บทที่ 5 รังเกียจ
ตอนที่ 5. รังเกียจ
“ฉันไม่ได้ทำเพราะเป็นห่วง” พาขวัญพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันรู้ค่ะ” แต่ถึงพูดแบบนั้น…ดวงตาเธอกลับยังอ่อนโยนเหมือนเดิม ต่อให้เขาทำร้ายเธออีกกี่ครั้งเธอก็ยังพร้อมจะรักเขาอยู่ดีอัศวินลุกขึ้นทันที เขาเริ่มไม่ชอบความรู้สึกแปลก ๆ ในอกตัวเอง
ไม่ชอบที่เริ่มใจอ่อน ไม่ชอบที่เริ่มสนใจผู้หญิงคนนี้มากขึ้นทีละนิดทั้งที่ควรเกลียดเธอให้มากที่สุด แต่ก่อนจะเดินออกจากครัวสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างบนโต๊ะ
ซองเอกสารสีน้ำตาลที่เปิดค้างไว้ อัศวินขมวดคิ้ว ก่อนหยิบมันขึ้นมาดู แล้วสีหน้าก็เปลี่ยนทันที มันคือเอกสารโอนหุ้นบางส่วนของบริษัทภักดีอนันต์…เข้ามาช่วยค้ำสภาพคล่องบริษัทวรเมธากุลมูลค่าหลายร้อยล้าน
“นี่อะไร” น้ำเสียงเขาเย็นลงทันทีพาขวัญชะงัก
“เอ่อ…”
“เธอเอาเงินบริษัทตัวเองมายุ่งกับบริษัทฉัน?”
“ฉันแค่....”
“ใครอนุญาต!” เสียงตวาดดังจนเธอสะดุ้งอัศวินโยนเอกสารลงโต๊ะแรง ๆ
“คิดว่าฉันจะซาบซึ้งเหรอ”
พาขวัญรีบส่ายหน้า “ฉันไม่ได้ต้องการแบบนั้นนะคะ ฉันแค่ไม่อยากให้คุณเหนื่อยคนเดียว…”
“หยุดทำตัวเหมือนรู้จักฉันดี!” เขากดเสียงต่ำ ดวงตาคมเต็มไปด้วยความโกรธ
“เธอกับพ่อก็แค่กำลังซื้อฉันด้วยเงินเหมือนเดิม”
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าพาขวัญซีดลงทันที เธอก้มหน้าช้า ๆ ก่อนถามออกมาเบามาก
“ถ้าฉันช่วยคุณ…มันผิดมากเลยเหรอคะ”
อัศวินนิ่งไปชั่ววินาที เพราะน้ำเสียงนั้น…เหมือนคนที่กำลังจะร้องไห้ แต่สุดท้าย เขากลับเลือกพูดคำที่ใจร้ายที่สุดออกไป
“ใช่ เพราะฉันรังเกียจทุกอย่างที่เป็นของเธอ”
คำว่า “รังเกียจ” เหมือนค้อนหนัก ๆ ทุบลงกลางอกพาขวัญตรง ๆ
เธอนิ่งไปหลายวินาที
ทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงน้ำเดือดเบา ๆ จากในครัว อัศวินเองก็ไม่พูดอะไรต่อ แต่สายตาคมยังเย็นชาเหมือนเดิม ราวกับต้องการตอกย้ำว่าเขาพูดจริงทุกคำ พาขวัญค่อย ๆ ก้มลงเก็บเอกสารที่กระจัดกระจายบนพื้นช้า ๆ
มือที่โดนน้ำมันลวกเริ่มสั่นนิด ๆ แต่เธอยังพยายามเก็บให้เรียบร้อยเหมือนคนที่ชินกับการเก็บเศษหัวใจตัวเองแล้วภาพนั้นทำให้อัศวินหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล
“ฉันไม่ได้ใช้ให้เก็บ”
“มันเลอะพื้นค่ะ”
เธอตอบเบามาก แล้วก็เงียบอีก ยิ่งเงียบ…ยิ่งอึดอัดสุดท้ายอัศวินสบถในลำคอ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากครัวทันที
ปัง! เสียงประตูดังลั่นและในวินาทีนั้นเอง น้ำตาหยดแรกของพาขวัญก็ร่วงลงบนเอกสาร เธอรีบยกมือปาดออกทันที เพราะไม่อยากร้อง ไม่อยากอ่อนแอแต่ทำไม…มันถึงเจ็บขนาดนี้นะ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเขาเกลียดเธอ
คืนนั้น
อัศวินนอนไม่หลับ เขานอนพลิกไปมาบนเตียงด้วยอารมณ์หงุดหงิด ภาพผู้หญิงคนนั้นตอนก้มเก็บเอกสารยังติดอยู่ในหัวไม่ไปไหน โดยเฉพาะตอนที่เธอถามว่า “ถ้าฉันช่วยคุณ…มันผิดมากเลยเหรอคะ”
บ้าเอ๊ย เขาหลับตาแรง ๆ เหมือนพยายามไล่เสียงนั้นออกไปแต่ยิ่งพยายาม…กลับยิ่งจำได้ชัด สุดท้ายชายหนุ่มลุกขึ้นอย่างหัวเสีย ก่อนเดินลงมาชั้นล่างตอนตีหนึ่ง และทันทีที่ผ่านห้องทำงานเล็กเขาก็เห็นไฟยังเปิดอยู่ อัศวินขมวดคิ้ว ก่อนผลักประตูเข้าไปภาพตรงหน้าทำให้เขาชะงัก
พาขวัญนั่งหลับอยู่บนโต๊ะทำงาน รอบตัวเต็มไปด้วยเอกสารบัญชีของบริษัทวรเมธากุล
โน้ตสีต่าง ๆ ถูกแปะเต็มแฟ้มเหมือนเธอกำลังแก้ปัญหาทางการเงินให้เขาอยู่ แม้แต่ตอนโดนเขาพูดจาทำร้าย เธอก็ยังช่วยเขาอยู่ดี อัศวินยืนนิ่ง สายตาคมเลื่อนไปเห็นตัวเลขบนหน้าจอโน้ตบุ๊กและนั่นทำให้เขาหน้าเปลี่ยนสี เพราะมันคือแผนช่วยโครงการที่กำลังขาดทุนหนักที่สุดของบริษัทเขาละเอียดจนแม้แต่ทีมผู้บริหารยังคิดไม่ออก
“…”
หัวใจเขากระตุกแรงอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้…กำลังทำอะไรอยู่กันแน่ในตอนนั้นเอง พาขวัญขยับตัวเบา ๆ ก่อนสะดุ้งตื่นเธอรีบลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นเขา
“คุณอัศ…” แต่ยังไม่ทันพูดจบอัศวินก็ถามขึ้นเสียงเข้ม
“ เธอทำแบบนี้ทำไม”
พาขวัญชะงัก ก่อนยิ้มบาง ๆ อย่างเคย “ก็ฉันเป็นภรรยาคุณนี่คะ”
ประโยคธรรมดาแค่นั้นกลับทำให้อัศวินพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ฉันไม่อยากเห็นคุณเหนื่อยคนเดียว”
เธอพูดต่อเบา ๆ
“ถึงคุณจะเกลียดฉัน…แต่ฉันก็ยังอยากอยู่ข้างคุณอยู่ดี”
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นอย่างน่ารำคาญ
และเป็นครั้งแรก…ที่อัศวินเริ่มรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้อาจอันตรายกว่าที่คิด เพราะเธอกำลังทำให้ “กำแพงความเกลียด” ของเขา…เริ่มสั่นคลอนทีละนิด
อัศวินยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงาน สายตาคมมองผู้หญิงตรงหน้าเงียบ ๆ พาขวัญยังอยู่ในชุดลำลองสีอ่อน ผมยาวถูกรวบลวก ๆ มีรอยเหนื่อยล้าชัดเจนใต้ดวงตาเห็นได้ชัดว่าเธอน่าจะนั่งทำงานมาหลายชั่วโมง
เพื่อบริษัทของเขา ทั้งที่เขาไม่เคยขอ “ไม่มีใครบังคับเธอให้ทำ”
เสียงอัศวินต่ำลงกว่าเดิม พาขวัญยิ้มบาง ๆ “ฉันเต็มใจค่ะ”
อีกแล้ว… คำตอบแบบนี้อีกแล้วเธอชอบทำเหมือนตัวเองไม่เคยต้องการอะไรตอบแทนทั้งที่คนเรามันต้องมีจุดประสงค์กันทั้งนั้น
อั
ศวินไม่เชื่อว่ามีใครรักใครได้โดยไม่หวังอะไร โดยเฉพาะลูกสาวของตระกูลภักดีอนันต์ “เธอคิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะเลิกเกลียดเธอ?” พาขวัญเงียบไปนิดหนึ่ง ก่อนตอบตรง ๆ
“เปล่าค่ะ”
“งั้นทำไปเพื่ออะไร”
หญิงสาวมองหน้าเขานิ่ง ๆ ดวงตาคู่นั้นอ่อนโยนจนคนถูกมองเริ่มอึดอัด
“เพราะฉันรักคุณ”
หัวใจอัศวินกระตุกแรง แรงจนเขาหงุดหงิดตัวเองทันทีพาขวัญกลับพูดเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดา แค่พูดออกมาตรง ๆ
“ต่อให้คุณไม่รักฉันก็ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอยิ้มจาง ๆ “อย่างน้อย…ขอให้ฉันได้รักคุณก็พอ”
เงียบ เงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆอัศวินจ้องหน้าเธออยู่หลายวินาที ก่อนเบือนหน้าหนีอย่างหงุดหงิด
“ไร้สาระ” เขาวางแฟ้มลงบนโต๊ะแรง ๆ
“เลิกทำเหมือนตัวเองน่าสงสารได้แล้ว” คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของพาขวัญซีดลงเล็กน้อย แต่เธอก็ยังไม่โกรธเขาอยู่ดี
“ฉันไม่น่าสงสารหรอกค่ะ” เธอก้มมองเอกสารบนโต๊ะเบา ๆ
“คนที่ได้อยู่ข้างคนที่รัก…ถือว่าโชคดีแล้ว”
อัศวินกำมือแน่น เขาเริ่มไม่เข้าใจผู้หญิงคนนี้จริง ๆ โดนทำร้ายขนาดนี้ ยังจะรักได้อีกเหรอ
“เธอนี่มัน…”เขาพูดไม่จบเพราะจู่ ๆ โทรศัพท์บนโต๊ะก็ดังขึ้นพาขวัญหยิบขึ้นมาดู ก่อนสีหน้าชะงักนิดหนึ่ง ชื่อที่โชว์บนหน้าจอคือ
“คุณพ่อ” เธอรีบกดรับสายทันที
“คะคุณพ่อ” แต่ไม่ถึงสิบวินาทีสีหน้าของพาขวัญก็ซีดลงทันที
“อะไรนะคะ!?”
