บทที่ 6 ล้มป่วย

ตอนที่ 6. ล้มป่วย

อัศวินขมวดคิ้วหญิงสาวรีบลุกพรวด สีหน้าตื่นจนมือสั่น

“ได้ค่ะ ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้!” เธอวางสาย ก่อนรีบคว้ากระเป๋า

“เกิดอะไรขึ้น” อัศวินถามทันทีอย่างไม่รู้ตัว

พาขวัญเม้มปากแน่น “คุณพ่อเข้าโรงพยาบาลค่ะ”

ชายหนุ่มชะงัก “หัวใจกำเริบ…หมอบอกอาการไม่ค่อยดี”

น้ำเสียงเธอสั่นชัดเจน อัศวินเห็นเธอหน้าซีดจนแทบไม่มีเลือด ก็ยิ่งขมวดคิ้ว ทั้งที่เมื่อกี้ยังยิ้มอยู่เลย

“ฉันไปก่อนนะคะ” พาขวัญรีบเดินออกไปทันทีแต่เพราะรีบเกินไป เธอจึงสะดุดขาโต๊ะเกือบล้ม อัศวินคว้าแขนเธอไว้ได้ทันร่างบางเซเข้ามาปะทะอกเขาเต็มแรง ทั้งคู่ชะงักพร้อมกันกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอลอยเข้ามาใกล้เกินไป

ใกล้จนเขาได้ยินแม้กระทั่งเสียงหัวใจเธอเต้น พาขวัญรีบถอยออกทันที

“ขะ…ขอบคุณค่ะ” ใบหน้าเธอแดงนิด ๆ อย่างห้ามไม่อยู่

ส่วนอัศวิน…กลับยืนนิ่งไปชั่วขณะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ ไม่ได้เป็นแค่ “ภรรยาที่น่ารำคาญ” แต่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง…ที่กำลังทำให้หัวใจเขาเริ่มเสียการควบคุม

โรงพยาบาลเอกชนกลางกรุงสว่างจ้าทั้งคืน พาขวัญรีบวิ่งมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใบหน้าซีดเผือด หัวใจเธอเต้นแรงจนแทบหลุดออกมา

“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ!” เลขานุการของพ่อรีบลุกขึ้นทันที

“คุณท่านเข้าไปผ่าตัดแล้วครับ คุณหมอกำลังดูอาการอยู่”

พาขวัญทรุดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง มือเล็กเย็นเฉียบเธอเหลือครอบครัวอยู่แค่พ่อคนเดียวแล้วจริง ๆ ถ้าท่านเป็นอะไรไปอีก…หญิงสาวเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ในตอนนั้นเองประตูห้องฉุกเฉินก็เปิดออก

ชายหนุ่มในชุดกาวน์สีขาวเดินออกมา ใบหน้าหล่อสะอาดสะอ้านดูสุขุมและอ่อนโยน

“หมอคีริน!”

พาขวัญรีบลุกขึ้นทันที

คีริน  เพื่อนสมัยเด็กของเธอ และเป็นหมอเจ้าของไข้ของคุณพ่อเขารีบเดินเข้ามาหาเธอ

“ใจเย็นก่อนพาขวัญ”

“คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ”

เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่ได้ คีรินมองหน้าเธอนิ่ง ๆ ก่อนถอนหายใจเบา

“อาการปลอดภัยแล้ว แต่ต้องพักฟื้นอีกระยะ”

พาขวัญเหมือนคนหมดแรงในทันที น้ำตาไหลออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

“ขอบคุณนะ…”

เธอยกมือขึ้นปิดหน้า ร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ คีรินมองเธอด้วยสายตาเป็นห่วง ก่อนดึงเธอเข้ามากอดเบา ๆ อย่างปลอบโยน

“ไม่เป็นไรแล้ว คุณพ่อจะปลอดภัย”

พาขวัญหลับตาแน่น เหมือนกำลังหาที่พึ่งให้ตัวเองได้พักสักวินาทีและจังหวะนั้นเอง สายตาคมเย็นของใครบางคนก็หยุดนิ่งอยู่ปลายทางเดิน

อัศวิน เขาเพิ่งมาถึงโรงพยาบาล หลังลังเลอยู่พักใหญ่ก่อนขับรถตามเธอมาแต่ภาพแรกที่เห็นกลับเป็น…ภรรยาของตัวเองกำลังกอดอยู่กับผู้ชายคนอื่น บรรยากาศรอบตัวเขาเย็นลงทันทีดวงตาคมหรี่ลงอย่างอันตราย โดยเฉพาะตอนเห็นมือของผู้ชายคนนั้นลูบปลอบหลังเธอเบา ๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นขึ้นมาในอกทันที

“พาขวัญ” เสียงทุ้มเย็นจัดดังขึ้นจากด้านหลังหญิงสาวสะดุ้ง ก่อนรีบผละออกจากอ้อมกอดคีรินทันที เมื่อเห็นอัศวินยืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าเธอก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

“คุณ…มาได้ยังไงคะ”

อัศวินไม่ตอบสายตาของเขากลับมองไปที่คีรินแทน

“ใคร”

คำถามสั้น ๆ แต่บรรยากาศกดดันจนคนรอบข้างเงียบหมดพาขวัญรีบตอบ

“หมอคีรินค่ะ เขาเป็นเพื่อนฉัน แล้วก็เป็นหมอประจำตัวคุณพ่อ”

คีรินพยักหน้าเล็กน้อยอย่างสุภาพ “สวัสดีครับ คุณอัศวิน”

แต่อัศวินไม่ได้ตอบรับ สายตาคมยังมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ก่อนพูดเรียบๆ “หมอเดี๋ยวนี้…กอดคนไข้ด้วยเหรอ” พาขวัญชะงักทันที

ส่วนคีรินก็ขมวดคิ้วน้อย ๆ

“คุณพาขวัญกำลังกังวลเรื่องคุณพ่อครับ ผมแค่ปลอบเธอ”

“ดูสนิทกันดี” น้ำเสียงนั้นเย็นจนพาขวัญเริ่มใจไม่ดี

เธอรู้ทันทีว่า…อัศวินกำลังไม่พอใจ ทั้งที่เขาไม่เคยสนใจเธอแท้ ๆ

แต่ตอนนี้ สายตาที่เขามองเธอกลับเต็มไปด้วยความหงุดหงิดบางอย่างเหมือนคนที่กำลัง…หึงทางเดินหน้าห้องฉุกเฉินเงียบลงทันทีพาขวัญมองอัศวินอย่างไม่เข้าใจ เพราะตลอดเวลาที่แต่งงานกันมา ผู้ชายคนนี้ไม่เคยสนใจเลยว่าเธอจะอยู่กับใคร คุยกับใคร หรือร้องไห้กับใคร

แต่ตอนนี้…บรรยากาศรอบตัวเขากลับน่ากลัวจนเธอเริ่มใจไม่ดีคีรินเองก็ดูออก หมอหนุ่มจึงขยับออกห่างพาขวัญเล็กน้อยอย่างให้เกียรติ

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวไปดูอาการคุณลุงก่อนนะครับ”

พาขวัญรีบพยักหน้า

“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะหมอ”

คีรินยิ้มอ่อนโยนให้เธอ ก่อนเดินกลับเข้าไปด้านใน

และทันทีที่อีกฝ่ายลับสายตาอัศวินก็พูดขึ้นทันที

“ดูไว้ใจกันดี” น้ำเสียงเรียบ ๆ นั้นกลับทำให้พาขวัญขมวดคิ้ว

“เขาเป็นเพื่อนฉันค่ะ”

“เพื่อนที่กอดกันได้?”

พาขวัญชะงัก เธอมองหน้าเขานิ่ง ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

“คุณกำลังไม่พอใจเหรอคะ”

คำถามตรงเกินไปจนคนถูกถามนิ่งไปชั่ววินาที ก่อนอัศวินจะตอบเย็นชา

“ฉันแค่ไม่ชอบให้คนอื่นมองว่าภรรยาฉันไม่มีขอบเขต”ประโยคนั้นทำให้หัวใจพาขวัญเจ็บจี๊ดทันที

อ๋อ…เพราะศักดิ์ศรีสินะ ไม่ใช่เพราะห่วงเธอเลยหญิงสาวก้มหน้าลงเบา ๆ

“ขอโทษค่ะ”

สีหน้าของเธอที่เปลี่ยนไป ทำให้อัศวินรู้สึกหงุดหงิดอีกแล้วทั้งที่เขาไม่ได้พูดอะไรแรงมากแท้ ๆ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น”

หลุดออกไปโดยไม่ทันคิด

พาขวัญเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที อัศวินเองก็ชะงักเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผลออธิบายตัวเองกับเธอชายหนุ่มเม้มปากแน่น ก่อนเปลี่ยนเรื่องทันที

“พ่อเธอเป็นยังไงบ้าง”

“ปลอดภัยแล้วค่ะ”

เสียงเธอเบาลง “ขอบคุณนะคะที่มา”

อัศวินพ่นลมหายใจเบา ๆ “ฉันแค่ผ่านมา ไม่ตายก็ดี”

โกหกชัด ๆ เพราะโรงพยาบาลนี้อยู่คนละทางกับบริษัทเขาโดยสิ้นเชิง แต่พาขวัญไม่ได้แย้ง เธอเพียงยิ้มบาง ๆ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นคนปากแข็ง และรอยยิ้มนั่น…ทำให้หัวใจอัศวินกระตุกอีกครั้ง บ้าเอ๊ย ผู้หญิงคนนี้ชอบทำให้เขาเสียการควบคุมอยู่เรื่อย

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง พาขวัญยังนั่งเฝ้าหน้าห้องพักฟื้นของพ่อไม่ไปไหน ส่วนอัศวิน…ก็ยังไม่กลับเหมือนกันทั้งที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมยังนั่งอยู่ตรงนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป