บทที่ 4 ข่าวฉาว
ตอนที่ 4. ข่าวฉาว
เช้าวันต่อมา
ข่าวการแต่งงานของอัศวินกับพาขวัญยังคงเป็นกระแสร้อนแรงไม่หยุด และคนที่อารมณ์เสียที่สุด… คือนลิน
“แกหมายความว่าอัศแต่งงานจริง ๆ?” เสียงแก้วไวน์ถูกวางกระแทกโต๊ะดังปึกในห้องแต่งตัวหรู ผู้จัดการส่วนตัวรีบพยักหน้า
“ค่ะ ตอนนี้ทุกสำนักข่าวลงหมดแล้ว”
นลินกัดฟันแน่น ตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอคิดมาตลอดว่าตำแหน่ง “ภรรยาอัศวิน” ต้องเป็นของตัวเอง แต่จู่ ๆ กลับมีผู้หญิงคนนั้นโผล่มา ลูกสาวศัตรูของเขาอีกต่างหาก
“ฉันไม่มีวันยอม” ดวงตาสวยเฉี่ยวเต็มไปด้วยความริษยา
“ในเมื่ออัศไม่ได้รักมัน…ฉันก็ยังมีโอกาส”
ด้านพาขวัญ เธอกำลังนั่งอ่านเอกสารบริษัทอยู่ในห้องทำงานเล็ก ๆ ภายในบ้าน
แม้จะเพิ่งแต่งงาน แต่เธอยังคงช่วยดูแลเรื่องการเงินของบริษัทตัวเองตามปกติ และความจริงที่ไม่มีใครรู้คือ…หลายโครงการของวรเมธากุลที่ยังเดินต่อได้ เป็นเพราะเธอแอบช่วยอยู่เบื้องหลัง
“คุณผู้หญิงคะ” แม่บ้านเดินเข้ามาอย่างลังเล
“วันนี้คุณอัศวินมีนัดทานข้าวกับคุณนลินค่ะ”
มือของพาขวัญชะงักไปนิดเดียว ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“เหรอคะ”
“แล้ว…คุณผู้หญิงจะไปด้วยไหมคะ”
หญิงสาวส่ายหน้า “ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอรู้หน้าที่ตัวเองดีอัศวินไม่เคยต้องการให้เธอเข้าไปอยู่ในชีวิตส่วนตัวของเขา
ค่ำวันนั้น ภัตตาคารหรูใจกลางเมืองอัศวินนั่งอยู่ตรงข้ามนลินด้วยสีหน้าเรียบนิ่งหญิงสาวตรงหน้าเลื่อนแก้วไวน์ไปมา ก่อนถามเสียงหวาน
“ตกลงนายแต่งงานเพราะธุรกิจจริง ๆ ใช่ไหม”
“อืม”
“แล้วรักมันหรือเปล่า”อัศวินตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ไม่มีวัน”
นลินยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนลุกขึ้นนั่งข้างเขา พร้อมคล้องแขนแนบชิด
“งั้นคืนนี้ไปคอนโดฉันไหม” ชายหนุ่มนิ่งไปนิดก่อนจะปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง
“ไม่”
นลินขมวดคิ้ว “เพราะเมีย?” อัศวินหัวเราะเย็น ๆ
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ฉันต้องสนใจอะไร”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ไม่รู้ทำไม…ภาพพาขวัญเมื่อคืนกลับแวบเข้ามาในหัวอีกแล้วภาพที่เธอพูดว่า
“งั้นฉันจะพยายามเลิกรักคุณนะคะ”เขาหงุดหงิดตัวเองทันที
เกือบสี่ทุ่มอัศวินกลับถึงบ้าน และทันทีที่เปิดประตูเข้าไปกลิ่นไหม้ก็ลอยมา ชายหนุ่มขมวดคิ้ว ก่อนรีบเดินเข้าครัวแล้วก็ต้องชะงัก พาขวัญกำลังยืนหน้าเตา พยายามจับผ้าพันมือไว้ลวก ๆ สีหน้าเจ็บจนซีด
“ทำอะไรของเธอ” เสียงเข้มดังขึ้นกะทันหันจนเธอสะดุ้ง
“คุณกลับมาแล้วเหรอคะ” อัศวินเดินเข้าไปใกล้ ก่อนเห็นรอยแดงบนมือเธอชัด ๆ เหมือนโดนน้ำมันลวก
“มือไปโดนอะไร”
“นิดหน่อยค่ะ” เธอรีบซ่อนมือทันที แต่อัศวินกลับคว้าข้อมือเธอไว้ พาขวัญชะงักเพราะนี่เป็นครั้งแรกหลังแต่งงาน…ที่เขาแตะตัวเธอเอง
“เธอโง่หรือไง” เขาขมวดคิ้วแน่น
“แผลขนาดนี้เรียกนิดหน่อย?” พาขวัญมองใบหน้าเขานิ่ง ๆหัวใจเริ่มเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่รู้ว่าเขาอาจแค่รำคาญแต่เพียงความใส่ใจเล็กน้อยจากเขา…มันก็มากพอจะทำให้เธอดีใจแล้ว
“ฉันแค่อยากลองทำเมนูใหม่ให้คุณ…”
ประโยคนั้นทำให้อัศวินนิ่งไป ก่อนสีหน้าเขาจะเย็นลงอีกครั้ง เหมือนเพิ่งนึกได้ว่าควรเกลียดเธอ ชายหนุ่มปล่อยมือทันที
“ฉันเคยบอกแล้วว่าไม่ต้องทำอะไรเพื่อฉัน”
พาขวัญก้มหน้าลงช้า ๆ “ค่ะ…”
อัศวินจ้องเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนหันหลังเดินออกจากครัวแต่ไม่กี่นาทีต่อมา แม่บ้านก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นคุณผู้ชายของบ้านเดินกลับเข้ามาพร้อมกล่องปฐมพยาบาลในมือแล้วพูดห้วน ๆ โดยไม่มองหน้าเธอ
“นั่งลง เดี๋ยวแผลติดเชื้อแล้วจะสร้างปัญหาให้ฉันอีก”พาขวัญนิ่งค้างไปทันที สายตาของเธอมองกล่องปฐมพยาบาลในมืออัศวินเหมือนกำลังฝัน ตลอดสามปีที่แอบรักเขาเธอไม่เคยจินตนาการเลยว่า วันหนึ่งผู้ชายคนนี้จะยอมทำแผลให้ตัวเองแม้เหตุผลของเขาจะฟังใจร้ายก็ตาม
“นั่งสิ” เสียงเข้มดังขึ้นอีกครั้ง
พาขวัญรีบดึงสติกลับมา ก่อนนั่งลงบนเก้าอี้เงียบ ๆ อัศวินลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าเธอ สีหน้ายังคงนิ่งเย็นเหมือนเดิมแต่ตอนที่เขาจับมือเธอขึ้นมา สัมผัสนั้นกลับเบากว่าที่คิดชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อเห็นรอยแดงเต็มหลังมือ
“เธอซุ่มซ่ามตลอดเลยหรือไง”
พาขวัญเผลอยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่ค่อยทำอาหารนี่คะ”
“แล้วจะฝืนทำทำไม”
เธอมองหน้าเขาเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา
“เพราะคุณชอบ” มือของอัศวินชะงักไปนิดหัวใจเหมือนถูกอะไรบางอย่างแตะเบา ๆ อย่างน่าหงุดหงิด เขารีบทายาให้เธอต่อทันที
“ต่อไปนี้ไม่ต้องทำ”
“ค่ะ”
“แล้วก็เลิกจำเรื่องของฉันสักที”
พาขวัญหัวเราะเบา ๆ อย่างเศร้า ๆ
“ถ้าเลิกได้ง่าย…ฉันคงเลิกไปนานแล้วค่ะ”
อัศวินเม้มปากแน่น บรรยากาศเงียบลงอีกครั้งมีเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคนดังอยู่เบา ๆ ภายในครัวและเป็นครั้งแรก…ที่เขาเพิ่งสังเกตว่า พาขวัญตัวเล็กกว่าที่คิดมาก มือก็บางนิดเดียวเหมือนแค่เขาออกแรงแรงหน่อยก็แตกสลายได้แล้ว
“เสร็จแล้ว” ชายหนุ่มปล่อยมือเธอทันทีเหมือนเพิ่งรู้ตัวพาขวัญก้มมองผ้าพันแผลบนมือ ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เขา
“ขอบคุณนะคะ” รอยยิ้มนั้นทำให้อัศวินหงุดหงิดอีกแล้วเพราะมันดูจริงใจเกินไป เหมือนเธอดีใจมาก…เพียงเพราะเขาทำแผลให้ ทั้งที่สำหรับเขา มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก
อย่าคิดมาก” เขาพูดเรียบ ๆ
“ฉันไม่ได้ทำเพราะเป็นห่วง” พาขวัญพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันรู้ค่ะ” แต่ถึงพูดแบบนั้น…ดวงตาเธอกลับยังอ่อนโยนเหมือนเดิม
