บทที่ 3 ลำพัง

ตอนที่ 3. ลำพัง

อัศวินสวนกลับทันที ดวงตาคมเต็มไปด้วยความเกลียดชัง

“ครอบครัวเธอเหยียบทุกอย่างของฉันจนพัง แล้วตอนนี้ยังหน้าด้านมาบังคับให้ฉันแต่งงานอีก”

“ฉันไม่เคยอยากบังคับคุณ…”

“แต่เธอก็ทำไปแล้ว” เสียงเขาเย็นจัด

“จำเอาไว้พาขวัญ ถึงเธอจะได้ทะเบียนสมรสไป แต่เธอไม่มีวันได้หัวใจฉัน คืนนี้ไม่นอนที่นี่กลับไปนอนที่บ้าน !! ” เขาพูดก่อนเดินออกไปในทันที ทำให้พาขวัญต้องรีบตามไป

ระหว่างทางกลับบ้านนั้นพาขวัญนั่งนิ่ง เธอรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วรู้มาตั้งแต่ก่อนแต่งแต่พอได้ยินจริง ๆ มันก็ยังเจ็บจนแทบทนไม่ไหว

“อย่าลืมเซ็นสัญญาด้วยล่ะ” อัศวินหันมากำชับ

พาขวัญสูดลมหายใจลึก ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อในเอกสารทุกแผ่นอย่างเงียบ ๆ

อัศวินมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ทั้งที่ควรสะใจแต่ไม่รู้ทำไม…กลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาแทน

“ง่ายดีนี่” เขาพูดประชด

“ฉันคิดว่าเธอจะร้องไห้ฟูมฟายซะอีก”

พาขวัญเงยหน้ามองเขา ดวงตาแดงนิด ๆ แต่ยังยิ้ม

“ถ้าคุณสบายใจ ฉันทำได้หมดแหละค่ะ”

หัวใจอัศวินกระตุกวูบอย่างไร้เหตุผล ก่อนที่เขาจะรีบหันหน้าหนีเหมือนกลัวตัวเองจะเผลอใจอ่อนกับเธอแม้แต่วินาทีเดียว

แล้วคืนนั้น…เจ้าบ่าวเจ้าสาวก็แยกกันนอนตั้งแต่คืนแรกของชีวิตแต่งงาน

เช้าวันแรกหลังแต่งงาน

พาขวัญตื่นตั้งแต่ตีห้า ทั้งที่เมื่อคืนแทบไม่ได้นอนเธอลุกขึ้นเงียบ ๆ มองโซฟาอีกฝั่งของห้องที่อัศวินนอนอยู่ ก่อนเม้มปากเบา ๆผู้ชายคนนั้นหลับไปทั้งชุด สีหน้าแม้ยามนอนก็ยังดูเย็นชาและห่างไกล

พาขวัญยืนมองเขาอยู่ครู่หนึ่งแล้วเผลอยิ้มเศร้า ๆ ออกมา

“ในที่สุด…ก็ได้แต่งงานกับคุณจริง ๆ สินะ”

แม้จะเป็นการแต่งงานที่ไม่มีความรักเลยก็ตามหนึ่งชั่วโมงต่อมากลิ่นอาหารเช้าลอยอบอวลทั่วเพนต์เฮาส์หรู พาขวัญกำลังจัดโต๊ะอาหารเงียบ ๆ ทั้งที่ในบ้านมีแม่บ้านหลายคน แต่เธอกลับอยากทำเอง

เพราะจำได้ว่า… ตอนเด็ก อัศวินเคยชอบข้าวต้มกุ้ง

“คุณผู้หญิงคะ ให้พวกเราทำก็ได้ค่ะ”

แม่บ้านพูดอย่างเกรงใจ

พาขวัญยิ้มอ่อน “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากทำเอง”

เสียงฝีเท้าหนักดังขึ้นจากบันไดพอดี อัศวินเดินลงมาในชุดเชิ้ตสีดำกับกางเกงสแลค ใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดูนิ่งเรียบเหมือนเดิมแต่ทันทีที่เห็นโต๊ะอาหาร เขาก็ขมวดคิ้ว

“นี่อะไร”

พาขวัญรีบตอบ “อาหารเช้าค่ะ ฉันทำเอง”

ชายหนุ่มปรายตามองอาหารบนโต๊ะเพียงแวบเดียว ก่อนหยิบกุญแจรถขึ้นมา “ใครบอกให้ทำ”

รอยยิ้มบนใบหน้าเธอชะงักนิด ๆ “ฉันแค่อยาก”

“ต่อไปนี้ไม่ต้องทำอะไรที่ฉันไม่ได้สั่ง” น้ำเสียงเขาเย็นชาเหมือนกำลังคุยกับคนใช้

“แล้วก็เลิกทำตัวเหมือนเมียที่รักผัวมากได้แล้ว มันน่ารำคาญ”

หัวใจพาขวัญเจ็บจี๊ดแต่เธอยังคงพยายามยิ้ม

“อย่างน้อย…ทานก่อนค่อยไปได้ไหมคะ”

อัศวินหันกลับมามองเธอช้า ๆ ก่อนพูดประโยคที่ทำให้แม่บ้านทั้งบ้านหน้าซีด

“อาหารที่ลูกสาวฆาตกรทำ ฉันกินไม่ลง”

เงียบทั้งห้องเงียบสนิท

พาขวัญยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น รู้สึกเหมือนมือเท้าเย็นไปหมดแต่สุดท้าย เธอก็ยังตอบเพียงเบา ๆ “เข้าใจแล้วค่ะ”

อัศวินมองหน้าเธออยู่ครู่หนึ่งเขาคิดว่าเธอจะร้องไห้หรืออย่างน้อยก็ควรโกรธบ้าง แต่เธอกลับไม่ทำอะไรเลย ยิ่งแบบนั้น…เขายิ่งหงุดหงิด ชายหนุ่มเดินออกจากบ้านทันที

ปัง!

เสียงประตูปิดดังลั่น และหลังจากนั้นไม่กี่วินาทีแม่บ้านก็เห็นพาขวัญค่อย ๆ ทรุดนั่งลงบนเก้าอี้ช้า ๆ ดวงตาแดงก่ำแต่ยังพยายามยิ้ม

“คุณผู้หญิง…”

พาขวัญรีบส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไรค่ะ” ทั้งที่น้ำตาหยดลงบนหลังมือแล้ว

ด้านอัศวินเขาขับรถออกมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวอย่างบอกไม่ถูกทั้งที่ควรสะใจที่ทำร้ายเธอได้ แต่ภาพตอนพาขวัญยืนเงียบ ๆ กลับวนอยู่ในหัวไม่หยุดโดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น

ดวงตาที่เจ็บ…แต่ก็ยังมองเขาด้วยความอ่อนโยน “บ้าเอ๊ย” อัศวินสบถเสียงต่ำ ก่อนเหยียบคันเร่งแรงขึ้นทว่าเขาไม่รู้เลยว่า…ที่บ้านหลังนั้น ผู้หญิงที่เขาเพิ่งทำร้ายจิตใจไป กำลังนั่งกินข้าวต้มเย็นชืดคนเดียวเงียบ ๆทั้งที่เธอตั้งใจตื่นมาทำมันให้เขาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง

คืนนั้น อัศวินกลับบ้านเกือบเที่ยงคืนไฟในเพนต์เฮาส์ยังเปิดอยู่เขาขมวดคิ้วนิด ๆ อย่างไม่ชอบใจ เพราะปกติบ้านของเขาไม่เคยมีใครรอแต่ทันทีที่เดินเข้ามา

ก็เห็นพาขวัญนั่งหลับอยู่บนโซฟา บนโต๊ะยังมีอาหารวางอยู่ครบเหมือนเธอกำลังรอเขากลับมากินข้าว อัศวินนิ่งไปชั่วขณะสายตาคมมองใบหน้าหวานที่หลับสนิท เธอดูเหนื่อยมากขนาดตอนหลับยังขมวดคิ้วเหมือนเก็บอะไรไว้ในใจ แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็น…พลาสเตอร์ปิดแผลเล็ก ๆ บนนิ้วมือเธอ หัวใจเขากระตุกเบาๆ

“ทำอาหารจนเจ็บตัว?” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคออย่างสมเพช

“พยายามเก่งจริง” แต่แทนที่จะเดินผ่านไปเหมือนทุกครั้งอัศวินกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นนานกว่าปกติสายตาไล่มองอาหารบนโต๊ะเงียบ ๆ

ก่อนจะพบว่ามันยังอุ่นอยู่แสดงว่าเธอคงเอาไปอุ่นซ้ำหลายรอบเพื่อรอเขา…ทั้งที่เขาไม่ได้บอกเลยว่าจะกลับจู่ ๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นขึ้นมาในอก หงุดหงิด อึดอัด และหนักจนไม่เข้าใจ

“อื้อ…” พาขวัญขยับตัวเบา ๆ ก่อนค่อย ๆ ลืมตาทันทีที่เห็นเขา เธอก็รีบลุกขึ้นทันที“ คุณกลับมาแล้วเหรอคะ”

น้ำเสียงนั้นยังอ่อนโยนเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นตอนเช้าอัศวินเม้มปากแน่น

“ทำไมยังไม่นอน”

“ฉันรอคุณค่ะ”

คำตอบตรงไปตรงมาทำให้เขาชะงัก พาขวัญรีบเดินไปเปิดฝาอาหาร

“ฉันทำของโปรดคุณไว้ เดี๋ยวอุ่นให้อีกครั้งนะคะ”

เธอกำลังจะเดินเข้าครัวแต่อัศวินกลับพูดขึ้นก่อน

“ไม่ต้อง”

พาขวัญหยุดทันที ชายหนุ่มปลดกระดุมแขนเสื้อช้า ๆ ก่อนพูดเรียบๆ

“ฉันกินข้าวมาแล้ว”

รอยยิ้มบนใบหน้าเธอจางลงนิดหนึ่ง “อ๋อ…ค่ะ”

บรรยากาศเงียบลงอีกครั้ง อัศวินกำลังจะเดินผ่านเธอไป แต่สายตากลับเหลือบเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะ กรอบรูปเล็ก ๆ เป็นรูปตอนเด็กของเขา เด็กผู้ชายคนหนึ่งกำลังยืนหน้าบึ้ง ข้าง ๆ มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กยิ้มสดใส

อัศวินขมวดคิ้วทันที “เธอเอารูปนี้มาจากไหน” พาขวัญชะงัก ก่อนตอบเบา ๆ “ฉันเก็บไว้ตั้งนานแล้วค่ะ”

“ทิ้งมันซะ” คำพูดนั้นเย็นจนเธอนิ่งไปอัศวินหยิบกรอบรูปขึ้นมามอง ก่อนหัวเราะเย็น ๆ

“หรือเธอคิดว่าความทรงจำตอนเด็กจะทำให้ฉันใจอ่อน”

พาขวัญรีบส่ายหน้า “ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ”

“งั้นก็เลิกทำอะไรน่าสมเพชแบบนี้”

เขาวางรูปลงแรง ๆ

“เธอรู้ไหมว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน ที่ต้องเห็นเธอทำเหมือนรักฉันมาก” ประโยคนั้นทำให้พาขวัญเงียบไปนานก่อนเธอจะถามออกมาเบา ๆ

“ถ้าฉันเลิกรักคุณได้จริง ๆ…”

เธอยิ้มเศร้า ๆ “คุณจะมีความสุขขึ้นไหมคะ”

อัศวินชะงัก หัวใจเหมือนโดนอะไรบางอย่างสะกิดแรง ๆแต่สุดท้าย เขากลับตอบเพียงเย็นชา

“ใช่” แค่คำเดียว ก็ทำให้ดวงตาของพาขวัญสั่นไหวจนแทบเก็บไม่อยู่

แต่เธอยังยิ้ม ทั้งที่เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก “งั้นฉันจะพยายามนะคะ…” เธอพูดเบามาก “พยายามเลิกรักคุณ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป