคนหนึ่ง และเอกสารปลอมที่เขาสร้างขึ้นด้วยมือตัวเองทั้งหมดก็เพื่อสิ่งเดียว

“อำนาจ”

ในตอนนั้น เขาแค่ต้องการกำจัดหุ้นส่วนที่เริ่มขวางทาง แต่เรื่องกลับง่ายขึ้นกว่าที่คิด เมื่อวรันต์เชื่อหลักฐานทุกอย่างโดยไม่ลังเลและเด็กอย่างอัศวิน…ก็เติบโตมาพร้อมความแค้นที่เขาปลูกไว้เองกับมือ

“คนเรานี่ตลกดีนะ” ปรเมศยิ้มบาง ๆ

“เกลียดกันแทบตาย ทั้งที่ไม่เคยรู้เลยว่าเกลียดผิดคน”

เสียงหัวเราะต่ำดังขึ้นเบา ๆ ภายในห้อง น่ากลัวจนบรรยากาศเย็นวาบในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของปรเมศก็ดังขึ้นชื่อบนหน้าจอคือ

“ลลิน” ชายวัยกลางคนกดรับสายช้า ๆ

“ว่าไง” ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเสียงผู้หญิงจะดังขึ้นอย่างไม่พอใจ

“อัศวินเริ่มเปลี่ยนไปค่ะ” รอยยิ้มของปรเมศค่อย ๆ จางลง

“หมายความว่าไง”

“เขาเริ่มสนใจพาขวัญ” ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที

ปรเมศหรี่ตา ก่อนหัวเราะเบา ๆ อย่างคนเริ่มสนุก “งั้นเกมก็คงต้องเดินเร็วขึ้นแล้วสินะ” เขาตัดสาย ก่อนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงานจากนั้นเปิดลิ้นชักช้า ๆ ภายในนั้นมีรูปถ่ายเก่าใบหนึ่ง เป็นภาพของแม่อัศวินในวันที่ยังมีชีวิตและด้านหลังรูป…มีคราบเลือดจาง ๆ ติดอยู่ปรเมศลูบมันเบาๆ ก่อนยิ้มเย็น

            “ถ้าอัศวินรู้ว่าแม่ตัวเองตายเพราะฉัน…แกคิดว่าเขาจะเป็นยังไงนะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป